Stay Green :  เช็คอิน 10 ที่พักที่ออกแบบด้วยทฤษฎีความห่วงใยสิ่งแวดล้อมและโลกใบนี้
Brand Story

Stay Green : เช็คอิน 10 ที่พักที่ออกแบบด้วยทฤษฎีความห่วงใยสิ่งแวดล้อมและโลกใบนี้

Focus
  • ที่พัก โรงแรม และรีสอร์ต เป็นอีกคีย์สำคัญด้านการท่องเที่ยวที่สามารถเติมฟังก์ชันด้านสิ่งแวดล้อมและความห่วงใยโลกใบนี้
  • การออกแบบโรงแรม ที่พักในปัจจุบันมักคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนตั้งแต่ก่อนเริ่มก่อสร้าง ลดขยะ เพิ่มพื้นที่สีเขียว งดใช้พลาสติก และสนับสนุนชุมชนรอบข้าง

ในหมวดท่องเที่ยวสายกรีนนั้น ที่พัก โรงแรม รีสอร์ต เป็นอีกคีย์สำคัญที่สามารถเติมฟังก์ชันด้านสิ่งแวดล้อมและความห่วงใยโลกใบนี้ลงไปได้ตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้างไปจนถึงการออกแบบประสบการณ์ความผ่อนคลาย Sarakadee Lite ชวนไปเช็คอินเอนกายใน 10 ที่พักที่คัดสรรมาแล้วว่าใส่ทฤษฎีความห่วงใยสิ่งแวดล้อมและใส่ใจโลกลงไปให้กลายเป็นโมเมนต์น่าประทับใจของการท่องเที่ยวเมืองไทยที่ควรมาเช็คอินให้ได้สักครั้ง

Stay Green

01 Forest Forest farm and stay : วิถีสโลว์ไลฟ์ฉบับบ้านเล็กในป่าใหญ่

Story Behind : บ้านฟาร์มสเตย์ฟีลบ้านเล็กในป่าใหญ่ที่ชวนมาแชร์ประสบการณ์ “อยู่กับธรรมชาติ” ครบทั้งการใช้ชีวิต กิน อยู่ นอน เข้ามาเช็คอินแล้วค่อยๆ ละเลียดไปกับธรรมชาติและจังหวะชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์กับบรรยากาศของกระท่อมน้อยริมลำธารและเชิงเขาจังหวัดน่าน เหมาะสำหรับการพาตัวเองมารีเฟรชและเชื่อมต่อวิถีชีวิตกับธรรมชาติแบบลดการผลิตคาร์บอนหรือมลภาวะ เสริมด้วยองค์ความรู้ที่เคยมีอยู่ในชุมชนและตอนนี้กำลังจะเลือนหาย

Forest Forestเริ่มต้นจากความฝันวัยเด็กของเจ้าของบ้าน “จันทร์ ธรรมพักตรกุล” ที่อยากอยู่กับป่าและมีชีวิตที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ หลังจากที่บัณฑิตคณะวิจิตรศิลป์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วัย 24 ปีคนนี้เรียนจบ เธอก็ผันตัวเองจากเด็กกรุงเทพฯ ที่เกิดและเติบโตในย่านพร้อมพงษ์ มาใช้ชีวิตเป็นเกษตรกรเต็มรูปแบบในจังหวัดน่าน เป็นเกษตรกรที่พึ่งพาตัวเอง ปลูกพืชผักปลอดสารเคมี และเรียนรู้การใช้ชีวิตโดยดูแลสภาพแวดล้อมรอบตัวไปพร้อมกัน ที่สำคัญคือ เธอเริ่มทำการสืบเสาะและสืบทอดองค์ความรู้ดั้งเดิมของชุมชนที่เคยมีวิถีชีวิตอิงแอบอยู่กับป่าเมืองน่าน และหลังจากลงมือทำฟาร์มสเตย์หลังน้อยมากว่า 4 ปี ปัจจุบัน Forest Forestก็เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตจากนาข้าว 2 ไร่  บวกด้วยถั่วลิสง ถั่วเหลือง เลม่อน อะโวคาโด กล้วย ผลไม้ต่างๆ และผักสวนครัวตามฤดูกาล ซึ่งนำมาเป็นอาหารกินเองและเป็นวัตถุดิบในคลาสการเรียนรู้สำหรับผู้มาเยือน

Stay Green

Stay : ที่พักในฟาร์มเป็นบ้านไม้สองชั้น 1 หลัง เปิดบริการทั้งห้องพักเดี่ยวและแบบเหมาบ้านพักทั้งหลัง เข้าพักได้สูงสุด 9 คน แบ่งเป็น 3 ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ และห้องครัว ซึ่งแน่นอนว่าที่นี่ไม่ติดเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ทางฟาร์มเปิดครัวพร้อมเตรียมวัตถุดิบจากแปลงผักรอบบ้านและเนื้อไก่บ้านในชุมชน (ตามสั่ง) ให้ผู้มาพักเข้าครัวปรุงอาหารเอง รวมถึงการให้ผู้มาพักได้ลองปรุงตามสูตรในสมุดเขียนสูตรอาหาร (handmade cook book) ที่เจ้าของบ้านบันทึกไว้ หรือใครจะสั่งอาหารจากครัวตามสั่งในท้องถิ่นก็ได้เช่นกัน   

