ตามรอย Hamnet รู้จักตัวตนผ่านบ้านแห่งความทรงจำของ วิลเลียม เชกสเปียร์ กวีและนักเขียนบทละครผู้ยิ่งใหญ่
Faces

ตามรอย Hamnet รู้จักตัวตนผ่านบ้านแห่งความทรงจำของ วิลเลียม เชกสเปียร์ กวีและนักเขียนบทละครผู้ยิ่งใหญ่

Focus
  • เดินทางสู่เมือง สแตรตฟอร์ด-อะพอน-เอวอน (Stratford-upon-Avon) ประเทศอังกฤษ ตามหาบ้านในความทรงจำที่สะท้อนประวัติศาสตร์ของ วิลเลียม เชกสเปียร์ (ค.ศ. 1564-1616) กวีและนักเขียนบทละครคนสำคัญของโลกแห่งศตวรรษที่ 16
  • แอนเญส (Agnes) หรือ แอนน์ ฮะทะเวย์ (Anne Hathaway) ภรรยาของ วิลเลียม เชกสเปียร์ เป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ ทว่ากลับมีบันทึกเรื่องราวของเธอไม่มากนัก ก่อนที่ แม็กกี้ โอ ฟาร์เรลล์ จะทำให้เธอกลับมาเป็นตัวเอกในนิยาย Hamnet

ประวัติศาสตร์และเรื่องราวของ วิลเลียม เชกสเปียร์ (ค.ศ. 1564-1616) กวีและนักเขียนบทละครคนสำคัญของโลกแห่งศตวรรษที่ 16 ถูกขยายวงออกจากบทละครแนวโศกนาฏกรรมอันเลื่องชื่ออย่าง Romeo and Juliet, Julius Caesar, Antony and Cleopatra, King Lear, Macbeth และ Hamlet สู่เบื้องหลังชีวิตครอบครัวผู้เขียนซึ่งเป็นกระแสโด่งดังขึ้นมาตั้งแต่ ค.ศ. 2020 เมื่อนิยาย Hamnet ฉบับภาษาอังกฤษ เขียนโดย แม็กกี้ โอ ฟาร์เรลล์ (Maggie O’Farrell) ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในเดือนมีนาคม และขายดีทั่วโลกจนคว้ารางวัลด้านวรรณกรรมมามากมายรวมถึง The National Book Critics Circle Award 2020 ต่อเนื่องด้วยโปรเจกต์งานสร้างภาพยนตร์เรื่อง Hamnet ดัดแปลงจากนิยายชื่อดังของ แม็กกี้ โอ ฟาร์เรลล์ กำกับการแสดงโดย โคลอี้ เจา (Chloe Zao) ออกฉายครั้งแรกในโรงภาพยนตร์ฝั่งอเมริกา อังกฤษ ช่วงปลาย ค.ศ. 2025  และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ประเทศไทยเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026 พร้อมคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีลูกโลกทองคำ และ British Academy of Film and Television Arts awards (BAFTA) ส่งให้นักแสดง เจสซี บักลีย์ (Jessie Buckley) ผู้รับบทภรรยาเชกสเปียร์นาม แอนเญส (บ้างเขียนเป็น “แอ็กเนส”)  คว้ารางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ในงานออสการ์เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 2026

วิลเลียม เชกสเปียร์
Hamnet ฉบับภาพยนตร์

แม้ แอนเญส (Agnes) หรือ แอนน์ ฮะทะเวย์ (Anne Hathaway) ภรรยาของ วิลเลียม เชกสเปียร์ เป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ ทว่ากลับมีบันทึกเรื่องราวของเธอไม่มากนัก ก่อนที่ แม็กกี้ โอ ฟาร์เรลล์ จะทำให้เธอกลับมาเป็นตัวเอกในนิยาย Hamnet ด้วยวิธีการเขียนที่เรียกว่า “การจินตนาการเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์” (reimagine) ย้อนไปยังเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของ วิลเลียม เชกสเปียร์ กับภรรยาและลูกๆ ของเขา โดยในนิยายและในภาพยนตร์ Hamnet เล่าเรื่องของแอนน์ในชื่อตัวละคร แอนเญส (Agnes) ซึ่งเป็นชื่อแรกเกิดของเธอ

