เบื้องหลัง 5 ประโยคคลาสสิก ทรงอิทธิพลระดับโลก
Faces

เบื้องหลัง 5 ประโยคคลาสสิก ทรงอิทธิพลระดับโลก

Focus

 

  • Keep Calm and Carry On คำขวัญเรียกสติของพลเมืองช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ของรัฐบาลอังกฤษ ปัจจุบันวลีนี้ได้กลายเป็นหนึ่งใน “ไอคอนแห่งงานดีไซน์”
  • “ความสันโดษ มิใช่ความโดดเดี่ยว”  จากนิยายเรื่อง Manuscript Found in Accra นิยายของ เปาโล คูเอลญู สะท้อนการเดินทางของมนุษย์สู่การค้นหาความสุขและการรู้จักตัวเอง

 

โค้ด หรือ คำคม เป็นอีกหมวดยอดนิยมที่คนทั่วโลกค้นหา เพราะ คำคม เหล่านี้ไม่ได้เพียงแสดงออกถึงความคิดอ่านของคนพูด แต่ยังสามารถส่งต่อแรงบันดาลใจดี ๆ ให้ผู้รับสารได้อีกด้วย แต่ทราบหรือไม่ว่าเบื้องหลังบรรดาคำคมคลาสสิกที่กลายเป็น ประโยคทรงอิทธิพลในระดับโลกทั้งหลายเหล่านี้ ไม่ใช่ประโยคที่พูดขึ้นมาลอย ๆ แล้วจะฮิตติดหู อยู่ในใจผู้ฟังข้ามกาลเวลา แต่ละประโยคล้วนมีที่มา เช่นเดียวกับ 5 ประโยคคลาสสิกที่เราขอชวนมาย้อนเบื้องลึกและเบื้องหลังกัน

ประโยคคลาสสิก

“ตราบชีวิตยัง ความหวังก็ยังอยู่” 

สตีเฟน ฮอว์กิง, นักฟิสิกส์

While there’s life, there is hope. “ตราบชีวิตยัง ความหวังก็ยังอยู่” เป็นโอวาทแด่คณาจารย์และนักศึกษาฮ่องกงเมื่อปี ค.ศ. 2006 จาก ศาสตราจารย์สตีเฟน ฮอว์กิง นักฟิสิกส์ ผู้ค้นพบทฤษฎีกำเนิดจักรวาลและศึกษาเรื่องการเดินทางของเวลา แม้ร่างกายของเขาจะมีภาวะของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ ALS เริ่มตั้งแต่เขาอายุ 21 ปีแต่สมองของเขายังทำงาน จิตใจของเขายังแจ่มใสและเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น ๆ จนถึงวันที่เขาเสียชีวิตตอนอายุ 72 ปี 

เมื่อปี ค.ศ. 2006 สตีเฟน ฮอว์กิง ได้กล่าวไว้ในงานบรรยายที่ Hong Kong University of Science and Technology ซึ่งเป็นหลักความเชื่อในการดำเนินชีวิตของเขาผ่านอุปสรรคในสภาวะร่างกายที่ถดถอยจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ทางกายภาพฮอว์กิงต้องนั่งอยู่บนรถเข็น แต่ชีวิตเขายังรุ่งโรจน์ด้วยพลังและมันสมองที่ทำให้เขาได้รับการยกย่องให้เป็นอัจฉริยะของโลก นอกเหนือจากค้นหาคำตอบเรื่องการกำเนิดของจักรวาล ฮอว์กิงยังมีทัศนคติเกี่ยวกับชีวิตที่เป็นบทเรียนและแรงบันดาลใจให้คนอื่น ๆ

ในบทบรรยายเต็มของวลีเด็ดนี้ฮอว์กิงกล่าวว่า “ไม่ว่าชีวิตมันเหมือนย่ำแย่แค่ไหน แต่มันยังมีบางสิ่งที่คุณทำได้ และทำได้สำเร็จเสมอ ตราบใดยังมีลมหายใจ ก็ยังมีหวัง”

