Art & Bali 2026 ปักหมุดอาร์ตแฟร์แห่งใหม่เกาะบาหลี เชื่อมมรดกสิ่งทอสู่ศิลปะร่วมสมัย
- Art & Bali 2026 จัดระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2026 ที่หอศิลป์ Labyrinth Gallery ตั้งอยู่ในบริเวณ Nuanu Creative City เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย
- กิจกรรมหลักในงานเป็นส่วนของงานนิทรรศการแสดงงานศิลปะแฟชั่น โซนตลาดศิลปะ Art Market ซึ่งมีแกลเลอรีและศิลปินรวม 22 รายร่วมโชว์ผลงานเปิดดีลซื้อขายผลงานศิลปะ และ Nuana Future Forum เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ด้านศิลปะ
บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ติดอันดับปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการดื่มด่ำวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนอิทธิพลร่วมกันจากอินเดียถึงแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ผ่านมาของศิลปะและหัตถกรรมจากเกาะบาหลีกลายเป็นของที่ระลึกที่ต้องติดมือนักท่องเที่ยว ต่อยอดมาถึงวันที่วงการศิลปะบาหลีขยับจากวัฒนธรรมพื้นถิ่นสู่หมุดหมายของการเชื่อมต่อผู้คนด้านศิลปะจากนานาชาติใน Art & Bali 2026 งานอาร์ตแฟร์ประจำปีที่จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 โดย Nuanu Creative City ปักหมุดหอศิลป์ Labyrinth Gallery เป็นหนึ่งในพื้นที่จัดแสดงหลักซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณ Nuanu Creative City ดีไซน์รีสอร์ตที่รองรับการจัดงานศิลปะและดนตรี พร้อมพิพิธภัณฑ์ และหอศิลป์ บนพื้นที่รวมกว่า 6 ไร่ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อปี 2024 ปักธงปลายทางที่เที่ยวด้านศิลปะแห่งใหม่บนเกาะบาหลี


“รูปแบบงานปีนี้เราเน้นสไตล์อาร์ตแฟร์แบบบูติก เน้นคุณภาพและการแลกเปลี่ยนมุมมองด้านศิลปะแขนงต่างๆ ส่งต่อคุณค่างานศิลปะที่มากกว่างานอาร์ตแฟร์ที่เน้นปริมาณ เราตั้งใจส่งเสริมการเติบโตของเครือข่ายการสร้างงานศิลปะในภูมิภาค มากกว่าแค่ตลาดซื้อขายงาน” Bandana Tewari (บันดานา เทวารี) ภัณฑารักษ์หลักของงาน กล่าวถึงงานที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2026

Bandana Tewari (บันดานา เทวารี) เชื้อสายเนปาล เป็นผู้เชี่ยวชาญและวิทยากรบรรยายด้านวัฒนธรรมแฟชั่น เคยดำรงตำแหน่งบรรณาธิการอาวุโสนิตยสาร Vogue ประเทศอินเดียมากว่า 13 ปี โดยในงาน Art & Bali 2026 เธอรับหน้าที่ภัณฑารักษ์หลักของงานร่วมกับผู้ช่วยภัณฑารักษ์ Brina Paska (บรินา พาสกา) ภัณฑารักษ์รุ่นใหม่ชาวอินโดนีเซียผู้ก่อตั้ง Galeri Wastraku แพลตฟอร์มงานด้านวัฒนธรรมและศิลปะ ที่มีผลงานภัณฑารักษ์งานศิลปะร่วมสมัยเชื่อมมรดกท้องถิ่นในอินโดนีเซีย ทั้งสองได้ทำงานร่วมกับดีไซเนอร์ ศิลปินและสตูดิโอศิลปะกว่า 26 ราย นำเสนอศิลปะเกี่ยวเนื่องกับมรดกสิ่งทอ งานคราฟท์ แฟชั่นดีไซน์ และวัฒนธรรมวัตถุ (cultural material) ที่ย้อนรอยภูมิปัญญา งานช่างหัตถศิลป์ท้องถิ่นทั้งจากเกาะบาหลีและภูมิภาคอื่นๆ ของอินโดนีเซีย ทั้งสองคัดสรรงานแฟชั่นดีไซน์ระดับโลกที่ลงลึกถึงมิติวัฒนธรรมมาจัดแสดงภายใต้ธีมหลัก What the Body Remembers เน้นย้ำถึงความรู้เชิงทักษะและภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดผ่านสัมผัส การลงมือทำ การฝึกฝนซ้ำๆ และพิธีกรรม ซึ่งไม่สามารถบันทึกเป็นตำราได้ แต่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่นผ่านสองมือ

