ถอดดีไซน์ SC จับมือดีไซเนอร์ระดับโลกรีแบรนด์ใหญ่ในรอบ 20 ปี ภาพลักษณ์ใหม่ที่ “มากกว่าที่อยู่อาศัย”
Brand Story

ถอดดีไซน์ SC จับมือดีไซเนอร์ระดับโลกรีแบรนด์ใหญ่ในรอบ 20 ปี ภาพลักษณ์ใหม่ที่ “มากกว่าที่อยู่อาศัย”

Focus
  • SC ปรับภาพลักษณ์ใหม่ครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี ถ่ายทอดผ่านแนวคิด สร้างคุณค่าสู่ผู้คนและโลก สะท้อนผ่านโลโก้ใหม่ เฉดสีใหม่ และระบบภาพลักษณ์ใหม่ทั้งหมด
  • SC พัฒนาร่วมกับ Pentagram บริษัทออกแบบระดับโลกจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อออกแบบแบรนด์ที่ยังคงเชื่อมโยงกับรากเดิมขององค์กร แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่ในอนาคต
  • ทาง Pentagram นำสัญลักษณ์สำคัญของ SC อย่าง ดอกทานตะวัน มาตีความใหม่เกิดเป็นแนวคิด Pattern of Growth หรือรูปแบบการเติบโตตามธรรมชาติที่แม้จะมีระบบในตัวเอง แต่ก็ไม่ตายตัว และไม่มีดอกไหนเหมือนกันทั้งหมด

SC ปรับภาพลักษณ์ใหม่ครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี เพื่อสื่อสารทิศทางใหม่ขององค์กรในวันที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเติบโตในระยะยาวอีกต่อไป แม้ SC จะยังคงมีธุรกิจที่อยู่อาศัยเป็นแกนหลัก แต่ในขณะเดียวกันก็เริ่มขยายบทบาทไปสู่ธุรกิจที่หลากหลายขึ้น ทั้งธุรกิจโรงแรม คลังสินค้า อาคารสำนักงาน ตลอดจนบริการด้านสุขภาพและเทคโนโลยี เพื่อสร้างโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนและสมดุลมากขึ้นในระยะยาว

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถูกถ่ายทอดผ่านแนวคิด “สร้างคุณค่าสู่ผู้คนและโลก” สะท้อนผ่านโลโก้ใหม่ เฉดสีใหม่ และระบบภาพลักษณ์ใหม่ทั้งหมด ที่ SC พัฒนาร่วมกับ Pentagram บริษัทออกแบบระดับโลกจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อออกแบบแบรนด์ที่ยังคงเชื่อมโยงกับรากเดิมขององค์กร แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่ในอนาคต

SC รีแบรนด์

“ดอกทานตะวัน” เชื่อมธรรมชาติ ผู้คน และปรัชญาธุรกิจ

สำหรับชาว SC มีปรัชญาการทำงานที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางมาโดยตลอด และนั่นทำให้ “ดอกทานตะวัน” กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของแบรนด์มาหลายปี เพราะดอกทานตะวันหันหน้าเข้าหาแสงอาทิตย์เสมอ เปรียบได้กับวิธีคิดของคน SC ที่หันหน้าเข้าหาลูกค้าอยู่ตลอดเวลา หรือที่เรียกว่า Sunflower Mindset

เมื่อแนวคิดนี้ถูกส่งต่อไปยัง Pentagram บริษัทออกแบบระดับโลกจากลอนดอน ที่เลือกหยิบ “โครงสร้างภายใน” ของดอกทานตะวันมาตีความใหม่เป็นภาษาดีไซน์เชิงนามธรรม เกิดเป็นแนวคิด Pattern of Growth หรือรูปแบบการเติบโตตามธรรมชาติที่แม้จะมีระบบในตัวเอง แต่ก็ไม่ตายตัว และไม่มีดอกไหนเหมือนกันทั้งหมด

โลโก้ใหม่ของ SC จึงมาในรูปทรงโค้งกลมที่เชื่อมต่อกัน สะท้อนทั้งความยืดหยุ่น การเติบโต และความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุด ขณะเดียวกันก็เปิดให้ผู้คนตีความได้หลากหลาย จะมองเป็นดอกไม้ มองเป็นตัวอักษร SC หรือเชื่อมโยงไปถึง 3 เครื่องยนต์ธุรกิจขององค์กรก็เป็นได้