Hamnet ฉบับนิยายเล่าเรื่องราวติดตามการเดินทางของ แอนเญส หญิงสาวกำพร้าที่อยู่ในบ้านกลางป่ากับพี่ชาย เธอสืบสานความรู้ด้านจิตวิญญาณที่เชื่อมโยงกับพลังธรรมชาติ ซึ่งเป็นมรดกที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นของสตรีในครอบครัวเธอ ในนิยายและภาพยนตร์ได้บรรยายถึงความสามารถของเธอในการฝึกเหยี่ยวทักษะในการหาอาหารจากป่า ความเข้าใจกับพืชพรรณสมุนไพรต่างๆ ในทางเยียวยาและรักษาโรคภัย ท่ามกลางบรรยากาศบ้านในชนบทชายป่ายุคศตวรรษที่ 16 ของอังกฤษ  

วิลเลียม เชกสเปียร์
วิลเลียม เชกสเปียร์

ตัวตนของแอนเญสในนิยายและภาพยนตร์เป็นหญิงสาวที่มีความดิบแบบธรรมชาติ บุคคลิกดุดัน มีความแข็งแกร่ง ผูกพันกับธรรมชาติรอบตัวอย่างลึกซึ้ง เธอสามารถรับสัญญาณจากลม ฟ้า อากาศ และนำมาเป็นเข็มทิศนำทางการใช้ชีวิต โดยแอนเญสพบกับ วิล (วิลเลียม เชกสเปียร์) ในวัยหนุ่มซึ่งตอนนั้นเขายังเป็นครูสอนภาษาละตินผู้ฝักใฝ่การเป็นนักเล่าเรื่อง มากกว่างานผลิตถุงมือและเครื่องหนังที่เป็นงานช่างและธุรกิจครอบครัวฝั่งพ่อ และด้วยความเป็นผู้ชายที่อ่อนไหว นุ่มนวลของวิลอันเป็นขั้วตรงข้ามกับความแข็งแกร่งของแอนเญส ทำให้ทั้งคู่เติมเต็มกันและกันจนสร้างครอบครัวร่วมกันและมีพยานรัก 3 คน คือ จูดิท, ซูซานนา และแฮมเน็ต (Hamnet)

วิลเลียม เชกสเปียร์
อนุเสาวรีย์ วิลเลียม เชกสเปียร์ ที่บริเวณหน้าบ้านเกิดของเขา

แต่ระหว่างนั้นวิลก็ยังมีความปรารถนาเบื้องลึกที่อยากสร้างสรรค์งานละครจากบทละครที่เขาเขียนขึ้น ส่วนแอนเญสเลือกที่จะสนับสนุนคนรักด้วยการกระตุ้นให้สามีออกไปทำตามฝันที่โรงละครในเมืองหลวงลอนดอน แหล่งรวมศิลปวัฒนธรรมของยุคนั้น โดยเธอรับหน้าที่เสาหลักของครอบครัว เป็นทั้งแม่ผู้ดูแลลูกๆ และดูแลบ้านของพวกเขาในชนบทอังกฤษที่ สแตรตฟอร์ด-อะพอน-เอวอน (Stratford-upon-Avon) โดยมีพี่ชายของเธอและครอบครัวพ่อแม่ของวิลเข้ามาช่วยเหลือ กระทั่งวันหนึ่งเด็กชายแฮมเน็ตป่วยและเสียชีวิตกะทันหัน นั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่ม “โศกนาฏกรรม” ของครอบครัว

แอนเญสและวิลเลียม เชกสเปียร์ จากภาพยนตร์ (ภาพ : Universal Studios)

แอนเญสจมอยู่กับความเศร้าโศก เธอคับแค้นใจที่ไม่สามารถรักษาชีวิตลูกน้อยของเธอได้ และความตายคร้้งนี้ส่งผลกับวิลเช่นกัน ขณะที่เขากำลังโลดแล่นในวงการละครที่เขาใฝ่ฝัน ความสูญเสียของครอบครัวได้ทิ้งร่องรอยไว้ในบทละครโศกนาฏกรรมที่เขาเขียนขึ้นชื่อเรื่อง Hamlet เล่าถึงเจ้าชายหนุ่มในเดนมาร์กที่พ่อถูกสังหาร เขาต้องเผชิญกับความเศร้าและการต่อสู้กับการเมืองภายในราชสำนัก ความเชื่อมโยงระหว่าง Hamnet กับ Hamlet ไม่เพียงชื่อเรื่องและชื่อตัวละครเอก แฮมเล็ต ที่เชกสเปียร์อ้างอิงมาจาก แฮมเน็ต ลูกชายผู้ล่วงลับของเขา แต่โครงเรื่องก็ยังตรงกับชีวิตจริงที่ต้องเผชิญหน้ากับ ความตาย ในการคลี่คลายปมทุกข์ระทมของ คนที่ยังคงมีชีวิตอยู่” 