“ร่างกายของเราเป็นพาหนะของความทรงจำ เป็นเรือนร่างแห่งการสั่งสมภูมิปัญญา การนำเสนอครั้งนี้เราจึงเน้นความสำคัญของกรรมวิธี ทั้งผ่านงานทอผ้า งานวิจิตรศิลป์ และงานศิลปะใดๆ ที่รังสรรค์โดยช่างหัตถศิลป์ ซึ่งมือพวกเขาได้สัมผัส บันทึกลงในเรือนร่างซึ่งเป็นพาหะส่งต่อความทรงจำต่อกันมา เราจึงอยากโชว์งานของศิลปินและดีไซเนอร์ที่ลงลึกในงานออกแบบสร้างสรรค์จริงๆ และมากกว่านั้นคือการมองแฟชั่นดีไซน์เป็นงานที่มีเรื่องราวส่วนตัวในแง่ของการถ่ายทอดความทรงจำ หรือจะพูดอีกแง่ ร่างกายก็คือบันทึกแห่งความทรงจำ”

Bandana Tewari ขยายความธีมหลักของงาน What the Body Remembers เน้นการเชื่อมร้อยเส้นทางมรดกสิ่งทอจากเอเชียใต้มาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในงานแสดงศิลปะที่เกาะบาหลี ซึ่งในประวัติศาสตร์อินเดียและอินโดนีเซียมีเส้นทางการค้า ความเชื่อทางศาสนา และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมสิ่งทอยาวนานหลายศตวรรษ ซึ่ง Bandana Tewari ย้อนเล่าว่าระหว่างการทำงานก็ได้พบร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่งที่ตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ภูมิภาค เช่นในรัฐโอดิชา หรือ โอริสสา (Odisha) ซึ่งเป็นแหล่งทอผ้ามัดหมี่หรือ “อีกัต” ขึ้นชื่อตั้งแต่ยุคโบราณของอินเดีย ที่นั่นมีงานเฉลิมฉลองงานหนึ่งชื่อ บาหลียาตรา ( Bali Yatra) ที่ปัจจุบันงานนี้ก็ยังมีอยู่ “ยาตรา” แปลว่า “การเดินทาง” หมายถึงการเดินทางของเรือสินค้าขนส่งสิ่งทอและเครื่องเทศจากอินเดียถึงบาหลี บรรดาแม่ๆ และลูกสาวๆ ชาวโอดิชา จะนำดอกไม้ธูปเทียนจุดไฟลอยลงทะเลหรือแม่น้ำ อธิษฐานให้ลูกเรือที่เป็นคนในครอบครัวพวกเขาเดินทางปลอดภัย ซึ่งสะท้อนถึงการเชื่อมวัฒนธรรมถึงกันโดยในอินโดนีเซียมีผ้าบาติก (Batik) ส่วนในอินเดียก็มีผ้ามัดย้อมคล้ายกัน เรียกว่า บันดานี (bandhani) แต่อินเดียไม่ได้ใช้การเขียนเทียนอย่างในบาหลี เป็นต้น


งานศิลปะส่งต่อมรดกหัตถศิลป์ สิ่งทอ และความทรงจำ
Art & Bali 2026 จัดแสดงผลงานของ 23 แกลเลอรีและอาร์ตสเปซ รวมกว่า 300 ศิลปิน ส่วนใหญ่เป็นช่างท้องถิ่น ศิลปิน ดีไซเนอร์ กลุ่มผู้สร้างสรรค์งานคราฟต์ศิลปะทั้งในบาหลีและอินโดนีเซียเป็นหลัก ร่วมด้วยงานแสดงชิ้นงานศิลปะและเสื้อผ้าแฟชั่นของแขกรับเชิญจากอินเดีย เอเชีย รวมทั้งศิลปินรับเชิญจากไทย คัดสรรผลงานที่มีการทำงานเชิงลึกในการสร้างสรรค์เป็นรูปแบบเฉพาะตัว เชื่อมงานคราฟท์จากวัฒนธรรมโบราณกับคนรุ่นใหม่ ขณะที่ Brina Paska ผู้ช่วยภัณฑารักษ์ ชาวอินโดนีเซีย ได้เผยถึงแนวคิดการคัดสรรศิลปินมาร่วมแสดงงานครั้งนี้ว่า “ศิลปินและดีไซเนอร์แต่ละคนมีความเฉพาะตัวที่เชื่อมกับคอนเซ็ปต์ของเรา คนดูจะได้สัมผัสงานที่หลากหลายทั้งจุดเด่นของดีไซน์ ปัจจัยแวดล้อม และเรื่องราวที่เราอยากส่งต่อถึงคนดู”

