แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ย้อนรอยเส้นทางพาณิชย์โบราณแห่งอารยธรรมสุวรรณภูมิ
- แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ตั้งอยู่ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี โดยหลังจากที่มีการพบเจอกลองมโหระทึกสำริดใบแรกเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 หลังจากนั้นเมื่อทำการกั้นพื้นที่และลงสำรวจทางโบราณคดีอย่างเต็มรูปแบบจนค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ ลูกปัด กำไล เครื่องประดับทองคำ
- ความน่าสนใจคือมีพบแหวนทองคำที่มีจารึกคำภาษาอินเดียโบราณพราหมี อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 5-7 มีการสันนิษฐานไปถึงว่าน่าจะเป็นของชาวอินเดียใต้ที่อพยพมาค้าขายหรืออาจจะถึงขึ้นตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้
เมื่อต้นปี 2569 ที่ผ่านมา มีข่าวคราวการค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมากที่แปลงนาในพิกัด แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ชื่อตามที่เรียกขานกันในหมู่ชาวบ้านของ บ้านดอนพลับ ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเส้นทางถนนเพชรเกษม ล่าสุดกระแสความสนใจได้โหมกระหน่ำแหล่งขุดค้นใหม่ถอดด้ามแห่งนี้ ด้วยการค้นพบโบราณวัตถุมากมาย ทั้งกลองมโหระทึกสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ลูกปัดแก้วและหินมีค่าจำนวนมาก การเรียงซ้อนของโครงกระดูกที่เป็นไปอย่างพิสดารและค่อนข้างซับซ้อน และที่ฮือฮาเป็นอย่างมากคือเครื่องประดับทองคำ รวมถึงล่าสุดแหวนที่มีอักษรโบราณสลักไว้อยู่ซึ่งเปิดประเด็นในการถกเถียงถึงความเก่าแก่ของพื้นที่ในอู่อารยธรรมสุวรรณภูมิแห่งนี้

Sarakadee Lite ชวนย้อนรอยไปทำความรู้จัก แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง กันอีกครั้งเพราะการค้นพบอาจไม่ได้หยุดแค่เครื่องทอง แต่อาจมีชุดความรู้ใหม่ๆ ด้านประวัติศาสตร์ตามมาอีกมาก เพราะงานโบราณคดีนั้นไม่เคยหยุดนิ่ง และหลายประเด็นก็ยังไม่สามารถปิดสรุปแค่ในปัจจุบัน

เพชรบุรีหนึ่งในเส้นทางค้าขายเชื่อมอ่าวไทย อันดามัน อารยธรรมสุวรรณภูมิ
นับถึงปัจจุบันที่ แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ได้พบโครงกระดูกเป็นจำนวนถึง 9 โครงซึ่งหลายโครงถูกประดับประดาไปด้วยแหวนและเครื่องประดับทองคำ ลูกปัดสี และหินแก้วจำนวนกว่าพันชิ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเจ้าของร่างเป็นผู้ที่มีฐานะเป็นอย่างมาก ซึ่งความมั่งคั่งนี้น่าจะเกิดมาจากผลพวงของการค้าขายในเส้นทางพาณิชย์โบราณที่ขนส่งสินค้าข้ามเทือกเขาตะนาวศรีไปมาระหว่างอ่าวไทยกับเมืองท่าทางฝั่งอันดามันซึ่งเส้นทางน่าจะขยายไปถึงแดนไกลทางฟากตะวันตกอย่างอนุทวีปอินเดีย หรืออาจไกลกว่านั้น และทางฟากตะวันออกไปแว่นแคว้นโซนทางทะเลจีนใต้ รวมถึงสิ่งของที่มาจากรัฐภายในสุวรรณภูมิทั้งขึ้นเหนือและลงใต้ไป โดยมีข้อสันนิษฐานกันว่าแม่น้ำเพชรบุรีที่อยู่ใกล้เคียงอาจจะมีส่วนสำคัญในการขนส่งลำเลียง

อีกหลักฐานที่ชวนทึ่งก็คือพบ กลองมโหระทึก จำนวนมากถึง 6 ใบ ซึ่ง 2 ใบมีสภาพเกือบสมบูรณ์อย่างน่าทึ่ง เป็นที่ทราบกันดีว่าเครื่องดนตรีตีให้จังหวะที่ทำจากสำริด (ไม่ได้ทำจากหนัง ทำให้บางทฤษฎีไม่จัดว่าเป็นกลอง) ชนิดนี้นอกจากจะเป็นตัวชี้วัดศักยภาพทางเทคโนโลยีของชุมชนที่อาจจะเจริญถึงขั้นหล่อโลหะผสมได้ ยังสันนิษฐานว่าเป็นตัวบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ทางเกษตรกรรมอีกด้วย