ในภาพยนตร์ Hamnet นั้น วิล หรือ วิลเลียม เชกสเปียร์ ได้เอ่ยวลีเด็ด “to be or not to be” ที่ปรากฏอยู่ในบทละคร Hamlet ไว้ในจังหวะและช่วงเวลาที่ขับเคี่ยวอารมณ์ได้อย่างเชือดเฉือนใจ ตอกตรึงพลังสะเทือนอารมณ์ของงานสร้างสรรค์ทั้งบทละคร นิยาย และภาพยนตร์

วิลเลียม เชกสเปียร์
แอนเญส ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ (ภาพ : Universal Studios)

และนอกเหนือไปจากเนื้อเรื่องสุดสะเทือนอารมณ์แล้ว หนึ่งในเสน่ห์ของนิยาย Hamnet ที่ถูกพูดถึงและถูกดึงมาใช้ในภาพยนตร์ คือ การบรรยายชีวิตประจำวันที่บ้านในชนบทอังกฤษของครอบครัวเชกสเปียร์ ตั้งแต่อุปกรณ์ผลิตเครื่องหนังและบรรยากาศในบ้านพ่อแม่ของวิล เสียงปลายปากกาขนนกขูดบนกระดาษหนังขณะที่วิลเขียนบทละคร ไปจนถึงกลิ่นหอมในสวนรอบบ้านของแอนเญส ซึ่งในฉบับภาพยนตร์ของผู้กำกับ โคลอี้ เจา ก็ได้ฉายภาพภูมิทัศน์บ้านเกิดของทั้งสองตัวละครเอกและบ้านน้อยของครอบครัวเขาในชนบทอังกฤษที่เมือง สแตรตฟอร์ด-อะพอน-เอวอน (Stratford-upon-Avon) อันเป็นพื้นหลังสะท้อนมิติที่ละเอียดอ่อนในชีวิตและความสัมพันธ์วงในใกล้ชิดระหว่างคนรัก พ่อแม่ลูก ที่ถูกซุกซ่อนไว้ในงานสร้างสรรค์ของนักเขียนบทละครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก

วิลเลียม เชกสเปียร์
การสร้างฉากละครของเชกสเปียร์ (ภาพ : Universal Studios)

สำหรับใครที่อยากตามรอยเชกสเปียร์ Sarakadee Lite ชวนเปิดพิกัดและเกร็ดเบื้องหลังย้อนรอยกำเนิดเชกสเปียร์และ แอนน์ ฮะทะเวย์ กับบ้าน 3 หลังที่เป็นมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมทั้งยังสะท้อนตัวตนความคิดของวิลเลียม เชกสเปียร์

วิลเลียม เชกสเปียร์

01 บ้านเกิดของ วิลเลียม เชกสเปียร์ 

บ้านหลังนี้เป็นสถานที่เกิดของ วิลเลียม เชกสเปียร์ (25 เมษายน ค.ศ. 1564) ตั้งอยู่ที่เมือง สแตรตฟอร์ด-อะพอน-เอวอน ประเทศอังกฤษ วิลเลียม เชกสเปียร์ เป็นลูกชายคนแรกของครอบครัว จอห์นพ่อของเขาเป็นช่างทำถุงมือหนัง และทำเป็นธุรกิจงานฝีมือในครอบครัว ฐานะทางครอบครัวอยู่ในระดับดี เขาได้เรียนหนังสือในโรงเรียนประถมศึกษา ต่อมาเมื่อพ่อของเขาเสียชีวิตใน ค.ศ. 1601 กรรมสิทธิ์บ้านเกิดก็ตกเป็นของวิลเลียมตามสิทธิลูกชายคนโต ซึ่งวิลเลียมแบ่งส่วนหนึ่งให้น้องสาวพำนัก และอีกส่วนหนึ่งทำกิจการที่พัก ชื่อ Maidenhead (เคยถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Swan and Maidenhead Inn) เปิดบริการจนถึง ค.ศ. 1846

