อัพสกิล เดินป่าฤดูฝน โรงเรียนนักเดินป่าจับมือสวนพฤกษศาสตร์ฯ เดินอย่างไรให้ปลอดภัยและเข้าใจผืนป่า
- ไฮไลต์ของเส้นทางคือตามหา “กระเจียวสุเทพ” พืชถิ่นเดียว ที่มีการกระจายพันธุ์จำกัดเฉพาะดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์
- เรียนรู้ทักษะการเดินป่ากับทีม โรงเรียนนักเดินป่า ซึ่งได้จับมือกับ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จังหวัดเชียงใหม่ พาเดินป่าต้นฤดูฝนที่อัดแน่นด้วยความรู้ทางพฤกษศาสตร์ และเทคนิคการเดินป่าพื้นฐานที่ควรมีติดตัว
หากคุณรู้ตัวว่ากำลังหลงรักผืนป่าเข้าให้แล้ว! เราอยากชวนคุณหาจังหวะไปเข้าคลาสอัพสกิลเรียนรู้การเดินป่าอยางปลอดภัยดูสักครั้ง เพราะนั่นจะทำให้เราเดินป่าได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น แถมยังเข้าใจนิเวศป่าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งล่าสุด Sarakadee Lite ได้มีโอกาสไปร่วมเดินป่าที่จัดเต็มทักษะการ เดินป่าฤดูฝน และความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ เพราะเป็นเส้นทางที่ทางสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จังหวัดเชียงใหม่ และโรงเรียนนักเดินป่าร่วมกันจัดขึ้น ออกแบบเส้นทาง เดินป่าฤดูฝน ตามหาพรรณไม้หายากระดับโลกอย่าง “กระเจียวสุเทพ” พืชถิ่นเดียว ที่มีการกระจายพันธุ์จำกัดเฉพาะดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์



โปรแกรมนี้เข้มข้นทั้งเนื้อหาการเดินป่าและความรู้เรื่องพรรณไม้ซึ่งมีนักพฤกษศาสตร์ร่วมนำทางและคอยให้ความรู้เรื่องพรรณไม้ต่างๆ อย่างใกล้ชิด ระยะทางทั้งหมดประมาณ 12 กิโลเมตร ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน บนเส้นทางสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ผู้เข้าร่วมทริปต้องจัดเตรียมและแบกของสำหรับค้างคืนกันเอง มีช่วงที่หนักหน่วงต้องเดินไต่ความชันร่วมกว่า 5-6 กิโลเมตรซึ่งถือว่าท้าทายพอสำควรสำหรับนักเดินป่ามือใหม่แถมยังมีฝนพรมลงมาบางช่วงให้ได้เรียนรู้การจัดเตรียมของและวิธีการเดินให้ปลอดภัยในฤดูกาลนี้



กิจกรรมเริ่มต้นในช่วงบ่ายของวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เป็นการเรียนรู้พื้นฐานการเดินป่า อุกรณ์พื้นฐานที่ต้องใช้ การใช้ไม้เท้าเดินป่าอย่างถูกต้องเพื่อลดการบาดเจ็บและเสริมแรงให้เดินได้ง่ายขึ้น การเตรียมตัวก่อนเข้าป่าอย่างปลอดภัย โดยจะการแบ่งกลุ่มและเข้าฐานการเรียนรู้ 4 ฐาน ได้แก่ เสบียงอาหาร สิ่งของจำเป็นในการเดินป่า อุปกรณ์พักแรม เป้สะพานหลัง ส่วนวันที่ 2 จึงจะเริ่มออกเดินป่าโดยมีจุดสตาร์ทที่ใจกลางป่าเฟินโบราณป่าล้านปี พิกัด Unseen ของสวนพฤกษศาสตร์ฯ ระหว่างทางรับความรู้จากนักพฤกษศาสตร์เกี่ยวกับพืชวงศ์ขิงซึ่งเป็นราชินีแห่งป่าฝน ที่มีความสำคัญทางระบบนิเวศโดยมีไฮไลต์เป็น “กระเจียวสุเทพ” ซึ่งจะผลิบานจากผืนดินในช่วงฤดูฝนเท่านั้น และต้องใช้ความสังเกตอย่างมากในการเดินป่าเพื่อไม่ให้การเดินของเราไปทำลายความงามของกระเจียวสุเทพ รวมทั้งมีเทคนิคการถ่ายรูปดอกไม้กลางป่าจากเจ้าหน้าที่สวนพฤกษศาสตร์ฯ มาเติมไอเดียกันด้วย