Green Experience: นอกจากเข้ามาพักชาร์จพลังจากธรรมชาติแล้ว ทางฟาร์มยังมีเวิร์กช็อปวิถีการอยู่ร่วมกับป่าและการแปรรูปของกินของใช้จากสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวัน เช่น เวิร์กช็อป “กับข้าวป่า”  เรียนรู้ว่าผักอะไรในป่าชุมชนที่กินได้ และลองทำเมนูอาหารพื้นบ้านจากวัตถุดิบธรรมชาติในชุมชน รวมทั้งการก่อไฟใช้ไฟด้วยถ่านและไม้ฟืน ต่อด้วย เวิร์กช็อป “ทำชาดอกเก๊กฮวย” เก็บจากแปลงเก๊กฮวยข้างบ้านมาแปรรูปด้วยวิธีธรรมชาติ  หรือจะเป็น เวิร์กช็อป “จัดช่อดอกไม้ป่า” ก็จะพาไปรู้จักดอกไม้ในป่าและวิธีจัดช่อประดับสวยงาม  รวมทั้งการทำเต้าหู้จากถั่วเหลืองปลอดสารเคมีจากฟาร์ม และกิจกรรมก่อกองไฟและดูดาวในคืนฟ้าโปร่ง

Location: หมู่บ้านหลักลาย ใกล้จุดชมวิวโค้งหมายเลข 3 ทางขึ้นดอยภูคา อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

Contact:  forestforest.nan โทรศัพท์ 082-919- 9465

Stay Green

02 อาสา ฟาร์มสเตย์ : งานดีไซน์จากหัวใจชุมชน

Story Behind : ฟาร์มสเตย์ที่อิงกับเรื่องราวของชุมชนเกษตรกรรมแม่สลอง จังหวัดเชียงราย เริ่มต้นจากการพลิกฟื้นผืนดินเกษตรเชิงเดี่ยวมาเป็นฟาร์มสเตย์ที่โดดเด่นด้วยงานออกแบบเชื่อมโยงธรรมชาติกับชุมชนจนได้รับรางวัล Best Design จากเวที Golden Pin Design Award 2021 โดยคำว่า “อาสา” มาจากคำว่า ‘อะสะ’ เป็นภาษาลาหู่ แปลว่า ‘ชีวิต’  พ้องเสียงกับ คำว่า “คาซ่า” (Casa) ที่แปลว่า “บ้าน” ในภาษาอิตาลีอย่างพอดิบพอดี คอนเซปต์ของที่นี่คือ การชวนนักท่องเที่ยวไปสัมผัสชีวิตเรียบง่าย กินอาหารคุณภาพดีที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นในชุมชน ดังที่ทีมอาสาฟาร์มสเตย์ได้กล่าวไว้ว่า “หัวใจหลักในการสร้างสรรค์ของเราคือ เน้นการอยู่ร่วมกัน พร้อมเป็นส่วนหนึ่งและช่วยซัปพอร์ตชาวบ้านในชุมชน เบียดเบียนธรรมชาติให้น้อยที่สุด ดังนั้นเราจึงพยายามคงสภาพแวดล้อมเดิมเอาไว้ ทั้งนาข้าว สวนยาง วิถีชุมชน ฯลฯ”

Stay Green

Stay : ที่นี่โดดเด่นด้วยงานออกแบบจากสถาปนิกมือรางวัล Creative Crews ใช้ไม้โบราณจากบ้านเก่ามาประกอบเป็นเรือนไม้โบราณที่ใส่ความโมเดิร์นเข้ากับยุคสมัย ทั้งยังลดการใช้ไฟฟ้าด้วยการออกแบบบ้านที่ดึงลมและแสงธรรมชาติให้เป็นส่วนหนึ่งของบ้านที่ยกใต้ถุนสูง ตัวบ้านมีช่องลมธรรมชาติ และเปิดช่องให้แสงส่องถึง ห้องพักมีทั้งหมด 4 ห้อง พักได้สูงสุดรวม 12 คน บนเนื้อที่ทั้งหมด 85 ไร่ โดยเป็นพื้นที่ฟาร์ม 50 เปอร์เซ็นต์ ครบทั้งสวนเกษตรผสมผสาน แปลงผักปลอดสารเคมี ผลไม้ สับปะรด ลิ้นจี่  ป่าสวนยาง และแปลงนาข้าว เรียกว่ามีแหล่งวัตถุดิบใกล้บ้านแบบไม่ต้องขนส่งจากภายนอกมากนัก ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่งด้วย  

Green Experience: มาฟาร์มสเตย์ทั้งทีต้องได้เรียนรู้การทำเกษตรวิถีธรรมชาติ ทั้งทำนา ปลูกผักตามฤดูกาล เลี้ยงควาย เข้าครัวทำอาหารจากท้องถิ่น ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เก็บผัก เก็บไข่เป็ด ไข่ไก่ในเล้า เก็บเห็ด ไปจนถึงลงมือทำอาหารเมนูพื้นบ้านทางภาคเหนือด้วยวัตถุดิบจากในฟาร์มรวมทั้งในชุมชนโดยมีชาวชุมชนเป็นเชฟใหญ่คอยสอน ส่วนใครที่เหนื่อยล้ายังมี “สปาสุ่มไก่” เป็นสปาแผนไทยที่นำพืชสมุนไพรในชุมชนมาอบตัวโดยใช้สุ่มไก่ของจริง นอกจากนี้ยังมีคลาสเรียนทำขนมไทยสูตรคุณยายและแม่ๆ ในชุมชน ปิดท้ายด้วยกิจกรรมเดินสำรวจป่าชุมชนโดยมีไกด์ท้องถิ่นนำทาง 

Location: เชิงดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย

Contact:  facebook.com/ahsafarmstay โทรศัพท์ 097-248-4674

03 Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park : จับมือ SOS ลดปัญหาขยะอาหาร