Bandana Tewari ภัณฑารักษ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า “งานนี้เราให้ความสำคัญกับเรื่องของวัตถุที่เชิญชวนให้คุณระลึกถึง ตัวตนหรืออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น และงานที่สะท้อนการผสมผสานมรดกโบราณกับความทันสมัย เราแสดงลักษณะที่มันยืดหยุ่นพลิกแพลงได้ของสิ่งทอ เพราะสิ่งทอคือตัวหลักในการบอกเล่าเรื่องราว ที่สำคัญผู้ชมจะได้เห็นชิ้นงานเสื้อผ้าแฟชั่น ที่ซ่อนร่องรอยมรดกสิ่งทอที่ผสมผสานมากับเรื่องราวอันเป็นส่วนตัวอันลึกซึ้งของศิลปินและดีไซเนอร์ที่สร้างงานด้วย”

ไฮไลต์ Art & Bali 2026 เชื่อมมรดกสิ่งทอ สู่งานร่วมสมัย
สำหรับไฮไลต์ของงาน Art & Bali 2026 เริ่มจาก Ayni แบรนด์งานสิ่งทอผสมผสานผ้ามัดหมี่อินเดียและพื้นเมืองบาหลี ก่อตั้งโดย Alexander Sebastianus ทายาทธุรกิจขายผ้าบาติก ที่ผันตัวเองมาเป็นศิลปินหัตถศิลป์สิ่งทอ จุดเด่นของ Ayni คืองานสิ่งทอผสมผสานผ้ามัดหมี่อินเดียและผ้าพื้นเมืองบาหลีของศิลปินดีไซเนอร์สิ่งทอชาวอินโดนีเซีย เสนองานสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ และเป็นครั้งแรกในโลกที่พัฒนาผ้าทอย้อมสีธรรมชาติผสมผสานโมทิฟจาก “ผ้าปาโตลา” ราชินีผ้ามัดหมี่จากอินเดีย กับ “ผ้ากริงซิง” ผ้าทอมัดหมี่ภูมิปัญญาชนพื้นเมืองบาหลี ผสมผสานกรรมวิธีการทอผ้ามัดหมี่ซ้อนแบบโบราณจากต้นตำรับในรัฐคุชราต (Gujarat) กับการทอผ้ากริงซิง (Geringsing) หัตถศิลป์ชั้นสูงดั้งเดิมบาหลี เป็นผ้าที่ชาวพื้นเมืองนุ่งห่มในงานพิธีสำคัญของชีวิต โดย Alexander Sebastianus เป็นศิลปินสิ่งทอร่วมสมัยที่น่าจับตา เขา


สืบสานมรดกผ้าบาติกจากรุ่นคุณทวดยายและแม่ เริ่มจากทำธุรกิจสิ่งทอทว่าตอนนี้กลายมาเป็นศิลปินช่างฝีมือ สื่อความหมายการส่งต่อ ความทรงจำจากรุ่นสู่รุ่น แม้ตัวชิ้นงานจะมีรูปลักษณ์ที่แปรเปลี่ยนไป ศิลปะสิ่งทอของเขามักสื่อถึงตัวตนของเขา ครอบครัวของเขา ความทรงจำที่ส่งต่อมาเป็นคลังข้อมูลภูมิปัญญา เช่น งานบางชิ้นของเขาเป็นการทำผ้าบาติกที่พิมพ์ภาพถ่ายเก่าๆ ของครอบครัว

ต่อกันที่งานของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ของอินโดนีเซียที่ทำงานร่วมงานกับช่างหัตถศิลป์ท้องถิ่นอย่าง Toton โดดเด่นด้วยการแปลงงานผ้าทอแบบดั้งเดิมของอินโดนีเซียอย่าง “ผ้าบาติก” ออกแบบลวดลายและรูปแบบใหม่โดยทำงานร่วมกับช่างทอผ้าดั้งเดิมให้มีงานต่อเนื่องในยุคปัจจุบัน ส่วน Lulu Lutfi Labibi เป็นดีไซเนอร์ที่ออกแบบผ้าทอแขวนประดับตกแต่งร่วมกับ ช่างทอผ้าลูริก (Lurik) ผ้าทอมือพื้นถิ่นลายเส้นตรงและลายตารางจากเมือง ยอกยาการ์ตา (Yogyakarta) บนเกาะชวา สานต่อมรดกสิ่งทอจากความทรงจำและความคุ้นเคยที่สัมผัสจากสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ยังมีงานศิลปะจัดวางที่ทำงานเชิงความคิดอย่างงานของ Princess Pea ศิลปินหญิงร่วมสมัยรุ่นใหม่และสตูดิโอ Morii Design จากอินเดีย นำเสนองานแนวศิลปะจัดวางศิลปะสิ่งทอ นำเสนอการตีความสิ่งทอ การใช้เส้นใยผ้าที่นอกเหนือจากการออกแบบเสื้อผ้าสำหรับการนุ่งห่ม