SC รีแบรนด์

“ดอกทานตะวันหันหน้าสู่พระอาทิตย์ทุกเช้าเสมอ เราจึงใช้เป็นสัญลักษณ์แทนทัศนคติและวิถีปฏิบัติของคน SC ที่จะหันหน้าสู่แสงอาทิตย์นั่นก็คือลูกค้ามาโดยตลอด เราอยากจะสื่อว่าเพราะเรามีลูกค้าและคู่ค้า เราจึงผลิบานได้ รูปทรงกลมและดอกทานตะวันเป็นรูปแบบตามธรรมชาติ เราไม่สามารถกำหนดได้ว่าเมื่อเราปลูกดอกทานตะวันแล้วจะได้ดอกทานตะวันที่เหมือนกันทั้งหมด เช่นเดียวกับ SC ที่เราเติบโตพอที่จะเป็นอะไรก็ได้ เมื่อคนเห็นโลโก้รูปทรงกลมอาจจะมองเป็นชื่อ SC มองเป็นดอกไม้ หรือมองลึกไปถึง 3 เครื่องยนต์ธุรกิจของเราก็เป็นไปได้ ดอกทานตะวันในมุมมองใหม่จึงสื่อความหมายถึงความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด”

SC รีแบรนด์

พี่จูน โฉมชฎา กุลดิลก หัวหน้าทีมแบรนด์และสื่อสารองค์กร ผู้รับหน้าที่ดูแลการรีแบรนด์ของ SC กล่าวย้ำถึงความหมายของดอกทานตะวันที่เปรียบได้กับปรัชญาการทำงานของ SC โดยอธิบายว่าแรงบันดาลใจจาก Pattern of Growth หรือโครงสร้างการเจริญเติบโตของดอกทานตะวัน ถูกนำมาต่อยอดเป็นโลโก้รูปทรงโค้งกลมที่เรียบง่ายและทันสมัย เกิดจากรูปทรง 3 ส่วนที่เชื่อมต่อกัน สื่อถึงฟอร์มของธรรมชาติที่ยืดหยุ่น ไม่ตายตัว และสามารถแผ่ขยายต่อไปได้ไม่รู้จบ

SC รีแบรนด์

เฉดสีส้มที่ถูกแซมด้วยชมพู Vanilla Sky

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดจากการปรับภาพลักษณ์ครั้งใหม่นี้คือระบบสีของแบรนด์ จากเดิมที่ใช้โทนสีหลักอย่างส้ม ขาว และเทา ก็ถูกต่อยอดให้มีมิติมากขึ้นด้วยเฉดสีใหม่ เช่น ชมพู ครีม ดำ และเทาในหลายระดับ

แรงบันดาลใจมาจากช่วงเวลาที่ท้องฟ้าเปลี่ยนสีในยามเช้า เป็นช่วงเวลาที่สีส้มและสีชมพูอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนในโมเมนต์เดียว โดยสีส้มยังคงสื่อถึงความคิดสร้างสรรค์ซึ่งเป็นคุณค่าหลักของคน SC ที่ต้องคิดใหม่และสร้างสรรค์สิ่งใหม่อยู่เสมอ ขณะที่สีชมพูและสีครีมเข้ามาเติมความละมุนและความเปิดกว้างให้กับแบรนด์

SC รีแบรนด์

New Look, Same Soul

แม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะเปลี่ยนไป แต่จิตวิญญาณเดิมของ SC ไม่เคยเปลี่ยน โดยเฉพาะแนวคิด DNA of Care ที่อยู่คู่กับองค์กรมาตั้งแต่เริ่มต้น และเป็นสิ่งที่ทำให้ชาว SC คอยมองอยู่เสมอว่าผู้คนต้องการอะไร และแบรนด์จะดูแลพวกเขาได้อย่างไร

“เรายืนหยัดเพื่อทุกเช้าที่ดีที่เราจะสามารถสร้างพื้นที่และบ้านที่ดีให้กับผู้คนได้เติบโตข้างใน เราอยากให้บ้านเป็นพื้นที่ปลอดความกังวล เวลาคุณตื่นมาในบ้านทุกๆ เช้า คุณต้องมีอากาศที่ดีหายใจ มีพื้นที่ที่ดี มีบริการที่ดีดูแลคุณ เพื่อที่คุณจะได้มีพลังไปสร้างสิ่งดีๆ เพื่อโลกนี้ต่อ การคำนึงถึงชีวิตที่เติบโตในบ้านเป็นหัวใจของ SC เพราะอนาคตไม่ได้มีแค่วันนี้ ผู้คนจะเติบโตจากวัยเด็กสู่วัยทำงาน การมีชีวิตคู่สู่การขยายครอบครัว ดังนั้นการออกแบบพื้นที่ใช้สอยในบ้านให้ครอบคลุมกับการใช้งานสำหรับกิจวัตรประจำวัน การมีพื้นที่ได้หายใจ คือหัวใจของที่อยู่อาศัยที่ดี”