Story Behind : โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ในเครือบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) หรือ AWC ที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านเศรษฐกิจบนถนนสุขุมวิท จัดว่าเป็นโรงแรมขนาดใหญ่มีห้องพักทั้งหมด 1,388 ห้อง รองรับการประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ แต่อีกความน่าสนใจคือการปรับตัวรับกับเทรนด์ธุรกิจวิถียั่งยืนโดยเฉพาะ “ปัญหาขยะจากอาหาร” ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของธุรกิจประเภทโรงแรม โดยทางโรงแรมได้ร่วมกับมูลนิธิเอสโอเอส ประเทศไทย (Scholar of Sustenance Foundation Thailand หรือ SOS Thailand) นำอาหารที่ผลิตเกินความต้องการจากห้องอาหารหลักของโรงแรม คือ ห้องอาหาร โกจิ คิทเช่น + บาร์ (Goji Kitchen + Bar) ซึ่งเป็นห้องอาหารนานาชาติ โดยในแต่ละวันจะมีอาหารเหลือที่เป็นอาหารคุณภาพดี ทางโรงแรมจึงไม่ทิ้งเปล่า ทว่าร่วมมือกับ SOS Thailand นำไปแจกจ่ายแก่ชุมชนและผู้ด้อยโอกาสในเขตเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ซึ่งภารกิจนี้มุ่งสู่เป้าหมายของโรงแรมที่ต้องการลดปริมาณขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบให้เหลือเป็นศูนย์ภายในปี 2573 ตามกลยุทธ์ความยั่งยืนของ AWC

Stay : แม้จะเป็นโรงแรมใหญ่ใจกลางเมืองแต่ โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค กลับกระชับพื้นที่สีเขียวที่เป็นปอดของกรุงเทพฯ เข้ามาอยู่ใกล้แค่เอื้อมกับประตูโรงแรมที่เปิดออกสู่สวนเบญจสิริ และไม่ไกลจากสวนป่ากลางกรุงเบญจกิติที่สามารถเดินออกไปสำรวจธรรมชาติป่ากลางเมืองได้ ด้านห้องพักเน้นดีไซน์ที่ใส่ความร่วมสมัยมีการปรับเรื่องราวของวัฒนธรรมไทยเข้ามาเป็นงานออกแบบโรงแรม แนะนำให้จองห้องวิวสวนเบญจสิริที่มองเห็นทั้งเมืองและสวนเขียวไปพร้อมกัน

Green Experience: นอกจากการลดใช้ขยะพลาสติกต่างๆ ภายในห้องพักแล้ว ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมของที่นี่คือ การจัดการขยะอาหารหลังบ้าน โดยทางโรงแรมได้ร่วมกับมูลนิธิ SOS Thailand สามารถลดปัญหาอาหารเหลือทิ้งสูญเปล่าจากร้านโกจิ คิทเช่น + บาร์ ได้ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ และยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 68.4 ตัน 

Location: สุขุมวิทซอย 22 กรุงเทพฯ 

Contact:   www.bangkokmarriottmarquis.com โทรศัพท์ 02-059-5555

04 INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit : งานออกแบบเพื่อความยั่งยืน

Story Behind :  อินน์ไซด์ บาย มีเลีย กรุงเทพ สุขุมวิท (INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit) โรงแรมน้องใหม่ย่านสุขุมวิทในเครือ AWC ที่มาในคอนเซปต์งานออกแบบดีไซน์เพื่อความยั่งยืนที่เริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบโครงสร้าง วางแผนลดขยะจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมในขั้นตอนก่อสร้าง โดย อินน์ไซด์ บาย มีเลีย กรุงเทพ สุขุมวิท เป็นโรงแรมในเครือ มีเลีย โฮเทลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจพระโขนง- อ่อนนุช  ตัวโรงแรมเน้นงานดีไซน์ผสานคอนเซปต์วิถียั่งยืน โครงสร้างแบบโมเดิร์นการตกแต่งภายในเน้นความโปร่งและโล่ง ตัดกับความจอแจในพื้นที่กลางเมือง พร้อมดึงวิถี Urban Lifestyle แบบคนเมืองเข้ามาใส่

Stay : ตัวโรงแรมโดดเด่นด้วยงานดีไซน์โมเดิร์นที่หยิบจับองค์ประกอบของความเป็นไทยเข้ามาใส่อย่างร่วมสมัยไม่ว่าจะเป็นไอคอนิกอย่างเสาชิงช้า พระปรางค์วัดอรุณ ขบวนเรือราชประเพณี ว่าวจุฬา ยักษ์วัดโพธิ์ หรือแม้แต่ลายไทย พร้อมกันนั้นก็ไม่ทิ้งเรื่องความผ่อนคลายตัดกับฉากย่านธุรกิจของถนนสุขุมวิท ห้องพักโปร่งโล่งด้วยโทนสีขาวอุ่น ใส่กระจกใสเปิดรับแสงธรรมชาติ และเปิดมุมมองวิวเมืองในฝั่งพระโขนง- อ่อนนุช 