วิลเลียม เชกสเปียร์
อนุเสาวรีย์ วิลเลียม เชกสเปียร์ ที่บริเวณหน้าบ้าน

หลังจากเชกสเปียร์เสียชีวิต บ้านหลังนี้ได้กลายเป็นมรดกตกทอดมาถึง ซูซานนา ลูกสาวคนโตและส่งต่อถึงรุ่นหลาน เอลิซาเบท ฮอลล์ ซึ่งเป็นสายเลือดเชกสเปียร์คนสุดท้ายที่ถือครองกรรมสิทธิ์บ้านหลังนี้ เมื่อเอลิซาเบทเสียชีวิตใน ค.ศ. 1670 และเจ้าของคนสุดท้ายเป็นภรรยาม่ายของ โทมัส คอร์ต ก่อนที่บรรดาผู้เลื่อมใสผลงานเชกสเปียร์รวมถึงนักเขียนชื่อดังอย่าง ชาร์ลส์ ดิกเกนส์ จะช่วยกันระดมทุนจากเอกชนและสาธารณชน ภายใต้ชื่อ Shakespeare Committee ซื้อมาจัดตั้งเป็นอนุสรณ์สถาน มรกดทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะเมื่อ ค.ศ. 1847 ต่อมาใน ค.ศ. 1891 ทางคณะกรรมการได้เปลี่ยนชื่อเป็น Shakespeare Birthplace Trust องค์กรอิสระไม่แสวงหาผลกำไร ที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องทางกฎหมาย

วิลเลียม เชกสเปียร์
ฉากใน Hamnet ถ่ายทอดบรรยากาศในบ้านแห่งความสุขความเศร้าที่ครอบครัวเชกสเปียร์อยู่กับลูกๆ ถ่ายทำที่โรงถ่ายที่เอลสทรี สตูดิโอส์ เมืองบอร์แฮมวูด ประเทศอังกฤษ (ภาพ : Universal Studios)

สำหรับในภาพยนตร์ฉากภายในบ้านหลังที่ วิลเลียม เชกสเปียร์ เกิดไม่ได้ถ่ายทำในตัวบ้านดั้งเดิม แต่เป็นฉากที่สร้างขึ้นในป่าลิดนีย์ เมืองกลอเชสเตอร์เชียร์ ประเทศอังกฤษ แสดงรายละเอียดของงานทำถุงมือหนัง อันเป็นอาชีพหลักของ จอห์น เชกสเปียร์ ที่เขาคาดหวังให้ วิลเลียม เชกสเปียร์ ผู้เป็นลูกชายสืบทอดต่อไป โดยเพิกเฉยต่อความจริงที่ว่าลูกชายคนโตเป็นผู้ฝักใฝ่ในเชิงกวีและงานศิลปะการแสดงมากกว่า โดยภาพยนตร์นำเสนอมุมของตัวละครจอห์นที่เป็นพ่อแบบเข้มงวด แข็งกระด้าง ซึ่งส่งผลต่อสภาพจิตใจของ วิลเลียม เชกสเปียร์ ที่รู้สึกอึดอัดเหมือนถูกกดทับตัวตน   

Hamnet
วิลเลียม เชกสเปียร์ กับแฮมเน็ต เล่นละครฟันดาบที่สวนหลังบ้านครอบครัวของวิลเลียม
(ภาพ : Universal Studios)

นอกจากบ้านพ่อแม่ที่เป็นบ้านเกิดแล้ว บ้านอีกหลังที่สำคัญกับเรื่องราวชีวิตเชกสเปียร์ คือ บ้านของแอ็กเนสและเชกสเปียร์ ซึ่งตัวบ้านของจริงเป็นบ้านหลังน้อยสองชั้น เปรียบเป็นเรือนหอของวิลเลียมกับแอนเญส สร้างเมื่อ ค.ศ. 1582 ตั้งอยู่ใกล้ๆ บ้านเกิดของเชกสเปียร์ บนถนนเฮนลีย์สตรีต ( Henley Street) เป็นบ้านที่จอห์นพ่อของวิลยกให้หลังจากวิลแต่งงานใน ค.ศ. 1582 ขณะที่เขาอายุเพียง 18 ปี 