หรือถ้าหากเป็นกลองมโหระทึกที่นำเข้ามาจากถิ่นอื่น ก็ต้องนับว่าดินแดนแถบลุ่มน้ำเพชรบุรีนี้มีเครือข่ายความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับแหล่งอารยธรรมอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้กลองโลหะชนิดนี้เช่นกัน ซึ่งเชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากดินแดนบริเวณเวียดนามตอนเหนือและจีนตอนใต้ ที่กลองมโหระทึกในแถบนั้นมักปรากฏลวดลายสัตว์อย่างกบที่เชื่อมโยงกับการขอฝน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแสดงความเชื่อมโยงของการมีคติร่วมกันทางวัฒนธรรมของเหล่าที่ราบลุ่มรับน้ำฝน นอกจากนี้ความสำคัญของกลองมโหระทึกนี้ยังสืบเนื่องในวัฒนธรรมไทยมาจนถึงปัจจุบันที่ถือเป็นเครื่องสูงที่ใช้ในพระราชพิธีสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

นานาปริศนาและความซับซ้อนทางโบราณคดีที่รอวิทยาศาสตร์เฉลย
สำหรับคนที่ติดตามข่าวด้านการขุดค้นทางโบราณคดีในไทยมาบ้างจะสังเกตได้ว่ากรณีแหล่งขุดค้นดอนยายทองนั้นสามารถสร้างกระแสทั้งทางสื่อหลักและสื่อทางเลือกทั้งในประเทศและในต่างประเทศ และขยายวงครอบคลุมผู้เชี่ยวชาญผู้สนใจหลากหลายสาขาย่อยที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสายงานด้านยุคก่อนประวัติศาสตร์ การจัดการงานขุดค้นภาคสนาม ด้านจารึกโบราณ และด้านประวัติศาสตร์ศิลป์

ปัจจัยหนึ่งเป็นเพราะในพื้นที่ที่มีขนาดไม่กี่ตารางเมตร และเพิ่งผ่านการขุดค้นมาไม่ได้ถึงครึ่งปีดีล้วนสร้างความแปลกใจ สิ่งที่ค้นพบล้วนสร้างข้อสนับสนุนข้อสันนิษฐานเก่าใหม่หลายต่อหลายข้อ ก่อให้เกิดวิวาทะทางวิชาการมากมาย และดูยังไร้ท่าทีที่จะมีข้อยุติในเร็ววัน ท่ามกลางความน่าสนใจหลายประการของแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง หนึ่งในนั้นคือการได้ค้นพบสิ่งที่ไม่ค่อยพบว่าอยู่ร่วมกันหรือปรากฏการฝังร่วมกันมาก่อนทั้งลักษณะและทิศทางการฝัง เราได้เห็นภาชนะดินเผาหลายใบวางอยู่โดยรอบในตำแหน่งที่สัมพันธ์กับกลองมโหระทึก อีกทั้งยิ่งขุดลึกลงไปก็พบชิ้นส่วนของกลองมโหระทึกอีกใบในสัณฐานคว่ำหน้าลงซึ่งยังต้องอาศัยขบวนการวิเคราะห์เพื่อยืนยันถึงอายุ ที่มา และความสัมพันธ์ของกลองมโหระทึกกับวัตถุแวดล้อมเหล่านี้


ประการถัดมา นอกเหนือจากเครื่องประดับทองคำ ลูกปัด ลูกแก้ว และภาชนะดินเผาจำนวนมาก ยังพบก้อนดินเผาไฟ และกรามฟันสัตว์เคี้ยวเอื้อง ประเภทวัว/ควาย สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ โดยพบทั้งกรามบนและกรามล่างอยู่ในบริเวณใกล้กัน ซึ่งต้องรอผลศึกษาความสำคัญและความสัมพันธ์ของชิ้นส่วนซากสัตว์เหล่านี้ ซึ่งหน่วยงานทางด้านวิทยาศาสตร์ของกรมศิลปากรจะเข้ามาร่วมรับหน้าที่นี้ต่อไป