Green Experience: ที่นี่ตอบโจทย์คอนเซปต์ความยั่งยืนตั้งแต่โครงสร้างอาคารและการจัดการภายในที่พัก เริ่มจากการก่อสร้างและออกแบบอาคารที่ได้มาตรฐานรับรองจาก Excellence in Design for Greater Efficiency หรือ EDGE  การออกแบบโครงสร้างการเลือกวัสดุก่อสร้างเน้นประหยัดพลังงานจากค่าเฉลี่ยทั่วไปได้ราว 31 เปอร์เซ็นต์  โดยออกแบบขนาดหน้าต่างของห้องพักให้รับแสงธรรมชาติได้พอเหมาะ เลือกใช้สุขภัณฑ์ที่สามารถประหยัดการใช้น้ำ หลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง (single-use plastic) อีกทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องพักและเครื่องเขียนต่างๆ ล้วนใช้วัสดุที่ทำจากกระดาษและวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำอย่างยาสระผม สบู่ ครีมอาบน้ำล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกปลอดเคมี แม้แต่ชุดพนักงานก็เลือกใช้ผ้าที่เป็นผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นมาตัดเย็บ ซึ่งเหล่านี้แม้จะเป็นการจัดการหลังบ้านที่อาจจะไม่ได้บอกให้ลูกค้าที่เข้ามาพักได้รับรู้โดยตรง แต่เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่กลับสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมโรงแรมที่ตอกย้ำว่าธุรกิจโรงแรมก็ช่วยโลกและดูแลสิ่งแวดล้อมได้จริง

Location: ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ 

Contact: www.melia.com/th/hotels/thailand/bangkok/innside-bangkok-sukhumvit โทร 02-340-5499 

05 Avani+ Khao Lak : เช็คอินพังงาที่มีป่า ภูเขา และทะเลบรรจบกัน

Story Behind : พังงาไม่ได้สวยงามแค่ทะเล แต่พังงายังเป็นจังหวัดภาคใต้ที่มีทะเลและภูเขามาบรรจบกันท่ามกลางความเขียวชุ่มฉ่ำของป่าเขตร้อน และที่ อวานี พลัส เขาหลัก (Avani+ Khao Lak) ก็ยังคงรักษาหัวใจหลักของธรรมชาติในจังหวัดพังงาให้มาบรรจบกันในรีสอร์ตห้าดาวบนหาดบางสัก เขาหลักที่มีพื้นที่สีเขียวและต้นไม้พื้นเมืองหนาแน่นบนเนื้อที่ทั้งหมดกว่า 60 ไร่ กับคอนเซปต์การก่อสร้างตามแนวทางความยั่งยืน ตัวรีสอร์ตเพิ่งเปิดบริการเมื่อปี พ.ศ.2562 บริหารงานภายใต้เครืออวานี เป็นรีสอร์ตห้าดาวที่อิงเทรนด์รักษ์โลก หลังจากเซ็นสัญญาเข้าร่วมในภาคีข้อตกลงการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนกับองค์การยูเนสโก (UNESCO Sustainable Travel Pledge) อวานี พลัส เขาหลัก ก็เริ่มจัดการตั้งแต่การวางแผนก่อสร้างอาคารที่พัก โดยเน้นการรักษาต้นไม้ในพื้นที่เดิมให้คงอยู่มากที่สุด

ผลลัพธ์คือสามารถรักษาต้นไม้เดิมได้มากถึง 600 ต้น และปลูกต้นไม้ยืนต้นเสริมอีกราว 100 ต้น ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา รวมถึงรักษาป่าโกงกางริมบึงขนาดเล็กสองแห่ง  สวนมะพร้าวเดิมบริเวณห้องสปาของโรงแรม ต้นปาล์มที่มีอยู่เดิม และต้นบอนหูช้างหรือบอนกระดาด ซึ่งเป็นพืชไม้ประดับเขตร้อนชื้นตามธรรมชาติที่ตอนนี้ได้กลายเป็นไม้ประดับตกแต่งภูมิทัศน์ของโรงแรม นอกจากนี้ยังมีต้นกล้วย ต้นมะละกอ ต้นยางพารา ต้นมะเดื่อป่า บัวหลวง และบัวใบใหญ่ ซึ่งตามปกติแล้วเราแทบจะไม่ได้เห็นต้นไม้พื้นถิ่นดังกล่าวในฐานะต้นไม้ตกแต่งโรงแรมเลย ทั้งนี้ในส่วนที่มีการก่อสร้างอาคาร ทางโรงแรมย้ายต้นไม้เดิมออกไปปลูกใหม่โดยไม่โค่นทิ้ง ทั้งยังสร้างสวนผักสมุนไพรเพิ่มเติมสำหรับใช้ในห้องอาหารของโรงแรมด้วย  และนอกจากเรื่องการอนุรักษ์ต้นไม้ในท้องถิ่นเดิมแล้ว ตามข้อตกลงกับยูเนสโกยังใส่รายละเอียดไปถึงหลอดไฟ LED การออกแบบที่ประหยัดพลังงาน การใช้ขวดแก้วและเครื่องดื่มกระป๋องเพื่อลดพลาสติก ตั้งเป้าการลดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งให้เหลือเพียง 25 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2567

Stay : ห้องพักของที่นี่ซ่อนตัวอยู่กลางผืนป่าสีเขียวได้อย่างแนบเนียนมาก ลูกค้าที่เข้ามาพักจะต้องเดินผ่านสวนมะพร้าว สวนสมุนไพร ต้นไม้พื้นเมืองแปลกตาเพื่อไปยังโซนต่างๆ โดยการออกแบบผังอาคารนั้นเลือกที่จะหันหลังให้กับตะวันช่วงบ่าย ช่วยลดความร้อนและเสริมความเย็นสบายของธรรมชาติให้ห้องพัก อีกทั้งร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ยังชวนให้อยากออกมาปิกนิกเอนกายในสวนด้านนอกโดยเฉพาะที่นั่งในสวนมะพร้าวริมทะเลนั้นมักจะถูกจับจองกันตั้งแต่บ่ายคล้อย ด้านตัวห้องพักมีให้เลือกทั้ง Deluxe Lagoon Pool ที่มาพร้อมระเบียงขนาดใหญ่และสระว่ายน้ำไปจนถึง Family Pool Suite ที่กว้างขวางเหมาะสำหรับครอบครัว และที่มักจะเต็มก่อนคือห้องแบบ Pool Access ที่มีความร่มรื่นของสวนเขียวเป็นซิกเนเจอร์สามารถเปิดประตูห้องพักลงสระว่ายน้ำได้เลย