Check List

  • แรงบันดาลใจจากเรื่องราวและงานเขียนด้านวิชาการของ สตีเฟน ฮอว์กิง สามารถตามกันต่อได้ทั้งใน หนังสือ The Brief History of Time 
  • เรื่องราวชีวิตความคิดส่วนตัวที่ดัดแปลงจากบันทึกของภรรยาคนที่ 1 ของฮอว์กิงเป็นภาพยนตร์รางวัลเรื่อง The Theory of Everything

อ้างอิง

คำคม

สิ่งที่เราต้องตัดสินใจคือ เราจะทำอะไรกับเวลาที่มีอยู่”

แกนดัล์ฟ, The Lord of the Rings

วาทะเรียกสติและปลุกปลอบกำลังใจจาก “แกนดัล์ฟ” พ่อมดขาวแห่งมิดเดิลเอิร์ธ ปลุกกำลังใจพันธมิตรแห่งแหวนในภาพยนตร์ The Lord of the Rings : the Fellowship of the Ring ดัดแปลงจากวรรณกรรมเขียนโดย “เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน” เนื้อความเต็มของตอนนี้ คือ 

โฟรโด : “ฉันอดคิดไม่ได้ว่ามันไม่ควรเกิดขึ้นในยุคนี้เลย”

แกนดัล์ฟ : “ฉันก็หวังอย่างนั้นเหมือนกันซึ่งทุกคนที่มีชีวิตอยู่ได้เห็นมันเกิดขึ้นยุคนี้ก็คงคิดเหมือนกัน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาตัดสินกำหนดเองได้ สิ่งที่เราต้องตัดสินใจ คือเราจะทำอะไรกับเวลาที่มีอยู่

แกนดัล์ฟ เป็นตัวละครพ่อมดฝ่ายธรรมะ ผู้เปรียบเสมือนผู้นำทางจิตวิญญานของเหล่าตัวละครในถิ่นมิดเดิลเอิร์ธเขาได้กล่าววาทะนี้เป็นการเรียกสติและปลุกปลอบกำลังใจแก่ “โฟรโด” ฮอบบิทหนุ่มผู้แบกภาระถือแหวนซึ่งเต็มไปด้วยพลังอำนาจ เพื่อนำมันกลับไปทำลายทิ้ง ณ จุดที่มันถูกสร้างขึ้นมา 

ภารกิจของโฟรโดที่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากโฟรโดต้องทนทานกับแรงดึงดูดที่แหวนจะมอบอำนาจให้ใช้ได้ตามใจไม่ว่าถูกหรือผิดแล้ว โฟรโดยังกลายเป็นเป้าหมายของบรรดาผู้ต้องการแย่งชิงแหวน และอุปสรรคต่าง ๆ ในการเดินทางไกลจากบ้านแสนสงบสุขร่มรื่นของเขาในมิดเดิลเอิร์ธไปยังดินแดนแห่งฝุ่นพิษและเพลิงร้อนในหุบเขามอร์ดอร์

ภารกิจที่ต้องไปให้ถึงก่อนที่อำนาจมืดของโซรอน ผู้เป็นเจ้าของแหวนจะได้แหวนคืนไป และหากโฟรโดและเหล่าผู้กล้าที่มารวมตัวกันเป็น “พันธมิตรแห่งแหวน” ทำภารกิจนี้ไม่สำเร็จ มิดเดิลเอิร์ธจะตกอยู่ในอำนาจมืดของโซรอน ความสุขสงบที่เคยมีจะกลายเป็นแค่อดีตไป 