Hamnet
ฉากในห้องครัวที่บ้านเรือนหอของแอนเญสกับวิล (ภาพ : Universal Studios)

บ้านหลังนี้เป็นอีกฉากสำคัญในภาพยนตร์ Hamnet เพราะเป็นสถานที่บรรจุความทรงจำทั้งความรัก ความสุข ความเศร้า และโศกนาฏกรรม โดยลูกๆ ทั้ง 3 คนของเชกสเปียร์เกิดที่นี่ ส่วนเด็กชายแฮมเน็ตลูกชายวัย 11 ขวบของทั้งคู่ก็เสียชีวิตในบ้านนี้ด้วย ซึ่งโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ในชีวิตของเชกสเปียร์และภรรยา เป็นสารตั้งต้นของนิยายและภาพยนตร์เรื่อง Hamnet นั่นเอง

Hamnet
แอนเญสในบ้านแบบยุคทูดอร์ ฉากจากภาพยนตร์ สร้างขึ้นอิงกับแบบบ้านจริง
(ภาพ : Universal Studios)

ภาพยนตร์ Hamnet ไม่ได้ถ่ายทำฉากเรือนรักหลังน้อยของวิลและแอนเญสในสถานที่จริง แต่เป็นฉากชั่วคราวที่ถูกสร้างขึ้นในโรงถ่ายที่เอลสทรี สตูดิโอส์ เมืองบอร์แฮมวูด ประเทศอังกฤษ และถูกรื้อไปหลังการถ่ายทำภาพยนตร์เสร็จสิ้น 

โครงสร้างบ้านจริงที่ยังรักษาไว้

ทีมสร้างฉาก สร้างบ้านในแบบบ้านอังกฤษสมัยราชวงศ์ทูดอร์ มีคานและเสาเส้นตรงเป็นโครงหลักของบ้าน ซึ่งสถาปัตยกรรมของบ้านไม่ใช่แค่สร้างขึ้นตามประวัติศาสตร์จริง แต่ยังมีส่วนสำคัญในการสื่ออารมณ์ของตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นคานบ้าน เสาบ้านเป็นแท่งตัดขวาง เพดานที่ต่ำกดทับ ท่อนไม้ที่ดูหนาหนัก และพื้นที่บ้านแคบๆ สื่อถึงการกดทับความรู้สึกไร้อิสระของตัวละคร โดยเฉพาะแอนเญส ที่ย้ายจากบ้านชายป่าโอบล้อมด้วยธรรมชาติของครอบครัวฮะทะเวย์ ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอิสรเสรีมาอยู่ในบ้านหลังนี้ในฐานะสะใภ้ เมีย และแม่ของลูกๆ ตระกูลเชกสเปียร์ ซึ่ง ฟีโอนา ครอมบี โปรดักชันดีไซเนอร์ของภาพยนตร์เรื่อง Hamnet อธิบายแนวคิดว่า “โครงสร้างแบบเส้นตรงของบ้านสไตล์ทูดอร์ดูตรงกันข้ามกับป่าธรรมชาติที่แอนเญสรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน”

พิกัดบ้านเกิดเชกสเปียร์ : ถนน Henley Street เมืองสแตรตฟอร์ด-อะพอน-เอวอน (Stratford-upon-Avon) ประเทศอังกฤษ

Hamnet

02 บ้านเกิดของ แอนน์ ฮะทะเวย์ ก่อนมาร่วมชะตากรรมกับเชกสเปียร์

บ้านสไตล์ฟาร์มอยู่กลางท้องทุ่งโอบล้อมของธรรมชาติในดินแดนที่รู้จักในชื่อ ฮิวแลนด์ส (Hewlands) เป็นบ้านที่ แอนน์ ฮะทะเวย์ เกิดและใช้ชีวิตตลอดช่วงวัยรุ่น เป็นบ้านมรดกตกทอดจากรุ่นคุณปู่ จอห์น ฮะทะเวย์ ที่เลี้ยงแกะเป็นอาชีพหลัก ตัวบ้านของจริงสร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1463 ส่วนแอนน์เกิดในบ้านหลังนี้เมื่อ ค.ศ. 1556 ขนาดบ้านกะทัดรัดแบ่งสัดส่วนแค่สามห้อง แต่ปัจจุบันยังคงเหลือแค่สองห้องคือห้องครัวกับห้องนั่งเล่น บริเวณรอบบ้านเป็นพื้นที่เลี้ยงแกะและสัตว์อื่นๆ มีแปลงปลูกผักและสวนป่าที่ผู้หญิงในครอบครัวฮะทะเวย์มีความรู้และเชี่ยวชาญในการหาพืชพรรณของป่าและใช้สมุนไพรในการเยียวยารักษาโรคได้

