7 ความเชื่อเรื่อง แมว ในตำนานและวัฒนธรรมอียิปต์
Arts & Culture

7 ความเชื่อเรื่อง แมว ในตำนานและวัฒนธรรมอียิปต์

Focus
  • เมื่อแมวในบ้านตาย เจ้าของแมวจะโกนคิ้วตัวเอง เพื่อแสดงความโศกเศร้า
  • มีหลักฐานที่ทำให้สันนิษฐานได้ว่าชาวอียิปต์อาจจะเป็นชาติแรกที่นำแมวมาเลี้ยงตั้งแต่ราว 1,000 ปีก่อนพุทธศักราช (หรือกว่า  3 พันปีก่อน)

แมว ไม่ได้เป็นเพียงสัตว์เลี้ยงประจำบ้านผู้มองเห็นมนุษย์เป็นเพียง ทาส เท่านั้น แต่หากย้อนไปดูในตำนานและความเชื่อเก่าแก่บนโลกนี้โดยเฉพาะในวัฒนธรรมอียิปต์จะพบว่า แมวมีความสำคัญและถูกยกย่องให้เป็นดั่งเทพ เมื่อแมวตายลงก็มีการทำมัมมี่ไม่ต่างจากคน แมวสำคัญอย่างไรกับชาวอียิปต์โบราณ เรามีเกร็ดเรื่องแมวในตำนานและวัฒนธรรมอียิปต์มาฝากกัน

  1. มีหลักฐานที่ทำให้สันนิษฐานได้ว่าชาวอียิปต์อาจจะเป็นชาติแรกที่นำแมวมาเลี้ยงตั้งแต่ราว 1,000 ปีก่อนพุทธศักราช (หรือกว่า  3 พันปีก่อน) ชาวอียิปต์เลี้ยงแมวก็เพื่อไว้จับหนูตามบ้านเรือนและยุ้งฉางเก็บผลผลิตธัญพืช เพราะอียิปต์มั่งคั่งในการทำเกษตรในลุ่มแม่น้ำไนล์ที่อุดมสมบูรณ์ จากอียิปต์แมวได้แพร่กระจายไปยังยุโรปโดยติดไปกับเรือสินค้าเพื่อทำหน้าที่จับหนู
  2. เหตุที่ชาวอียิปต์บูชานับถือแมว เพราะชื่นชอบความเก่ง ความฉลาด ความว่องไวในการเป็นนักล่าโดยธรรมชาติ โดยเฉพาะการล่าหนูและงูที่เป็นศัตรูพืช รวมทั้งล่าสัตว์มีพิษต่างๆ ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตคนสมัยนั้น
  3. เทพเจ้าแมว หรือ วิฬาเทพ  ในสมัยอียิปต์เรียก บาสต์ (Bast) หรือ บาสติ (Basti) มีลำตัวเป็นสตรี แต่ใบหน้าเป็นแมว
  4. พิธีกรรมเกี่ยวกับแมวในสมัยอียิปต์ล้วนเกี่ยวเนื่องกับโลกหลังความตาย มีทั้งการทำมัมมี่ สร้างสุสาน ทำหีบศพเฉพาะแมว ซึ่งมัมมี่สัตว์ถือเป็นเครื่องบูชาทางศาสนาของอียิปต์
  5. เมื่อแมวในบ้านตาย เจ้าของแมวจะโกนคิ้วตัวเอง เพื่อแสดงความโศกเศร้า
  6. เมื่อแมวตายลงชาวอียิปต์มักจะทำแมวมัมมี่  เอาศพมาทำมัมมี่บรรจุลงในหีบศพรูปตัวแมว และฝังในสุสานของแมวเป็นการเฉพาะ บ้างก็มีการทำหุ่นโลหะรูปแมวฝังลงไปด้วย  บางครั้งเมื่อแมวตายก็มีการสร้างวิหารใหญ่โตให้แมวด้วยเช่นกัน
  7. ปัจจุบัน แมวมัมมี่ มีตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอังกฤษ หรือ บริติช มิวเซียม ( British Museum)

ต้นเรื่อง : นิตยสารสารคดี ธันวาคม 2540