Penelope with the Suitors ศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจจากบทกวีโบราณ มหากาพย์โอดิสซี
Arts & Culture

Penelope with the Suitors ศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจจากบทกวีโบราณ มหากาพย์โอดิสซี

Focus
  • ภาพยนตร์มหากาพย์โอดิสซี หรือ The Odyssey ผลงานการกำกับและเขียนบทของ คริสโตเฟอร์ โนแลน เป็นภาพยนตร์ซึ่งใช้ระบบการถ่ายทำด้วยฟิล์ม IMAX สำหรับฉายในจอ IMAX ทั้งเรื่อง
  • The Odyssey ฉบับภาพยนตร์อิงเนื้อหากับต้นฉบับเดิมว่าด้วยเรื่องของ โอดิสซีอุส” กษัตริย์แห่งอิธากา ดินแดนเกาะแห่งหนึ่งในอาณาจักรกรีกโบราณซึ่งจำต้องทิ้ง “เพเนโลพี” ผู้เป็นภรรยา เพื่อไปร่วมรบในสงครามเมืองทรอย

ปรากฏการณ์ภาพยนตร์ มหากาพย์โอดิสซี หรือ The Odyssey  จากผลงานการกำกับ และเขียนบทของ คริสโตเฟอร์ โนแลน ส่งให้หลายคนหันกลับไปศึกษาบทประพันธ์ต้นฉบับมากขึ้น กับบทกวีมหากาพย์กรีกโบราณความยาว 12,109 บรรทัดที่ถูกประพันธ์ขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสตกาล เดิมทีเชื่อว่าโอดิสซี เป็นผลงานการประพันธ์ของ โฮเมอร์ (Homer) ทว่านักวิชาการและนักประวัติศาสตร์ในปัจจุบันก็เริ่มถกเถียงอยู่ว่าโฮเมอร์มีตัวตนจริงหรือไม่ ใครกันแน่คือเจ้าของบทประพันธ์ที่แท้จริง ซึ่ง โนแลน ผู้ต่อยอดมหากาพย์เรื่องนี้ในเวอร์ชันเป็นภาพยนตร์ซึ่งใช้ระบบการถ่ายทำด้วยฟิล์ม IMAX สำหรับฉายในจอ IMAX ทั้งเรื่อง ได้กล่าวถึงเบื้องหลังการสร้างมหากาพย์โอดิสซีไว้ว่า

มหากาพย์โอดิสซี

“ไม่ว่าจะเป็นเส้นเรื่องหลักของโอดิสซีอุส หรือเหตุการณ์แต่ละตอนที่ประกอบกันขึ้นเป็นมหากาพย์เรื่องนี้ The Odyssey คือรากฐานของภาพยนตร์แทบทุกเรื่องที่เคยสร้างขึ้นมา มันแฝงอยู่ในภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ผมเคยสร้าง เพียงแต่ผมไม่เคยตระหนักถึงเรื่องนี้มาก่อน มันคือเรื่องสนุกที่ได้ค้นพบเมื่อผมเริ่มก้าวสู่งานดัดแปลงเรื่องนี้” 

The Odyssey ฉบับภาพยนตร์อิงเนื้อหากับต้นฉบับเดิมว่าด้วยเรื่องของ “โอดิสซีอุส” (Odysseus) กษัตริย์แห่งอิธากา (Ithaca) ดินแดนเกาะแห่งหนึ่งในอาณาจักรกรีกโบราณซึ่งจำต้องทิ้งให้ “เพเนโลพี” (Penelope) ผู้เป็นภรรยา และ “เทเลมาคัส” (Telemachus) ลูกน้อยเพื่อไปร่วมรบในสงครามเมืองทรอยกับ “อะกาเมมนอน” กษัตริย์ที่เปิดศึกด้วยชนวนเหตุจากการแย่งชิง “เฮเลน” หญิงงามผู้เป็นภรรยาของเขา ในสงครามนั้นโอดิสซีอุสใช้กลศึก ม้าไม้เมืองทรอย (Trojan Horse) สร้างม้าไม้ขนาดมหึมาให้เหล่าทหารซ่อนตัวไว้ในม้าไม้ ก่อนที่จะออกจากม้าและซุ่มตีในยามค่ำคืน แต่หลังจากชัยชนะครั้งนั้น โอดิสซีอุสต้องระหกระเหินหลงทางไปยาวนานกว่า 20 ปี จึงหวนคืนบ้านที่อิธากาขณะที่ เทเลมาคัส บุตรชายของเขาเติบโตเป็นหนุ่ม และ เพเนโลพี ผู้เฝ้ารอการกลับมาของสามีต้องเผชิญกับวิกฤติภายในวังหลวง เมื่อบรรดาเจ้าชายและขุนนางจอมเจ้าเล่ห์ทั้งหลายเริ่มเข้ามายึดครองพื้นที่ และพยายามกดดันให้ราชินีเพเนโลพียอมตัดใจจากโอดิสซีอุสและอภิเษกสมรสครั้งใหม่โดยเลือกหนึ่งในพวกเขาให้ขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ต่อไปแทน