ส่วนฝั่งศิลปินสิ่งทอร่วมสมัยที่น่าสนใจก็เช่น สตูดิโอ Cintabumi Artisans แห่งเมืองอุบุด (Ubud) เกาะบาหลี นำเสนอชิ้นงาน ตีความงานหัตถศิลป์สิ่งทอมุมใหม่จากการศึกษาวิจัยงานหัตถศิลป์เครื่องนุ่งห่มจากเปลือกไม้ของชนพื้นเมืองบนเกาะสุลาเวสี (Sulawesi) ประเทศอินโดนีเซีย ต่อด้วยงานของ Tex Saverio แฟชั่นดีไซเนอร์ชาวอินโดนีเซีย และงานแฟชั่นวิจิตรชุดกูตูร์ของ Gaurav Gupta ดีไซเนอร์กูตูร์แนวอวองการ์ดสุดล้ำซึ่งเคยแสดงที่ปารีสแฟชั่นวีค นำเรื่องราวส่วนตัวของดีไซเนอร์กับนางแบบคนสนิทผู้รอดชีวิตจากไฟไหม้ร้ายแรงถึงขั้นเข้าไอซียูมาได้ สะท้อนการฟื้นชีพครั้งใหม่จากกองเพลิง


นอกจากการส่งต่อมรดกงานคราฟต์แล้ว Brina Paska ผู้ช่วยภัณฑารักษ์ ยังพูดถึงความยั่งยืนของงานศิลปะครั้งนี้ ในแง่การให้ความสำคัญกับช่างศิลป์และธรรมชาติ ยกตัวอย่างแบรนด์ผ้าทอ Ayni ที่สร้างสรรค์งานมัดหมี่ซ้อนจากอินเดียผสานพื้นเมืองบาหลีจนเป็นเทคนิคและลวดลายเฉพาะตัว ทางดีไซเนอร์ตั้งใจระบุชื่อตัวตนของช่างทอผ้าท้องถิ่น ผู้ทอผ้าแต่ละผืนอย่างชัดเจนเพื่อให้ผู้ชมได้รู้ที่มาที่ไปและชื่นชมฝีมือของช่างศิลป์ตัวจริง ไม่ใช่แค่จากดีไซเนอร์หรือเจ้าของแบรนด์อย่างเดียว

“รากเหง้างานสิ่งทอของคนโบราณคือการใช้วัสดุธรรมชาติ เส้นใยจากพืชที่มีความยั่งยืน แต่ความท้าทายที่ศิลปินด้านสิ่งทอและดีไซเนอร์แฟชั่นรุ่นปัจจุบันต้องเจอ คือ วัสดุจากธรรมชาติหายากพอๆ กับการใช้เวลา และทักษะฝีมือ ยิ่งถ้าเราไม่ทิ้งรากเหง้า ยึดคุณค่างานหัตถศิลป์เช่นเดียวกับคุณค่าของธรรมชาติก็จะยิ่งเป็นความท้าทายยิ่งขึ้น งานครั้งนี้จึงไม่ลืมที่จะยกย่องช่างศิลป์ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างชิ้นงานด้วยมืออย่างแท้จริง”

บาหลี จุดหมายแห่งศิลปะ หัตถศิลป์ของเอเชีย
“ที่เกาะบาหลีศิลปะอยู่ในชีวิตประจำวัน คนบาหลีทำงานคราฟต์สำหรับใช้งานในชีวิตประจำวันกันทุกที่ ซึ่งนั่นกลายเป็นการปลูกฝังงานหัตถศิลป์ให้อยู่ในตัวศิลปินร่วมสมัยที่กระจายอยู่ทั่วเกาะบาหลี ไม่ว่าจะเป็น Ubud, Gianyar, และ Denpasar แต่ที่บาหลีจะเป็นการทำงานแบบต่างคนต่างทำ ไม่ได้มีการรวมกลุ่ม สมาคมเพื่อแลกเปลี่ยนกันสักเท่าไร ถ้าเทียบกับวงการศิลปะร่วมสมัยทางยอร์กยาการ์ตา บนเกาะชวา ทางโน้นจะค่อนข้างรวมตัวกันเหนียวแน่น มีการสนทนาแลกเปลี่ยนกันมากกว่า” Brina Paska ให้ความเห็นและเผยว่าปัจจุบันงานศิลปะร่วมสมัยในบาหลีเริ่มมีการจัดบ่อยครั้งมากกว่าเมื่อก่อน และกระจายไปยังเขตต่างๆ ทั่วเกาะ ซึ่งศิลปินเองก็มักจะสร้างงานที่สะท้อนวัฒนธรรมบาหลีซึ่งค่อนข้างได้รับความสนใจ