ประการท้ายสุด และดูเป็นที่สนใจมากที่สุดคือก่อนที่จะมีกำหนดปิดพักหลุมได้ไม่กี่สัปดาห์ก็พบแหวนทองคำที่มีจารึกคำภาษาอินเดียโบราณพราหมี อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 5-7 โดยคำที่สลักบนแหวนอ่านว่า “ปุสรขิตส” แปลว่า “ของปุสรขิตะ” หมายถึง ผู้ที่ถูกรักษาโดยฤกษ์หรือดาวปุษยะ ทำให้สันนิษฐานต่อได้ว่าเจ้าของแหวนน่าจะอยู่ในวรรณะแพศย์ หรือพ่อค้า ทั้งนี้ที่ผ่านมาแม้ว่าจะเคยมีการค้นพบ “อักษรพราหมี” บนตราประทับและเครื่องประดับมาก่อนแล้วในแหล่งโบราณคดีของไทย แต่เป็นบริเวณภาคใต้ คือที่แหล่งโบราณคดีคลองท่อม จังหวัดกระบี่ และแหล่งโบราณคดีเขาสามแก้ว จังหวัดชุมพร จึงเป็นที่น่าฉงนว่ามาปรากฏบริเวณพื้นที่หลังเทือกเขาตะนาวศรีที่ไม่มีอาณาเขตติดทะเลอันดามันอย่างบ้านดอนพลับ ที่ดอนยายทองตั้งอยู่ได้อย่างไร มีการสันนิษฐานไปถึงว่าน่าจะเป็นของชาวอินเดียใต้ที่อพยพมาค้าขายหรืออาจจะถึงขึ้นตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงถือว่าเป็นหมุดหมายที่สำคัญ เพราะแสดงถึงอารยธรรมในบริเวณนี้ว่าได้มีความเจริญเนิ่นนานมาก่อนยุคทวารวดีในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11-16 เสียอีก ทั้งนี้ก็ต้องรอผลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันอายุของแหวนนี้เช่นกัน

ชุมชนกับภาครัฐ บทใหม่ในการร่วมดูแลและพัฒนาแหล่งโบราณคดี
กล่าวได้ว่าบทบาทของพลเมืองทั่วไปและชุมชนต่อปรากฏการณ์ดอนยายทองเริ่มขึ้นนับแต่วันที่สองภรรยาสามี นางคนางค์และ นายเจน เพชรสุด เจ้าของที่นาผืนหนึ่งในบริเวณหมู่ 6 บ้านดอนพลับ ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ได้พบเศษชิ้นส่วนวัตถุโบราณ ซึ่งเป็นส่วนของกลองมโหระทึก ในบริเวณที่นาของตนเมื่อช่วงต้นปี พ.ศ.2569 และได้นำไปปรึกษา ผศ. แสนประเสริฐ ปานเนียม อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีและปราชญ์ผู้รู้ท้องถิ่นว่าจะจัดการอย่างไร จนนำไปสู่การประสานงานและแจ้งกับสำนักศิลปากรที่ 1 กรมศิลปากรที่เป็นผู้ที่ดูแลมรดกทางศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีให้เข้ามาดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายและหลักวิชาการ หลังจากที่ทางสำนักฯ ทราบเรื่องในวันที่ 25 มกราคม และลงพื้นที่ตรวจสอบในวันที่ 28 เดือนเดียวกัน การขุดค้นอย่างเป็นทางการได้เริ่มเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 โดยทางรัฐได้จ่ายค่าผลอาสินเป็นการตอบแทนเจ้าของที่ดินทั้งสองที่เสียสละให้เข้าใช้พื้นที่และสิทธิเหนือพื้นที่ยังเป็นของเจ้าของเดิมไม่ได้ถูกริบเป็นของรัฐ


สาเหตุที่ขนานนามแหล่งขุดค้นแห่งนี้ว่า ดอนยายทอง ก็ด้วยลักษณะพื้นที่ที่เป็นที่ดอนกลางที่ราบโล่งใกล้เขาทโมน และเรียกตามเจ้าของพื้นที่เดิมที่ชื่อว่ายายทองซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในอดีตของชุมชน และเรียกติดปากกันมานาน ส่วนบทบาทของชุมชนได้ขยายตัวหลังเริ่มการขุดค้นได้ไม่นาน ข่าวสารได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในละแวกใกล้เคียงและสื่อท้องถิ่น ทำให้มีการเยี่ยมชมอย่างต่อเนื่องจำนวนมาก ทั้งจากสถาบันการศึกษา แสดงถึงความตื่นตัว ความเอาใจใส่ ขยายไปจนถึงสำนึกหวงแหนมรดกท้องถิ่นของคนในพื้นที่ จนเกิดกระแสเรียกร้องให้นำโบราณวัตถุต่างๆ ที่ขุดค้นขึ้นมากลับมาจัดแสดงยังพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น

ทั้งนี้เบื้องต้นทางกรมศิลปากรไม่ได้ขัดข้องในการนำกลับมาจัดแสดงที่เพชรบุรี หลังเสร็จสิ้นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และการวิเคราะห์อื่นๆ แต่ติดด้วยเงื่อนไขของความพร้อมของอาคารสถานที่ที่ควรจะต้องมีมาตรฐานพอต่อการจัดการดูแลรักษาต่อไปในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องระยะยาวที่ต้องอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นเข้ามาร่วมปรึกษาหารือกันต่อไป