มหากาพย์โอดิสซี
ภาพ Penelope with the Suitors

มหากาพย์โอดิสซี ถูกถ่ายทอดจากอดีตกว่า 2,800 ปี สู่ยุคปัจจุบันดั่งตำนาน และส่งต่อแรงบันดาลใจสู่งานศิลปะหลากหลายแขนง รวมถึงงานศิลปะภาพเขียนในยุคเรเนซองส์,ซึ่งเป็นยุคที่ยุโรปหวนกลับไปรื้อฟื้นปรัชญา ศิลปะ และวิทยาการความรู้สมัยกรีกโบราณอีกครั้ง โดยหนึ่งในงานมาสเตอร์พีซที่ได้แรงบันดาลใจจากโอดิสซี คือภาพ Penelope with the Suitors เป็นภาพเขียนนางเพเนโลพีและผู้ที่มาสู่ขอ เล่าเรื่องราวของเพเนโลพีขณะที่รอคอยโอดิสซีอุสหวนคืนบ้าน หลังจากไปร่วมรบสงครามเมืองทรอย ส่วน “ผู้มาสู่ขอ” นำโดย แอนตีนัส (Antinus) ผู้ฉ้อฉลที่ซ่องสุมพ่ายพลไว้รอวันที่เพเนโลพีจะตัดสินใจเลือกคู่มาแทนที่โอดิสซีอุสตามประเพณีกับข้อต่อรองว่า หากนางทอผ้าสำหรับคลุมร่างของ ลาร์เตส (Laertes) บิดาผู้ล่วงลับของโอดิสซีอุสเสร็จเมื่อไร เพเนโลพีจะต้องเลือกคู่ใหม่ทันที

สงครามเมืองทรอยในภาพยนตร์

แต่เพเนโลพีใช้กลอุบาย “ทอผ้า” ยามกลางวัน และรื้อออกในตอนกลางคืนเพราะหน่วงเวลาไว้ แม้ภายหลังความลับจะถูกแพร่งพรายออกไปโดยคนรับใช้ใกล้ชิดที่ทรยศไปร่วมมือกับผู้มาสู่ขอ แต่นางได้ใช้ความเป็นผู้นำยืนหยัดไม่ยอมให้บุรุษหน้าไหนมาคุกคามซึ่งในต้นฉบับบทกวีได้เขียนถึงผู้มาสู่ขอว่ามีทั้งหมด 108 คน ที่หวังจะเป็นใหญ่ในอิทากาแทนที่โอดิสซีอุสผ่านการครอบครองตัวนางซึ่งนั่นทำให้เพเนโลพีกลายเป็นภาพลักษณ์ในอุดมคติของสตรีผู้ยืดมั่นต่อชายคนรัก ผู้อดทนรอคอยโดยไม่หวั่นไหวต่อข่าวลือหรือความเชื่อที่ยังไม่มีบทพิสูจน์ว่าโอดิสซีอุสตายไปแล้ว และความกล้าหาญยืนหยัดท้าทายแรงกดดันและการคุกคามทางอำนาจจากบรรดาบุรุษ ต่อมาเมื่อโอดิสซีอุสกลับถึงบ้าน เพเนโลพีได้ออกอุบายให้บรรดาผู้สู่ขอชิงชัยด้วยการน้าวคันศรที่เป็นของโอดิสซีอุส หากผู้ใดสามารถน้าวคันศรยิงธนูได้สำเร็จจะได้ครอบครองทั้งตัวนางและบัลลังก์อิธากาแต่สุดท้ายโอดิสซีอุสก็ได้ลงมือสังหารบรรดาผู้สู่ขอเหล่านั้น