Green Experience: นอกจากการออกแบบโครงสร้างที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเพิ่มพื้นที่สีเขียวแล้ว ที่นี่ยังมีแปลงเพาะชำเล็กๆ ที่ใช้เพาะปลูกต้นไม้จริง พร้อมเปิดพื้นที่การเรียนรู้สำหรับแขกที่มาพัก สามารถมาดูเรื่องการจัดการขยะอาหารและวัสดุอินทรีย์เหลือใช้ที่นำมาทำเป็นปุ๋ย การดูแลสวนผักและต้นไม้ภายในโรงแรมเอง นอกจากนี้ยังมีสวนผักสมุนไพร และกิจกรรมปลูกผักและเรียนรู้พืชกินได้สำหรับครอบครัว ส่วนใครอยากสำรวจพื้นที่สีเขียว ที่นี่มีบริการจักรยานฟรีปั่นชมธรรมชาติ และพิเศษกับมื้ออาหารในคอนเซปต์ Dining by Design อิงหลักการ farm to table เสิร์ฟอาหารปรุงจากวัตถุดิบในสวนของโรงแรม ซึ่งมีผักสวนครัวและสมุนไพรต่างๆ กว่า 22 ชนิด ลดการใช้พลังงานในการขนส่งและได้อาหารปลอดภัย ในบรรยากาศใกล้สวนผัก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเก็บขยะชายหาด หรือ บีช คลีน อัพ ร่วมกับทางหน่วยงานท้องถิ่นอีกสัปดาห์ละ 1 ครั้งในพื้นที่ชายหาดบางสักซึ่งแขกที่เข้าพักสามารถร่วมกิจกรรมได้เช่นกัน 

Location:  อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา

Contact: www.avanihotels.com/th/khao-lak-phang-nga โทรศัพท์ 076-427-300

06 Banyan Tree Samui : อนุรักษ์เต่าตนุคืนสู่หาดละไม 

Story Behind : ในช่วงวิกฤตโรคระบาดส่งผลให้การท่องเที่ยวทั่วโลกหยุดชะงักและทำให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัว ที่เกาะสมุย ประเทศไทย มีข่าวที่น่าตื่นเต้นนั่นคือการขึ้นวางไข่ของแม่เต่าตนุ บริเวณหน้าอ่าวท้องครก เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นบริเวณชายหาดด้านหน้าของโรงแรมบันยันทรีสมุย ถามว่าทำไมข่าวนี้ถึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นของชาวสมุย คำตอบก็เพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่มีเต่าตนุขึ้นมาวางไข่บนชายหาดเกาะสมุย สถานที่ท่องเที่ยวเบอร์ต้นๆ ในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติเมื่อเอ่ยถึงทะเลไทย ตลอดทั้งปีทุกชายหาดจะเต็มไปด้วยความครึกครื้นของนักเดินทางจากทั่วโลก จึงไม่บ่อยนักที่จะมีเต่าตนุผู้รักสงบขึ้นมาวางไข่ หลังจากที่เคยมีการบันทึกไว้บนหาดเฉวงน้อย และนั่นจึงจุดประกายให้ทางบันยันทรีสมุยร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเข้าร่วมภารกิจดูแลแม่เต่าโดยปรับสภาพแวดล้อมทั้งเสียงและแสงในโรงแรมเพื่อการฟื้นฟูอนุรักษ์เต่าตนุให้กลับคืนสู่เกาะสมุยอีกครั้ง

Stay : บันยันทรี สมุย โรงแรมระดับ 5 ดาว ในเครือแอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น (AWC) ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าชายหาดละไม เน้นคอนเซปต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งการออกแบบห้องพัก และตัวอาคารที่ตั้งห่างจากชายหาดและชายฝั่งทะเลในระยะที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการรบกวนระบบนิเวศของสัตว์ทะเลและชายหาด ห้องพักมีระเบียงเปิดรับธรรมชาติของป่าไม้เชิงเขาและริมทะเล เป็นทั้งวิวทิวทัศน์และร่มเงาและนำอากาศเย็นสบายตามธรรมชาติให้พัดพาเข้ามาเพื่อลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศ ที่สำคัญตัวรีสอร์ตออกแบบโดยยังคงความร่มรื่นของพื้นที่สีเขียวดั้งเดิม พร้อมกับเลือกใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นและออร์แกนิกปลอดสารเคมี เช่น สิ่งเล็กๆ อย่าง Coconut and Seaweed Shower Gel รวมทั้งผลิตภัณฑ์สปา นอกจากนี้ยังมีการออกแบบกิจกรรมเกี่ยวกับสุขภาพและการรีทรีตกายและใจ