เป็นที่น่าสังเกตว่าหากใครได้ติดตามข่าวแหล่งขุดค้นดอนยายทองมาโดยตลอด นอกเหนือไปจากมิติด้านวิชาการและเทคนิคการขุดค้นอย่างถูกวิธี จะเห็นถึงวิธีการทำงานของกรมศิลป์ที่คอยประสานกับชุมชนทั้งส่วนภาคประชาสังคมและภาคบริหารท้องถิ่นให้ได้รับรู้ถึงความคืบหน้า ซึ่งยิ่งในระยะหลังข่าวของแหล่งโบราณคดีดอนยายทองได้แพร่ไปถึงต่างประเทศ ทำให้ภารกิจนี้ของทางกรมศิลป์ตกอยู่ภายใต้การจับจ้องของสาธารณชน ทั้งในระดับชุมชนใกล้เคียงและในระดับประเทศ รวมถึงต่างประเทศ

แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง : พิกัดท่องเที่ยวใหม่เมืองเพชร
ปฏิเสธไม่ได้ว่าพื้นที่นาขนาดไม่ใหญ่มากอย่าง แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และอารยธรรม เพราะไม่ไกลจากเส้นเพชรเกษมสามารถแวะมาเยี่ยมชมระหว่างสัญจรไปมาทางภาคใต้กับภาคกลางได้ อยู่ใกล้ตัวเมืองเพชรบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) เหมาะสมในการบรรจุเพิ่มเข้าไปในเส้นทางการท่องเที่ยวเมืองเพชรเมืองที่ถือว่าเป็นอยุธยาที่ยังมีลมหายใจ ด้วยอุดมร่องรอยของศิลปะยุคอยุธยา และยังขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองของช่างฝีมือ ล่าสุดถึงกับมีผู้นำร่องแนะทำแผนที่จุดศิลปวัฒนธรรมอื่นๆ ที่อยู่โดยรอบแหล่งขุดค้นน้องใหม่นี้อีกด้วย และห่างกันไม่ถึง 10 กิโลเมตรยังมีชุมชนเกษตรบ้านลาดที่ขึ้นชื่อในด้านการท่องเที่ยวเชิงวิถีเกษตร โด่งดังทางด้านกล้วย ชมพู่ และมะม่วง รวมถึงผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่างน้ำตาลโตนด

พักปิดหลุม แต่ไม่พักการค้นคว้า
เนื่องจากสภาพของพื้นที่หลุมขุดค้นเป็นพื้นที่ต่ำ มีสภาพดินเค็ม และขณะนี้เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว การทำงานของนักโบราณคดีเริ่มมีความยากลำบาก จากสภาพดังกล่าวอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โครงกระดูกมีสภาพเปื่อยยุ่ยจึงจำเป็นต้องพักการขุดค้นและปิดหลุมชั่วคราว ซึ่งมีการเก็บข้อมูลด้วยเทคนิค 3D Scan อีกครั้ง ก่อนจะทำการเก็บโครงกระดูก และโบราณวัตถุขึ้นจากหลุมโดยเริ่มแต่เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

หลังจากทำการเคลียร์หลุมขุดค้นเพื่อคืนสู่สภาพเดิมจะทำการส่งมอบพื้นที่ให้แก่เจ้าของที่นาได้ไปใช้ประกอบอาชีพ โดยโบราณวัตถุที่ค้นพบจะนำไปส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการศึกษาวิเคราะห์ให้ได้ข้อมูลวิชาการเชิงลึก ไว้ใช้สำหรับกิจกรรมส่วนอื่น โดยมีทั้งที่ส่งไปให้ที่กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และตัวอย่างถ่านคาร์บอนที่จะส่งไปประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อหาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ โดยคาดว่าจะได้ทราบผลค่าอายุที่แน่นอนในประมาณ 3 เดือนข้างหน้า

แต่แม้ว่าแหล่งโบราณคดีดอนยายทองจะปิดพักช่วงหน้าฝนยังมีอีกหลายคำถามที่หลายคนหลายฝ่ายยังไม่พักที่จะตามติดค้นหาคำตอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยุคสมัย ความสำคัญ บริบทรอบข้างของสิ่งที่ค้นพบและขุดพบ รวมถึงการถอดบทเรียนที่ได้หลังการทำงานอันเข้มข้นในระยะเวลาไม่ถึงครึ่งปีที่ผ่านมา แนวทางการขุดค้นหลังเปิดปากหลุมอีกครั้งในช่วงหลังฤดูฝนชุก และแนวทางการเปิดพื้นที่อื่นในบริเวณใกล้เคียง