มหากาพย์โอดิสซี
“เพเนโลพี” (Penelope) เวอร์ชันภาพยนตร์

Penelope with the Suitors วาดโดยศิลปินนาม Pintoricchio ถ่ายทอดภาพของเพเนโลพีที่กำลังนั่งทอผ้า เผชิญหน้ากับบุรุษในภาพผมยาวยืนนำขบวนของบรรดาผู้มาสู่ขอที่ต่อคิวยาว และมุมภาพขวาสุดมีชายที่กำลังเดินเข้าประตูถือไม้เท้าที่เป็นสัญลักษณ์ของนักเดินทางจึงสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นภาพแทนโอดิสซีอุสผู้เดินทางกลับถึงบ้านหลังจากผจญภัยหลงทางในทะเลยาวนานกว่า 20 ปี ภาพเขียนนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า The Return of Odysseus โดยตรงกลางกรอบภาพเป็นภาพเรือแล่นกลางทะเล อิงเรื่องราวการผจญภัยของโอดิสซีอุสที่ต้องผ่านการถูกล่อลวงด้วยเสียงเพลงของไซเรน (Sirens) พรายทะเล และการทดสอบของแม่มดเซอร์ซี (Circe) บนเกาะร้างระหว่างทางกลับบ้านจากเมืองทรอยสู่อิทากา

มหากาพย์โอดิสซี

ทั้งนี้ ดร. เอมิลี เฮาเซอร์ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ศิลปะโบราณ และผู้เขียนหนังสือ Mythica ได้อธิบายถึงภาพเขียนเพเนโลพีที่ศิลปิน Pintoricchio ถ่ายทอดออกมาว่าสะท้อนภาพลักษณ์สตรีสูงส่งในอุดมคติยุคเรเนซองส์ เป็นการผสมผสานระหว่างมหากาพย์ Odyssey กับลักษณะของพระแม่มาดอนน่า แรงบันดาลใจงานศิลปะอิทธิพลจากศาสนาคริสต์ของศิลปินในอิตาลียุคศตวรรษที่ 16 ทั้งนี้ภาพเขียน Penelope with the Suitors ต้นฉบับเป็นศิลปะวาดสีบนปูนเปียกในยุคเรเนซองส์ โดยงานชิ้นนี้เป็นหนึ่งในสองชิ้นงานที่ยังหลงเหลือจากต้นฉบับทั้งหมด 8 ชิ้นที่ศิลปิน Pintoricchio ได้รับมอบหมายจาก Pandolfo Petrucci ผู้ปกครองซีเอนนา (Siena) ให้เขียนขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1509 อิงเรื่องราวของมหากาพย์โอดิสซีเพื่อตกแต่งผนังพระราชวังเนื่องในวาระฉลองงานแต่งงานของบอร์กีส (Borghese) บุตรชายและนางวิตตอเรีย ปิกโคโลมีนี (Vittoria Piccolomini) หลานสาวของพระสันตะปาปาปิอุสที่ 3 แห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิกซึ่งถือเป็นงานแต่งของสองตระกูลที่ยิ่งใหญ่ในอิตาลียุคนั้น

ปัจจุบันภาพเขียน Penelope with the Suitors ที่ถูกคัดลอกลงบนผ้าแคนวาสเป็นสมบัติของ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ กรุงลอนดอน ในคอลเลกชันภาพเขียนคลาสสิกของยุโรปตะวันตกช่วงศตวรรษที่ 13-19 สามารถเข้าชมได้ที่ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ 


Author

ทศพร กลิ่นหอม
นักเขียนสายบันเทิง สังคม ท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์ เคยประจำการอยู่ที่ เมเนจเจอร์ออนไลน์ นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และรายการ ET Thailand ปัจจุบันรับจ้างทั่วไป