Hamnet
บรรยากาศภายในกระท่อม (ภาพ :  Shakespeare Birthplace Trust)

ค.ศ. 1581 พ่อของแอนน์เสียชีวิต ทำให้ บาร์โทโลมิว พี่ชายของเธอได้รับมรดกตกทอดและได้ต่อเติมบ้านด้วยการเพิ่มปล่องไฟและเพิ่มชั้นสอง บาร์โทโลมิวอยู่บ้านหลังนี้จนกระทั่งวาระสุดท้ายใน ค.ศ. 1624 ขณะที่ แอนน์ ฮะทะเวย์ ย้ายออกไปอยู่บ้านที่ถนนเฮนลีย์สตรีต หลังจากแต่งงานกับ วิลเลียม เชกสเปียร์ ใน ค.ศ. 1582

ต่อมาใน ค.ศ. 1838 บ้านหลังนี้ถูกขายให้เจ้าของคนอื่นโดยยังมีคนในครอบครัวฮะทะเวย์เช่าอาศัยอยู่ ต่อมาใน ค.ศ. 1892 Shakespeare Birthplace Trust องค์กรไม่แสวงผลกำไรได้ขอซื้อบ้าน และจ่ายค่าจ้างรายปีให้แก่ แมรี ผู้สืบสายเลือดฮะทะเวย์คนสุดท้ายและครอบครัวของเธอตกปีละ 75 ปอนด์ สำหรับการทำหน้าที่ “ผู้เล่าประวัติของครอบครัวและผู้ดูแลรักษาบ้านหลังนี้” โดยทายาทคนสุดท้าย วิลเลียม เบเกอร์ ลูกชายของแมรีเป็นผู้ทำหน้าที่เล่าประวัติครอบครัวและจากไปใน ค.ศ. 1911 ส่วนปัจจุบันทาง Shakespeare Birthplace Trust ได้ดำเนินงานรักษามรดกทางประวัติศาสตร์บ้านหลังนี้ และมีการพัฒนารองรับการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเมื่อกระแสความสนใจชีวิตของ แอนน์ ฮะทะเวย์ ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งผ่านนวนิยายและภาพยนตร์

ตลอดช่วงเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2026 ไฮไลต์การเที่ยวตามรอยเชกสเปียร์ที่อังกฤษ อยู่ที่ Anne Hathawaye Cottage โดยทาง Shakespeare Birthplace Trust ที่ดูแลมรดกบ้านเกิดเชกสเปียร์ได้จัดโปรแกรมทัวร์พิเศษ Hamnet: The Shakespeare Story เฉพาะวันเสาร์ไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2026 โดยผู้ที่สนใจตามรอย Hamnet: The Shakespeare Story ต้องซื้อบัตรเพิ่มเติมจากทัวร์ชมบ้าน แอนน์ ฮะทะเวย์ รอบปกติ ซึ่งผู้ชมจะได้สัมผัสกับสถาปัตยกรรมยุคศตวรรษที่ 15 และบรรยากาศสภาพแวดล้อม ทั้งในบ้านและนอกบ้าน โดยเฉพาะสวนสมุนไพร และพืชพรรณไม้ต่างๆ ที่ แอนน์ ฮะทะเวย์ ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านสมุนไพรป่า และมีความสัมพันธ์ล้ำลึกกับธรรมชาติ สืบทอดมาจากรุ่นแม่ย่ายายของเธอ 