เดินป่ากันต่อสู่ต้นนำเพื่อเรียนรู้บทบาทของป่าต้นน้ำที่ทำหน้าที่กักเก็บและปล่อยน้ำอย่างสมดุล เปรียบเสมือนฟองน้ำธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงระบบนิเวศ ที่สำคัญยังได้เข้าใจความเชื่อมโยงของดิน ป่า สายน้ำ และบทบาทของนักเดินป่าที่สามารถทำให้ทุกทริปของการเดินป่าเปลี่ยนเป็นการอนุรักษ์ได้ ไฮไลต์คือการเรียนรู้เรื่องอุปกรณ์กรองน้ำกลางป่า นำน้ำในธรรมชาติมาใช้บริโภคระหว่างการเดินป่าซึ่งเป็นทักษะที่นักเดินป่าควรมีติดตัวไว้


สำหรับทริปนี้เราพักแรมด้วยการตั้งเต็นท์ และผูกเปล ซึ่งทางโรงเรียนนักเดินป่าก็มีการสอนเทคนิคเงื่อนสำหรับเปล การผูกเปลอย่างปลอดภัย ก่อนจะไปร่วมกิจกรรมในภาคกลางคืน ณ จุดชมวิวสถานีจิ้งจอกภูเขา ที่มองเห็นดาวบนดินกลางเมืองเชียงใหม่ระยิบระยับมากๆ ช่วงนี้มีฝนพร่ำเล็กน้อย เรานั่งล้อมวงใต้ทาร์ปขนาดใหญ่ เล่าถึงความรู้สึกที่ได้ประสบในวันนี้ ซึ่งมีทั้งเหนื่อยล้า เจ็บปวดแข้งขา ความอิ่มเอมใจ มิตรภาพระหว่างเพื่อนใหม่ที่มาพบเจอกันบนเส้นทางนี้



วันสุดท้ายของคลาส เดินป่าฤดูฝน เราต้องเดินลงเขาซึ่งมีความลื่นชันมากกว่าปกติ ทางโรงรียนนักเดินป่าก็จัดเต็มเทคนิคการเดินลงเขาให้ปลอดภัย และมาร่วม “อาบป่า” ฉบับนักพฤกษศาสตร์ปล่อยร่างกาย ความคิด ในอิริยาบถที่ผ่อนคลาย ถอดรองเท้า ให้เท้าได้สัมผัสกับพื้นดิน พื้นหญ้า ฟังเสียงสิ่งแวดล้อม ให้ธรรมชาติมาเยียวยาโดยแท้จริง และอีกโปรแกรมที่ดีมากๆ คือการเรียนรู้พฤกษศาสตร์พื้นบ้าน ผ่านพืชในธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตมนุษย์ ทั้งพืชสมุนไพร พืชใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ก่อนจะให้เราได้ลองกินใบพืชต่างๆ เคียงกับลาบ น้ำพริกสูตรนักพฤกษศาสตร์

ใครที่สนใจคลาสอัพสกิลการเดินป่าแบบนี้ติดตามได้ทาง สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และ โรงเรียนนักเดินป่า ซึ่งจะมีการเปิดกิจกรรมเดินป่าอัดแน่นความรู้แบบนี้เป็นระยะๆ