เปลี่ยนความเศร้าจากการกลับดาวของสัตว์เลี้ยงให้เป็นการเติบโตของจิตใจในนิทรรศการ พาใจกลับดาว
Arts & Culture

เปลี่ยนความเศร้าจากการกลับดาวของสัตว์เลี้ยงให้เป็นการเติบโตของจิตใจในนิทรรศการ พาใจกลับดาว

Focus
  • นิทรรศการออกแบบให้เป็นพื้นที่เยียวยาความสูญเสียและความโศกเศร้าจากการจากไปของสัตว์เลี้ยงแสนรักพร้อมกับเปลี่ยนมุมมองว่าการจากลาคือบทเรียนสำคัญของชีวิต
  • ในงานผู้ชมจะได้สื่อสารกับสัตว์เลี้ยงที่จากไปผ่านประสบการณ์ของภาพ แสง เสียง และการสัมผัสเพื่อย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่เคยอยู่ร่วมกัน

เมื่อสัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยงแต่เป็นสมาชิกสำคัญของครอบครัวที่เติบโตมาด้วยกัน และเมื่อพวกเขาต้องกลับดาวไป หลายคนอาจสร้างบาดแผลในใจตัวเองโดยวนเวียนอยู่กับคำถามที่ว่า “เราดูแลเขาดีพอหรือยังนะ” หรือยังติดอยู่กับห่วงความเสียใจโดยยังไม่รู้วิธีจัดการ ในขณะที่สังคมรอบข้างเองอาจไม่เปิดพื้นที่ให้ได้ฟูมฟายกับความตายของสัตว์เลี้ยงเท่ากับมนุษย์มากนัก นิทรรศการ พาใจกลับดาว ที่ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2569 จึงถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่เยียวยาความสูญเสียและความโศกเศร้า พร้อมกับเปลี่ยนมุมมองว่าการจากลาคือบทเรียนสำคัญที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตของจิตใจ

พาใจกลับดาว

Eyedropper Fill สตูดิโอที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบประสบการณ์ผ่านการใช้สื่อผสมและเทคโนโลยีสมัยใหม่และประสบความสำเร็จมาแล้วกับการพาผู้ชมสำรวจและเข้าใจชีวิตก่อนเข้าสู่สังคมสูงวัยในนิทรรศการ ก่อนถึงวัยอันควร และการหันกลับมาสำรวจจิตใจตัวเองในนิทรรศการ พาใจกลับบ้าน เมื่อปีที่ผ่านมา ในปีนี้ นันทวัฒน์ จรัสเรืองนิล และ วรรจธนภูมิ ลายสุวรรณชัย ผู้ก่อตั้ง Eyedropper Fill ได้นำเรื่องใกล้ตัวและสะท้อนภาพสังคมปัจจุบันที่ผู้คนเลี้ยงน้องหมาน้องแมวเหมือนลูกคนหนึ่งและเมื่อเกิดการสูญเสียหลายคนจึงเสียศูนย์มาเป็นธีมสำหรับ พาใจกลับดาว ผ่านการสร้างประสบการณ์ด้วยภาพ แสง เสียง และสัมผัสที่ร้อยเรียงเข้ากับการเล่าเรื่องเพื่อย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่เคยอยู่ร่วมกัน

“ด้วยกระแสสังคมที่เลี้ยงสัตว์เหมือนลูกคนหนึ่ง อันนี้เป็นความทาบู (taboo) ที่เรื่องของสัตว์เลี้ยงกับความตายเป็นเรื่องที่เรามักไม่ค่อยคุยกันในวงเพื่อนหรือครอบครัว นันทวัฒน์กล่าว

พาใจกลับดาว

นิทรรศการจึงอยากชวนให้ผู้ชมมองทะลุความเศร้าว่าไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเพราะความสัมพันธ์ที่คงอยู่ยังมีค่าเสมอและเป็นบทเรียนของชีวิตจึงเป็นที่มาของคอนเซปต์ “Grief to Growth” หรือการเติบโตผ่านความโศกเศร้า แม้เรื่องสัตว์เลี้ยงอาจเป็นประตูบานแรกที่ดึงดูดให้คนเข้าชมนิทรรศการ แต่แก่นแท้ของงานกลับเปิดกว้างกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก สิ่งของที่มีค่า หรือแม้แต่ความฝันที่หล่นหายไป งานนี้จึงเป็นพื้นที่ให้ได้ทบทวนตัวตนในอดีตและปัจจุบัน อีกทั้งยังสะท้อนบาดแผลที่ยังค้างคาใจที่มีต่อสัตว์เลี้ยงหรือความสัมพันธ์ต่าง ๆ  ที่ผ่านมาในชีวิต 