พี่จูนขยายความว่า แม้ภายนอกจะเปลี่ยน แต่แกนคิดเรื่องการดูแลยังคงเดิม เพียงแต่วันนี้ถูกขยายจากแนวคิด “For Good Mornings” ไปสู่ “สร้างคุณค่าสู่ผู้คนและโลก” เพื่อให้สะท้อนบทบาทของแบรนด์ที่กว้างขึ้นกว่าเดิม ทั้งในมิติของลูกค้า คู่ค้า พนักงาน และสังคมรอบข้าง

SC รีแบรนด์

ความยั่งยืนที่ยังเดินหน้าต่อ

อีกสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือการต่อยอดแนวคิดเรื่องความยั่งยืน ทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งเชื่อมโยงกันอยู่ในระบบนิเวศเดียวกัน ตั้งแต่ลูกค้า พนักงาน คู่ค้า ไปจนถึงชุมชนใกล้เคียง

พี่จูนย้ำว่า SC ไม่อาจมองข้ามองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งได้ เพราะแม้แต่ไซต์งานก่อสร้างก็เปรียบเสมือนพื้นที่อยู่อาศัยชั่วคราวและชุมชนของแรงงานเช่นกัน นั่นจึงเป็นที่มาของโครงการ “สร้างมิตร ชิดรั้ว” ที่ชวนลูกค้าและพนักงานของ SC นำเสื้อผ้าสภาพดีมาเปิดตลาดให้ชุมชนแรงงานได้เลือกสรร รวมทั้งการดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชน การจัดศูนย์เด็กเล็ก และการสร้างพื้นที่ที่สะอาดและปลอดภัยสำหรับเด็กๆ

“นี่ไม่ใช่กิจกรรมเพื่อรับบริจาค แต่เรานำสินค้ามาจัดโชว์เหมือนร้านค้าให้พวกเขาได้มาเลือก ลอง เหมือนไปซื้อของในห้างสรรพสินค้า โดยแลกซื้อด้วยพอยท์แทนการใช้เงิน พวกเขาสามารถสะสมคะแนนจากการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น เก็บขยะ รับผิดชอบงานเสร็จตรงเวลา ทำถูกกฎในการดูแลสุขภาวะ”

เสริมธุรกิจที่หลากหลาย เพื่อสร้างคุณค่าสู่คนและโลก

รูปทรงโค้งกลมของโลโก้ใหม่ไม่ได้สะท้อนเพียงแนวคิดด้านการออกแบบ แต่ยังมาพร้อมกับทิศทางธุรกิจใหม่ของ SC ที่กำลังขยายบทบาทของตัวเองให้กว้างขึ้น ผ่าน 3 เครื่องยนต์ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายได้ประจำ เช่น โรงแรม คลังสินค้า และอาคารสำนักงาน รวมถึงธุรกิจใหม่เพื่ออนาคตที่ดีขึ้น ซึ่งครอบคลุมบริการหลังการขาย ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และบริการด้านสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ SCANVA

การขยายธุรกิจครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงการละทิ้งธุรกิจหลักเดิม แต่คือการต่อยอดจากสิ่งที่ SC ทำได้ดีอยู่แล้ว ไปสู่โครงสร้างรายได้ที่หลากหลายและสมดุลมากขึ้น เพื่อรองรับอนาคตที่ผันผวน และตอบโจทย์ชีวิตผู้คนได้ในหลายมิติกว่าเดิม

นอกจากการเสริมเครื่องยนต์ธุรกิจในด้านต่างๆ แล้ว พี่จูนยังกล่าวว่าการรีแบรนด์ครั้งนี้ยังหมายถึงการขยายบทสนทนาของแบรนด์ออกไปสู่คอมมูนิตี้ใหม่ๆ เช่น การตีพิมพ์หนังสือ The 100-Year Life เพื่อชวนให้ผู้คนตั้งคำถามกับการใช้ชีวิตในระยะยาว หรือการร่วมงานกับครีเอเตอร์อย่าง Farose เพื่อเล่าเรื่อง Sunflower Mindset ของชาว SC ในมุมที่เข้าถึงง่ายขึ้น

“การรีแบรนด์ครั้งนี้เพื่อจะสื่อสารกับทุกคนว่า SC เราไม่ได้ขายแต่บ้าน ถ้าคนไม่ได้อยากซื้อบ้าน เรายังมีร้านกาแฟ มีโรงแรม ต่อไปนี้เราจะได้มีเรื่องคุยกันมากขึ้น”


Author

ภัทรวดี แสงมณี
อดีตนักข่าวไลฟ์สไตล์ The Nation และ Bangkok Post ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆผ่านการพูดคุยกับผู้คนและสิ่งที่พบเจอระหว่างการเดินทาง