Green Experience: จุดเริ่มต้นกิจกรรมติดตามการฟื้นฟูอนุรักษ์เต่าตนุที่ขึ้นมาวางไข่บนหาดละไม เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม พ.ศ. 2563 ครั้งนั้นโรงแรมได้ปรับแสงไฟ ระดับเสียง และกิจกรรมริมชายหาดที่จะเข้าไปรบกวนเต่า ทั้งยังทำการเฝ้าระวังทั้งเรื่องป้องกันน้ำทะเลซัดรังเต่าเสียหาย ป้องกันสัตว์นักล่าขโมยไข่เต่า ที่สำคัญคือการสื่อสารเรื่องนี้ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าใจจนสามารถช่วยลูกเต่าเกิดใหม่กลับคืนสู่ท้องทะเลได้ 269 ตัว และในปีต่อๆ มาก็มีการส่งต่อความรู้เรื่องเต่าตนุให้กับนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และสำหรับใครชอบกิจกรรมสายกรีน ในช่วง “วันสัตว์ป่าและพืชป่าโลก” ของทุกปี ทางโรงแรมยังมีกิจกรรมเดินสำรวจพรรณไม้และสิ่งมีชีวิตภายในรีสอร์ตที่นำทีมโดยพนักงานผู้รอบรู้ด้านสิ่งมีชีวิตและพรรณไม้ มากกว่านั้นยังมีการรีไซเคิลของใช้และเฟอร์นิเจอร์ขานรับเศรษฐกิจหมุนเวียนโดยส่งต่อเป็นผลิตภัณฑ์งานดีไซน์ให้กับ reConcept ร้านขายสินค้ารีไซเคิลและอัพไซเคิลเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งและเครื่องใช้ต่างๆ จาก โรงแรม 5 ดาวในเครือ AWC อีกด้วย

Location:   หาดละไม เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

Contact: www.banyantree.com/thailand/samui โทรศัพท์ 077-915-333

07 มีกินฟาร์ม : ส่งต่อแรงบันดาลใจให้รักธรรมชาติ

Story Behind : เนื้อที่กว่า 4 ไร่ของ มีกินฟาร์ม คือพื้นที่ในความฝันอยากมีบ้านสวนตั้งแต่วัยเด็กของ ปู-จงรัก จารุพันธุ์งาม แต่นอกจากความฝันที่งอกเงยเป็นความจริงผ่านระยะเวลาเกือบ 10 ปี ปัจจุบันทั้งทุ่งนา แปลงผักและเหล่าดอกไม้ต่างก็เติบโตขึ้นตามเวลาอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกับความตั้งใจที่ไม่เคยเปลี่ยนของผู้เป็นเจ้าของ นั่นคืออยากส่งต่อแรงบันดาลใจให้ทุกคนกลับมาอยู่และรักธรรมชาติมากขึ้นกว่าเดิม

Stay : จากสวนเกษตรที่เน้นความหลากหลายของพืชพรรณ ตั้งแต่ไม้ยืนต้น ไม้ผล ไม้ต่างระดับ มีร้านอาหาร คาเฟ่เล็กๆ และกิจกรรมน่ารักให้ทุกคนได้สำรวจวัตถุดิบในสวนนำมาลองทำ ตอนนี้มีกินฟาร์มเพิ่มเติมส่วนของโฮมสเตย์ขึ้นมาอีก 1 หลังรองรับได้สูงสุด 2-6 คน เป็นบ้านกลางสวนที่ออกแบบให้เหมือนกับบ้านที่ผู้เข้าพักสามารถทำอาหารหรือเก็บสมุนไพรนำมาทำชาเองได้ เพราะเธอว่ามีกินฟาร์มไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่คือบ้านสวนที่เธออยู่เองด้วยจริงๆ เธอเลยอยากทำให้ที่นี่รวมถึงความรักในธรรมชาติเป็นสิ่งที่เข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน เป็นสถานที่ที่ผู้เข้าพักสามารถมาพักผ่อนเหมือนเป็นบ้านสวนของตัวเอง มา Social Detox หรือหากใครสนใจเรื่องเกษตร มีไอเดียอยากทำบ้านสวน มีกินฟาร์มก็ยินดีอย่างมากที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน

Green Experience  : ไม่ว่าจะแวะไปพักผ่อนรับประทานอาหารแค่ชั่วคราวหรือจองโฮมสเตย์กี่คืน ที่นี่ก็มีกิจกรรมรองรับสำหรับผู้ที่สนใจ เช่น การทำคุกกี้ดอกไม้กินได้ การทำ Eco-Printing พิมพ์ลวดลายดอกไม้ใบไม้ลงบนผ้า ตกแต่งหน้าพิซซ่าด้วยผักพื้นบ้าน หรือแม้แต่เดินเล่นรอบๆ สวนเพื่อเรียนรู้ด้วยตัวเอง

Location:   บ้านโคกกลาง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น

Contact: โทรศัพท์ 061-695-9926 www.facebook.com/mekinfarmkhonkaen

08 สุขเสมอ : โฮมสเตย์ในสวนมะยงชิด

Story Behind : สวรรคโลก หากเอ่ยชื่อเมืองนี้หลายคนคงจะนึกถึงสตรีทอาร์ตที่มาชุบชีวิตย่านเมืองเก่าของจังหวัดสุโขทัย แต่สวรรคโลก อำเภอเล็กๆ ริมแม่น้ำยมที่แสนเงียบเชียบยังมีเรื่องราวของวิถีเกษตรกรรมโดยเฉพาะละมุดและมะยงชิดที่เป็นผลผลิตขึ้นชื่อทว่าไม่ค่อยอยู่ในสปอตไลต์การท่องเที่ยวมากนัก กระทั่ง ศุภลักษณ์ คงรุ่ง ลูกหลานชาวสวนแห่งเมืองสวรรคโลกมองว่านี่คือจุดเด่นของเมืองที่ไม่อยากให้ถูกหลงลืม และนั่นจึงทำให้เธอลุกขึ้นมาเปิดคาเฟ่โฮมเมดกลางสวน ก่อนที่จะขยายมาเป็นที่พักโฮมสเตย์ขนาด 2 หลังถ้วนในชื่อ  สุขเสมอ Relaxation Homestay โดยมี เสมอจันทร์” เป็นบ้านพักหลังแรกที่ตั้งชื่อจากประสบการณ์ที่สามารถนั่งมองจันทร์ได้จากระเบียงห้อง ก่อนจะสร้าง “นับดาว” ขึ้นอีกหนึ่งหลังซึ่งก็สามารถนั่งมองดาวได้ชัดมากเช่นกัน นอกจากบ้านพักในสวนแล้วอีกคอนเซปต์ที่ชัดเจนของที่นี่คือการสนับสนุนชุมชน นำเสนอของดีสุโขทัยให้แขกที่มาเยือนได้รู้จัก และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกปลอดสารเคมี

Stay : มาถึงสวนมะยงชิดปลอดสารเคมี แน่นอนว่าต้องมีมะยงชิดหวานอมเปรี้ยวชื่นใจเป็นเวลคัมดริงก์และเมนูต้อนรับ ก่อนจะเดินเข้าสู่ส่วนของโฮมสเตย์ที่บ้านทั้ง 2 หลังถอดแบบมาจากบ้านไม้ไต้ถุนสูงสไตล์ไทยๆ ทว่าใส่งานดีไซน์ ใส่ความน่ารักของสิ่งของตกแต่งลงไป มีทางเดินไม้แยกบ้านพักออกมาเป็นสัดส่วนจากคาเฟ่ ซึ่งบ้านทั้งสองหลังโอบล้อมด้วยสวนมะยงชิด โดยเสมอจันทร์ มีห้องนอนเดี่ยว ส่วน นับดาว มี 2 ห้องนอน บ้านทั้ง 2 หลังต่างก็มีใต้ถุนสูงที่ผูกเปลไว้ให้ได้นอนเล่น ด้านบนมีระเบียงให้ได้นั่งชิลปล่อยใจไปกับธรรมชาติกลางสวนในระดับวิวยอดไม้เลยทีเดียว

Green Experience  :  ในช่วงฤดูมะยงชิดเราจะสามารถเดินเข้าสวนไปเก็บมะยงชิดกินสดๆ ได้เลย อันที่จริงแค่นั่งอยู่บนชานหน้าบ้านก็สามารถเอื้อมไปเก็บมะยงชิดได้แล้ว แต่สำหรับใครที่มานอกฤดูกาลที่นี่ยังมีกิจกรรมปั่นจักรยานเที่ยวชุมชน แต่งหน้าเค้กเป็นลายผ้าทอและลายสังคโลก ภูมิปัญญาที่ตกทอดจากอดีตมาเป็นมรดกประจำเมืองสุโขทัย แต่เอาจริงๆ แค่ได้เช็คอินแล้วนั่งนิ่งๆ ปล่อยความวุ่นวายให้กลืนหายไปกับความร่มรื่นเงียบสงบสไตล์บ้านสวนก็ทำให้ใจฟูมากแล้ว

Location:   อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

Contact: facebook.com/suksamerhomestay โทรศัพท์ 091-446-2945

09 AKALIKO Organic Farm : หยุดเวลาไว้ที่สวนผลไม้ภาคตะวันออก

Story Behind : จากจุดเริ่มแค่อยากมีสวนเล็กๆ ไว้เป็นอาชีพใหม่ของพ่อแม่หลังเกษียณ แต่เมื่อลูกสาวสองคนอยากที่จะเข้ามามีส่วนร่วมกับการทำสวนครั้งนี้  AKALIKO Organic Farm หรือ สวนป่าอกาลิโก สวนผลไม้อินทรีย์เล็กๆ ในจังหวัดจันทบุรีจึงปรากฏชื่ออยู่ในเว็บไซต์จองที่พัก Airbnb พร้อมรีวิวจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ตั้งใจไปกางเต็นท์ท่ามกลางสวนผลไม้อินทรีย์ที่มีวิวภูเขาโอบล้อม ตอกย้ำว่าจันทบุรีไม่ได้มีดีแค่ทะเล แต่ที่พักกลางสวนที่มีแต่ต้นไม้สีเขียวก็เป็นจุดขายโดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่อยากมาพักผ่อนนอนฟังเสียงธรรมชาติจริงๆ

“การทำสวนออร์แกนิก ต่างจากการทำสวนทั่วไปก็ตรงที่ มันดูคล้ายการทำงานศิลปะแขนงหนึ่ง ที่ต้องใช้ความตั้งมั่นในการดูแลเอาใจใส่ให้ดีเป็นพิเศษ เพราะนอกจากพืชจะมีคุณค่าต่อสภาพแวดล้อมรอบข้างแล้ว ยังส่งผลต่อจิตใจของผู้ดูแลอีกด้วย” เบญจา นาคทองคง เจ้าของสวนป่าอกาลิโกบอกเล่าถึงการทำสวนผลไม้แบบออร์แกนิกที่ต้องปรับตัวทั้งต้นไม้และเจ้าของสวน แต่ผลลัพธ์ที่ได้มาเธอบอกว่าคุ้มค่าและสามารถส่งต่อพื้นที่แห่งความสุขนี้ให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้อีกด้วย  

Stay : ที่นี่ไม่มีห้องพักติดเครื่องปรับอากาศ ไม่มีอาหารบริการ มีเพียงลานกางเต็นท์ที่ได้เห็นดาวและวิวภูเขาเมืองจันทบุรีที่โอบล้อม คนที่จะมาพักต้องมีอุปกรณ์กางเต็นท์มาอย่างครบครัน ส่วนใครมาในฤดูผลไม้ก็จะมีโบนัสพิเศษเป็นผลไม้ปลอดสารเคมีและกิจกรรมทัวร์สวนผลไม้ออร์แกนิกอย่างมังคุด สละ เงาะ ลองกอง รวมทั้งลูกจัน ผลไม้ไทยที่หายากมากในปัจจุบัน