Check list

  • The Lord of the Rings งานเขียนวรรณกรรมแฟนตาซีมหากาพย์ของ “เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน” นักเขียนชาวอังกฤษ ที่สร้างเรื่องราวอิงจินตนาการกับงานเขียนประวัติศาสตร์ของชีวิตมนุษย์ เล่าเรื่องราวของการต่อสู้ระหว่างธรรมะกับอธรรม ผ่านตัวละครหลากหลายรูปลักษณ์ ทั้งต่างสถานะและเผ่าพันธุ์ ตัวเอกของวรรณกรรมชุดนี้คือ “ฮอบบิท” มนุษย์ตัวเล็กที่ยืนหยัดสู้กับพลังของอธรรม 
  • The Lord of the Rings ฉบับแปลไทยมี 3 เล่มคือ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ ตอน มหันตภัยแห่งแหวน, ตอน หอคอยคู่พิฆาต และตอนกษัตริย์คืนบัลลังก์ โดยสำนักพิมพ์แพรวเยาวชน
  • ภาพยนตร์ไตรภาค TheLord of the Rings อภินิหารแหวนครองพิภพ กำกับโดย ปีเตอร์ แจ็กสัน

อ้างอิง 

คำคม

“ความสันโดษ มิใช่ความโดดเดี่ยว”

เปาโล คูเอลญู, นักเขียน

วลีนี้เป็น คำคม สอนใจจากนิยายเรื่อง Manuscript Found in Accra นิยายของ เปาโล คูเอลญู (Paulo Coelho) ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 2013 เป็นต้นฉบับภาษาโปรตุเกส และเป็นอีกหนึ่งชิ้นงานที่ตอกย้ำสถานะของนักเขียนผู้โด่งดังจากผลงานนิยายเรื่อง The Alchemist (ขุมทรัพย์สุดปลายฝัน) ผู้นี้ในด้านการใช้ถ้อยคำ และการผูกเรื่องราวที่สะท้อนการเดินทางของมนุษย์สู่การค้นหาความสุขและการรู้จักตัวเอง 

ตามเนื้อเรื่อง Manuscript Found in Accra (ยังไม่มีฉบับแปลภาษาไทย) ได้เอ่ยถึงความสันโดษและการอยู่ลำพังเป็นภาวะที่มนุษย์ไม่อาจหลีกหนีได้ และ เปาโล คูเอลญู ได้พรรณนาถึงความดีงาม คุณประโยชน์ของความสันโดษ โดยแยกแยะภาวะนี้จาก ความรู้สึก และอารมณ์เหงา โดดเดี่ยวไว้ยืดยาวทีเดียว

สำหรับวลี “ความสันโดษ มิใช่ความโดดเดี่ยว” ตัดตอนมาจากเนื้อความเต็มที่ว่า 

“ความสันโดษมิใช่ความโดดเดี่ยว แต่เป็นห้วงเวลาของความว่าง จิตวิญญาณมีเสรีจะบอกเราและช่วยเราตัดสินใจว่าควรทำอะไรกับ”

อีกวลีที่ เปาโล คูเอลญู พูดถึงความโดดเดี่ยวไว้อย่างน่าสนใจซึ่งอยู่ในนิยายเรื่องเดียวกันคือ “มงคลชีวิตเกิดแก่ผู้มิกลัวความสันโดษ” มาจากเนื้อความเต็มว่า “มงคลชีวิตเกิดแก่ผู้มิกลัวความสันโดษ หมายถึง ผู้ที่ไม่ต้องพึ่งพาสิ่งอื่นเมื่อต้องอยู่กับตัวเอง คนที่ไม่ต้องร้อนรนกับการหาสิ่งใดทำ หรือหาสิ่งมาสร้างความบันเทิง หรือหาสิ่งอื่นมาวัดคุณค่าตัวตน ถ้าคนเราไม่อยู่คนเดียวโดดเดี่ยวบ้าง ก็จะไม่มีวันรู้จักตัวเองเลย”

นอกจากหนังสือจะขายดีและเผยแพร่ในวงกว้างแล้ว ถ้อยคำของ คูเอลญู ยังถูกใช้อ้างอิงเป็น คำคม ในการใช้ชีวิตมากมาย ทั้งมุมมองความรัก ความฝัน การทำความรู้จักตัวเอง

เปาโล คูเอลญู ถูกจัดให้เป็น นักเขียนร่วมสมัยที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก เป็นอันดับ 2 ในโพลปลายปี ค.ศ. 2016 ของRichtopiaงานของเขาได้รับการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ กว่า 81 ภาษา และวางจำหน่ายใน 170 ประเทศ