“เราอาจเคยสูญเสียของที่เรารักไป บุคคลที่เรารักไป ความฝันที่เรารักไป ก็ใช้ความรู้สึกเหล่านี้เอาไปทบทวนได้เหมือนกัน วรรจธนภูมิกล่าวเสริม

พาใจกลับดาว

โซนแรกของนิทรรศการออกแบบให้บรรยากาศผ่อนคลายด้วยเสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆ พร้อมกับกิจกรรมสำหรับคนรักสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น โฟโต้บูธที่สามารถเลือกลวดลายมาตกแต่งกรอบภาพของเราได้ มีทั้งลายน้องหมาและน้องแมว ถัดมาเป็นจอฉายภาพสัตว์เลี้ยงที่ให้ผู้เข้าชมสามารถแชร์ภาพสัตว์เลี้ยงของตัวเองผ่านคิวอาร์โค้ดหน้างานเพื่ออวดความน่ารักบนจอได้อีกด้วย ในงานยังมีบีนแบคให้ได้เอนกายฟังเสียงน้องหมาน้องแมวคลอเบา ๆ เหมือนพวกเขายังคงคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ

พาใจกลับดาว

ไฮไลต์ของนิทรรศการคือโซน “สถานีพาใจกลับดาว” ที่ให้ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์แบบ one-by-one เป็นการเข้าชมทีละคน ใช้เวลารอบละประมาณ 20-30 นาที พื้นที่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นช่วงเวลาส่วนตัวระหว่าง “คุณ” กับ “สัตว์เลี้ยง” ผ่านวิดีโอที่ทำให้รู้สึกใกล้ชิดกับสิ่งที่เราสูญเสียไปอีกครั้ง โดยเป็นภาพแอนิเมชันสัตว์น่ารักๆ เปรียบเสมือนว่าเป็นสัตว์เลี้ยงของเราที่เคยจากไปได้กลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้งโดยเราสามารถเลือกและตั้งชื่อให้กับคาแรคเตอร์สัตว์แอนิเมชันได้ นอกจากแอนิเมชันยังมีเสียงที่สามารถฟังผ่านหูฟัง เพิ่มอารมณ์และความรู้สึกคิดถึง พร้อมกับมีขนนุ่มๆ ให้เราลูบเสมือนเราได้ลูบสัตว์เลี้ยงของเราเหมือนตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ กิจกรรมนี้เป็นช่วงเวลาที่เปิดโอกาสให้ความทรงจำในใจของเราได้ออกมาสื่อสารอย่างอิสระ

พาใจกลับดาว
(ภาพ : ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก)

ทางทีมผู้สร้างสรรค์ยังได้ทำงานร่วมกับนักจิตวิทยาเพื่อออกแบบคำถามต่างๆ ที่สัตว์เลี้ยงจะเป็นผู้ถามคำถามและให้เราเขียนตอบ เช่น “ชีวิตเธอตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง แตกต่างจากตอนที่เราอยู่ไหม” หรือ “ตอนฉันจากไป เธอรู้สึกอย่างไร”  คำถามเหล่านั้นจะค่อยๆ นำพาเรากลับไปทำงานกับสิ่งที่ยังค้างคา หรือสิ่งที่ยังไม่ถูกปลดล็อกด้วยสัตว์เลี้ยงที่ได้กลับมาสื่อสารกับเราอีกครั้ง แม้บางความรู้สึกเราอยากเลี่ยงที่จะพูดถึงแต่การได้ลงมือเขียนลงไปจะช่วยให้เราได้ปลดปล่อยและเข้าใจตัวเองมากขึ้น สถานีนี้จึงเป็นพื้นที่ที่ให้เวลาสำหรับความเศร้าเพื่อรอวันเติบโตจากความสูญเสียโดยไม่จำเป็นต้องวิ่งหนีมันอีกต่อไป

เครดิตภาพ: Eyedropper Fill 

Fact File:

• นิทรรศการ พาใจกลับดาว จัดแสดงระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.00 – 20.00 น. ณ RCB Photographers’ Gallery ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ชั้น 2 เข้าชมฟรี