Green Experience  :  AKALIKO Organic Farm ให้บริการหลักคือลานกางเต็นท์ แต่สำหรับใครที่อยากเพิ่มเติมกิจกรรมพิเศษก็สามารถติดต่อได้ตามฤดูกาลต่างๆ เช่น Farm Tour ที่เกิดจากความตั้งใจของทางฟาร์มที่อยากให้ลูกค้าได้มาลองเด็ดเอง ชิมเองจากต้น เพราะนั่นคือช่วงที่ผลไม้อร่อยที่สุด หรือถ้าใครมาในช่วงฤดูหนาวก็มีลมเย็นให้ได้มาทำกิจกรรมอาบป่าในบรรยากาศของสวนผลไม้อีกด้วย

Location:   อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี

Contact: facebook.com/akalikoorganicfarm โทรศัพท์ 085 – 943-7956

10 Koh Talu Island : ติดเกาะไปเรียนรู้โลกใต้ทะเลอ่าวไทย

Story Behind : นึกถึงประจวบคีรีขันธ์ หลายคนอาจนึกถึงเพียงชายหาดหัวหิน ปราณบุรี อ่าวมะนาว หรือสามร้อยยอด แต่ประจวบคีรีขันธ์ยังมีเกาะที่ธรรมชาติทั้งชายฝั่งและใต้ทะเลสมบูรณ์มากนั่นก็คือ “เกาะทะลุ” เกาะขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายฝั่ง และมีรีสอร์ตตั้งอยู่เพียงหนึ่งแห่ง ได้แก่ Koh Talu Island Resort ที่นี่นอกจากจะมีบรรยากาศเงียบสงบแบบขั้นสุดแล้ว ยังเป็นต้นแบบของรีสอร์ตสายกรีนที่มีกิจกรรมการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่องและจริงจังกว่า 10 ปี ไม่ว่าจะเป็นการปลูกปะการัง การตั้งมูลนิธิอย่างจริงจังเพื่อดูแลเต่ากระซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายากในฝั่งอ่าวไทย จนทำให้ภาคการท่องเที่ยวโดยเฉพาะโรงแรมรีสอร์ตกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลธรรมชาติที่สามารถทำได้จริง

Stay : สิ่งแรกที่อยากแนะนำเมื่อมาเช็คอินเข้าพักที่เกาะทะลุคือปิดโทรศัพท์ วางการงาน ทิ้งความวุ่นวายในชีวิตลง แล้วปล่อยใจจอยๆ กับธรรมชาติที่มีเพียงเสียงป่าเขาและเสียงคลื่นเท่านั้น อย่างที่บอกว่าทั้งเกาะมีที่พักเพียงหนึ่งเดียว ไม่มีร้านสะดวกซื้ออื่นๆ ที่เหลือคือผืนป่าเขตร้อนและน้ำทะเลที่ใสมากจนไม่อยากเชื่อว่านี่คือฝั่งอ่าวไทย ตัวที่พักเป็นสไตล์บ้านไม้ทรงไทย และบ้านทรงมะนิลาประยุกต์ ตกแต่งเรียบง่ายอยู่ใต้ร่มเงาแนวทิวแถวของมะพร้าวชายหาด แต่ด้วยความที่น้ำทะเลใสมาก บอกเลยว่าแทบทุกคนจะหยิบบิกินีตัวโปรดแล้วมาเลือกมุมริมชายทะเลอ่านหนังสือ เล่นน้ำ พายคายัค ซับบอร์ด อิ่มไปกับการพักผ่อนอย่างเต็มที่

Green Experience  :  ที่นี่มีกิจกรรมให้ทำเยอะมากทั้งดำน้ำ ดูปะการัง พายคายัค ซัปบอร์ด ล่องเรือใบ ล่องแพชมพระอาทิตย์ตก ตกหมึก ตื่นเช้ามาเดินป่าขึ้นเขาไปดูพระอาทิตย์ขึ้น แต่สำหรับสายกรีนที่นี่มีกิจกรรมดำน้ำปลูกปะการังที่ไม่ได้แค่พาไปปลูกปะการังเฉยๆ แต่ยังให้ความรู้เรื่องระบบนิเวศท้องทะเลแน่นมาก ส่วนใครที่สนใจเรื่องเต่า ที่นี่มีโครงการอนุบาลเต่าทะเล ให้ความรู้ตั้งแต่การวางไข่ การฟัก การเพาะอนุบาลในบ่อ ไปจนถึงช่วงปล่อยลูกเต่าลงทะเล ใครที่อยากมาเฝ้าดูช่วงเวลาสำคัญของเต่าทะเลบริเวณเกาะทะลุ ทางรีสอร์ตมีตารางช่วงเวลาสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงกำหนดการแม่เต่าขึ้นวางไข่ และกำหนดการลูกเต่าฟักออกจากไข่ ซึ่งการที่แม่เต่าขึ้นมาวางไข่ตามธรรมชาติที่เกาะทะลุในทุกๆ ปีก็แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ตรงนี้คงความเงียบสงบและความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ใครที่อยากเห็นโมเมนต์สำคัญที่หาชมได้ยากแบบนี้ กาปฏิทินรอได้เลย

Location:   อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

Contact: www.taluisland.com โทรศัพท์ 089-744-5639


Author

ทศพร กลิ่นหอม
นักเขียนสายบันเทิง สังคม ท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์ เคยประจำการอยู่ที่ เมเนจเจอร์ออนไลน์ นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และรายการ ET Thailand ปัจจุบันรับจ้างทั่วไป