Check list 

  • หนังสือ Manuscript Found in Accra ต้นฉบับภาษาโปรตุเกส โดย เปาโลคูเอลญู และฉบับแปลภาษาอังกฤษ โดย Margaret Jull Costa ตีพิมพ์ครั้งแรก ค.ศ.2013 มีวางขายใน www.asiabook.com
  • งานนิยายเรื่องอื่น ๆ ของ เปาโล คูเอลญู (Paulo Coelho) ฉบับแปลภาษาไทย ได้แก่ขุมทรัพย์สุดปลายฝัน, เมืองทดสอบบาป, ตามรอยรัก, สิบเอ็ดนาที, ชู้,สายลับ หาได้ที่ www.se-ed.com
  • อ่านคำคม ข้อคิดดีๆ จาก เปาโลคูเอลญู ในเวอร์ชันภาษาอังกฤษได้ที่ www.paulocoelhoblog.com

อ้างอิง 

ประโยคคลาสสิก

 “เขาพูดกันว่า เวลาเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง แต่ความจริงทุกสิ่งจะเปลี่ยนได้ ต้องทำด้วยตัวเราเอง”

แอนดี วอร์ฮอล, ศิลปิน

คำคม นี้ถูกอ้างอิงจากหนังสือ The Philosophy of Andy Warhol ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ.1975 เป็นงานเขียนที่เล่าเรื่องราวชีวิตเน้นมุมมองความคิดของแอนดีวอร์ฮอล ไม่ว่าจะเป็นชีวิตวัยเด็กที่เกิดในครอบครัวผู้อพยพชาวสโลวักที่ยากจนในรัฐเพนซิลเวเนีย ชีวิตในเมืองหลวงแห่งศิลปะร่วมสมัยอย่างนิวยอร์กความคิดของวอร์ฮอลเรื่องความรัก อาหาร ความงาม การมีชื่อเสียง การทำงาน เรื่องเงินและความสำเร็จ แต่ที่ได้รับความสนใจมากคือช่วงชีวิตที่อยู่ในแวดวงเซเลบริตีและการเข้ามาเปลี่ยนแปลงวงการศิลปะร่วมสมัยในช่วงกลางทศวรรษ 1960 ทำให้โลกได้รับเอางานศิลปะที่เป็นเหมือนงานโฆษณามากกว่าวิจิตรศิลป์ หรือศิลปะที่แสดงฝีมือและสุนทรียะทางศิลปะที่วิจิตรหรือจินตนาการลึกล้ำ

แอนดี วอร์ฮอล เดิมชื่อ แอนดรูว์ วอร์โฮลา (Andrew Warhola) เกิด ค.ศ. 1928 ที่เมืองฟอเรสต์ รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา เขาจบปริญญาตรีด้านวิจิตรศิลป์ที่ Carnegie Institute of Technology เมืองพิตต์สเบิร์กการเปลี่ยนแปลงของแอนดีวอร์ฮอล มีตั้งแต่การเปลี่ยนชื่อจาก แอนดรูว์ วอร์โฮลา มาเป็น แอนดี วอร์ฮอล หลังจากที่เขาเริ่มมีชื่อเสียงจากผลงานโฆษณาออกแบบกับงานที่เป็นรายได้เลี้ยงชีพอย่างสม่ำเสมอ ห้างสรรพสินค้า St. Mark’s Placeในนิวยอร์ก

เมื่อเขาเริ่มมีงานแสดงเดี่ยวครั้งแรกที่ ที่ ฮูโกแกลเลอรี (Hugo Gallery) ในนิวยอร์ก เมื่อปี ค.ศ. 1952วอร์ฮอลก็ปักหมุดเป็นหนึ่งในศิลปินสร้างงาน การเปลี่ยนแปลงของวอร์ฮอล์ มีตั้งแต่เปลี่ยนชื่อให้สั้นและจำได้ จนถึงเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้เป็นภาพจำ คือการเปลี่ยนสีผมเป็นสีฟางข้าว บลอนด์ซีดถึงขาวอมเทา และปล่อยผมยาว กลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์และภาพจำที่เขาสร้างขึ้นได้เอง