ด้าน Bandana Tewari ภัณฑารักษ์ของงานกล่าวเพิ่มเติมถึงกระแสการท่องเที่ยวเชิงศิลปะในบาหลีว่า “เดิมทีคนมาเที่ยวบาหลีเพื่อซื้อหาเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งที่เป็นงานศิลปะท้องถิ่นอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้ว แต่สำหรับคนอินโดนีเซียรุ่นใหม่ๆ ยุคโซเชียลมีเดียทำให้เขาเข้าถึงงานศิลปะรูปแบบใหม่ๆ การทดลองแบบใหม่มากขึ้น ฉันคิดว่าศิลปินรุ่นใหม่เหล่านี้น่าจะคาดหวังงานแสดงศิลปะที่เปิดหูเปิดตาให้เห็นมุมมองโลกกว้าง โดยเฉพาะงานศิลปะประเพณีต้องเข้าถึงได้ อย่างงานผ้า ในวัฒนธรรมเราจะมีผ้าชั้นสูงที่ต้องใช้ในงานพิธีเฉพาะเท่านั้น แต่คนรุ่นใหม่เขาอยากแสดงออก แสดงความเป็นตัวตนผ่านศิลปะผ้าที่เชื่อมกับความคิดความอ่านของคนรุ่นเขาไปสู่คนในอเมริกา ยุโรป หรือประเทศอื่นๆ ในเอเชียด้วย

ยกตัวอย่าง งานนิทรรศการ The FOTO Bali Festival 2026 จัดช่วงเดือนมิถุนายนถึงต้นกรกฎาคมที่ผ่านมา แสดงผลงานศิลปะภาพถ่ายของศิลปินถ่ายภาพที่มีมุมมองลึกซึ้งและถ่ายทอดทั้งเทคนิค มุมมองก็มีคนดูงานที่เป็นคนรุ่นใหม่ ให้ความสนใจร่วมสนทนาเจาะลึกวิเคราะห์วิจารณ์งาน ซึ่งเราก็หวังว่า งาน Art & Bali 2026 จะดึงความสนใจจากคนรุ่นใหม่มาสู่งานที่ลงลึกถึงศิลปะวัฒนธรรมรากเหง้าในมิติที่ร่วมสมัยนี้เช่นกัน เราอยากให้คนทุกเพศทุกวัยเดินเข้ามาสัมผัสและรู้สึกกับโลกของสีสัน พื้นผิวของสิ่งทอที่สอดผสานกันอยู่ เพราะคนเอเชียอย่างเราเป็นชุมชนที่เน้นการสัมผัสจับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ หรืองานเสื้อผ้าแฟชั่นของดีไซเนอร์ที่จัดแสดง ถ้าเรามองลึกลงไปจะเห็นว่ามันเป็นงานที่ให้ค่ากับมรดกสิ่งทอมากทีเดียว ทั้งวัสดุ กรรมวิธี และเรื่องราวที่ซ่อนอยู่”

Fact File
Art & Bali 2026 จัดระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2026 ที่หอศิลป์ Labyrinth Gallery ตั้งอยู่ในบริเวณ Nuanu Creative City เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย แบ่งกิจกรรมหลักในงานเป็นส่วนของงานนิทรรศการแสดงงานศิลปะแฟชั่น โซนตลาดศิลปะ Art Market ซึ่งมีแกลเลอรีและศิลปินรวม 22 รายร่วมโชว์ผลงานเปิดดีลซื้อขายผลงานศิลปะ และ Nuana Future Forum เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ด้านศิลปะ ไฮไลต์นิทรรศการหลักคือนิทรรศการศิลปะชุด “What the Body Remembers” จะจัดแสดงยาวไปถึง 29 พฤศจิกายน 2026 ใครสนใจไปแวะชมกันได้ รายละเอียดเพิ่มเติม artandbali.com