ผลงานที่เขาทำได้ “เปลี่ยนแปลง” สิ่งที่เคยเป็นแค่งานโฆษณาเพื่อการขายสินค้าทั่วไป มาเป็นงานศิลปะและก่อรูปร่างของแนวทางงานศิลปะ ที่ต่อมาโลกรู้จักในชื่อ ศิลปะแนวพอปอาร์ต การสร้างเทคนิคซิลก์สกรีนในงานภาพพิมพ์ Two Dollar Bills ได้กลายเป็นต้นแบบแพร่หลายในแวดวงโฆษณาทั่วโลก และเทคนิคนี้ก็ได้กลายเป็นเอกลักษณ์ของวอร์ฮอล

การเปลี่ยนวิธีคิดในการสร้างงานศิลปะ “ศิลปินเปิดโรงงานศิลปะ” แนวคิดในการทำงานของวอร์ฮอล ช่วงปี ค.ศ. 1962-1964ที่เปลี่ยนการเป็นศิลปินทำเองทุกชิ้นงานเป็น “ศิลปินผู้กำหนดความคิดและรูปแบบ” และมีทีมงานเป็นผู้ช่วยถึง 18 คน ซึ่งการเป็นศิลปินที่ทำงานในระบบโรงงานแบบนี้ ทำให้เขาสามารถผลิตงานสร้างสรรค์ได้มากกว่า 2,000 ชิ้น และสามารทำให้เอกลักษณ์ในชิ้นงานยังคงอยู่ 

Check list 

  • อ่านเรื่องราวเบื้องหลังความพอปของ แอนดี วอร์ฮอล bit.ly/3iAsgWu
  • หนังสือ The Philosophy of Andy Warhol ฉบับปกอ่อน พิมพ์โดยสำนักพิมพ์Penguins มีขายที่ร้านคิโนะคูนิยะ (ประเทศไทย) คลิก https://thailand.kinokuniya.com/bw/9780141195032

Keep Calm and Carry On “ดึงสติไว้แล้วไปต่อ” 

Keep Calm and Carry On คำขวัญเรียกสติของพลเมืองช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ของรัฐบาลอังกฤษ ปัจจุบันวลีนี้ได้กลายเป็นหนึ่งใน “ไอคอนแห่งงานดีไซน์” แห่งศตวรรษ และเป็นสโลแกนยอดฮิตสู้วิกฤตต่างๆ อย่างมีสติโดยใช้คำขึ้นต้น Keep Calm and… มาเติมคำต่อท้ายตามอัธยาศัย เช่น Keep Calm and Save NHSไปจนถึง Keep Calm and Eat Cupcakes ประโยคขายคัปเค้กยอดฮิต

Keep Calm and Carry On เริ่มโด่งดังในปี ค.ศ. 2001 เป็นทั้งคำปลอบขวัญ ปลุกกำลังใจ เรียกสติ และชักชวนให้ทำอะไรในแง่บวก เหมาะสำหรับช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดยประโยคนี้คือ 1ใน 3 สโลแกนชวนเชื่อที่พิมพ์เป็นโปสเตอร์ช่วงระหว่างปลายเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมค.ศ.1939สร้างขึ้นโดยกระทรวงสารสนเทศ (Ministry of Information) ส่วนอีก 2 สโลแกน คือ “Your Courage, Your Cheerfulness, Your Resolution Will Bring Us Victory” และ “Freedom is in Peril; Defend it with all Your Might”

ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองของรัฐบาลอังกฤษ นำโดยนายกรัฐมนตรีวินสตัน เชอร์ชิล ปลอบขวัญชาวอังกฤษที่โดนเยอรมนีถล่ม ต่อมา ปี ค.ศ.1949สโลแกนนี้ปรากฏเกี่ยวเนื่องกับโฆษณาชวนเชื่อทางการเมืองในนิยายเรื่อง “1984” เขียนโดย จอร์จ ออร์เวลล์โดยในนิยายใช้ชื่อกระทรวงเป็น Ministry of Truth แต่การแจ้งเกิดที่แท้จริงของวลีที่กลายเป็นคำคมยอดฮิตนี้กลับใช้เวลาเนิ่นนานมาจนถึงยุคมิลเลนเนียม เหตุผลเพราะแรกเริ่มต้นฉบับโปสเตอร์ Keep Calmand Carry On ตีพิมพ์ 2.45 ล้านใบในปี ค.ศ. 1939 นั้น ไม่ได้ถูกแจกจ่ายไปในวงกว้าง และในปี ค.ศ.1940 รัฐบาลอังกฤษต้องแก้ปัญหาขาดแคลนกระดาษจึงต้องเอาโปสเตอร์สองล้านใบนั้นมาย่อยและทำเป็นกระดาษรีไซเคิล โปสเตอร์ต้นฉบับที่เหลืออยู่จึงมีเพียงไม่กี่ใบ

จนกระทั่ง ในปี ค.ศ. 2000เจ้าของร้านหนังสือBarter Books ที่ Alnwick,Northumberland พบโปสเตอร์หนึ่งใบพับแทรกอยู่ในหนังสือที่เขาซื้อมาแบบเหมาเข่ง จากนั้นจึงส่งไปพิมพ์ซ้ำเป็นโปสเตอร์กระดาษไซซ์ออริจินัล 1 แสนใบ พิมพ์ลงบนถ้วยกาแฟ เสื้อยืด แผ่นรองเมาส์ ผ้าเช็ดมือและโปสต์การ์ด ผลตอบรับคือขายดิบขายดี และทำให้Keep CalmandCarry On กลายเป็นไอคอนของงานดีไซน์ โดยพื้นหลังของโปสเตอร์ใช้สีแดง มีโลโก้มงกุฎแห่งราชบัลลังก์อังกฤษอยู่กึ่งกลางด้านบนตัวอักษสีขาวตัวใหญ่“KEEP CALM AND CARRY ON” และแบบตัวอักษรที่ใช้ในโปสเตอร์ก็ถูกเรียกว่า คีปคาล์ม ฟอนต์ (Keep CalmFont)

Check list 

  • ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศเมื่ออังกฤษเข้าสู่สงครามครั้งที่สอง ในช่วงปี ค.ศ. 1940ซึ่งเส้นเวลาเหลื่อมกับแคมเปญชวนเชื่อจากรัฐบาลลองดูภาพยนตร์เรื่อง “Dunkirk”ปฏิบัติการดันเคิร์ก เหตุการณ์สำคัญในสนามรบที่ฝ่ายอังกฤษต้องหนีให้รอดจากกองทัพนาซีเยอรมนีกำกับโดย คริสโตเฟอร์ โนแลนและ Darkest Hour(ฉบับปี ค.ศ. 2011)กำกับโดย โจ ไรท์ นำแสดงโดย แกรี โอลด์แมน ในบท นายกรัฐมนตรีวินสตัน เชอร์ชิล ที่ต้องตัดสินใจว่าจะเจรจาหย่าศึกกับฮิตเลอร์หรือไม่ เพราะอังกฤษถูกถล่มยับเยินมากแล้ว 
  • นิยายเรื่อง1984 เขียนโดย จอร์จ ออร์เวลล์ นิยายเก็บบรรยากาศสังคมการเมืองในยุคสงครามเย็นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2จบลง พล็อตเรื่องเป็นโลกสมมติที่ประชาชนถูกครอบงำด้วยอำนาจเบื้องสูงที่เต็มไปด้วยความไม่ชอบธรรม

อ้างอิง


Author

ทศพร กลิ่นหอม
นักเขียนสายบันเทิง สังคม ท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์ เคยประจำการอยู่ที่ เมเนจเจอร์ออนไลน์ นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และรายการ ET Thailand ปัจจุบันรับจ้างทั่วไป