วิลเลียม เชกสเปียร์
ภาพ :  Shakespeare Birthplace Trust

ความพิเศษที่เพิ่มเติมจากการเดินชมบ้านรอบทั่วไป คือ การเจาะเรื่องเบื้องหลังชีวิตแอนน์โดยมีไกด์นำเที่ยวเล่าเรื่องราวความรัก ความสูญเสีย และความโศกความเศร้าที่แอนน์และเชกสเปียร์ต้องเผชิญ ขานรับกระแสความสำเร็จของนิยายและภาพยนตร์ Hamnet โดยโปรแกรมทัวร์พิเศษ Hamnet: The Shakespeare Story เฉพาะวันเสาร์ ทุกเสาร์ จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2026 จำกัดอายุนักท่องเที่ยว 16 ปีขึ้นไป เนื่องจากเนื้อหาที่อิงกับเรื่องราวความสูญเสียของครอบครัวเชกสเปียร์ ทางผู้จัดเห็นว่าค่อนข้างละเอียดอ่อนและซับซ้อนเกินไปสำหรับเด็กนั่นเอง และหลังจากเดือนพฤษภาคมก็ยังสามารถเข้าชมบรรยากาศบ้าน Anne Hathaway’s Cottage รอบทัวร์ปกติได้ตลอดปี

วิลเลียม เชกสเปียร์
ลูกๆ ทั้งสามที่เติบโตท่ามกลางธรรมชาติ (ภาพ : Universal Studios)

ส่วนฉากบ้านของแอนเญสที่ปรากฏในภาพยนตร์ Hamnet ไม่ได้ถ่ายทำในสถานที่จริง แต่ถ่ายทำที่ บ้านฟาร์ม Cwmmau Farmhouse ใน Herefordshire ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์โดย National Trust เป็นสถาปัตยกรรมแบบบ้านฟาร์มแบบดั้งเดิมในชนบทอังกฤษที่นิยมใช้ท่อนซุงขนาดใหญ่ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 ตรงกับช่วงเวลาเดียวกับที่ แอนน์ ฮะทะเวย์ เติบโตก่อนแต่งงานกับ วิลเลียม เชกสเปียร์ 

พิกัด บ้านเกิด แอนน์ ฮะทะเวย์ : ย่าน Shottery เมืองสแตรตฟอร์ด-อะพอน-เอวอน (Stratford-upon-Avon) ประเทศอังกฤษ

พิกัด บ้านฟาร์ม Cwmmau Farmhouse : ตั้งอยู่ในแถบ Welsh Marches รอยต่อระหว่างอังกฤษและเวลส์ ในแคว้นเฮริฟอร์ดเชียร์ (Herefordshire) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของเมืองและเปิดให้บริการเช่าถ่ายทำภาพยนตร์ด้วย  

ประติมากรรมจากศิลปินร่วมสมัยที่ได้แรงบันดาลใจจากบทละครของเชกสเปียร์
(ภาพ :  Shakespeare Birthplace Trust)

03 “Shakespeare’s New Place ที่พำนักหลังสุดท้ายของเชกสเปียร์

บัานนี้ได้ชื่อว่า Shakespeare’s New Place เป็นบ้านหลังใหม่ที่ใหญ่กว่าเรือนหอเก่าของเชกสเปียร์และ แอนน์ ฮะทะเวย์ อีกทั้งยังมีความแข็งแรงสง่างามจากวัสดุที่เป็นอิฐผสมไม้ มีห้องกว่า 20-30ห้อง เป็นหลังเดียวที่มีสนามหญ้าหรือคอร์ตยาร์ดหน้าบ้านและเป็นบ้านหลังใหญ่ที่สุดในย่านนี้ สันนิษฐานว่าสร้างราวๆ ช่วง ค.ศ. 1480 ยุคสมัยของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 แห่งราชวงศ์ทูดอร์ปกครองอังกฤษ และ วิลเลียม เชกสเปียร์ วัย 33 ปี ซื้อมาในราคา 120 ปอนด์

วิลเลียม เชกสเปียร์
ประติมากรรมจากศิลปินร่วมสมัยที่ได้แรงบันดาลใจจากบทละครของเชกสเปียร์

เชกสเปียร์อาศัยอยู่บ้านหลังนี้ยาวนานถึง 19 ปี และได้สร้างผลงานมากมายจนถึงวาระสุดท้าย โดยเชกสเปียร์ถึงแก่กรรมเดือนเมษายน ค.ศ. 1616 บ้านหลังนี้ได้กลายมาเป็นมรดกตกทอดมาถึงซูซานนา ลูกสาวคนโต ก่อนที่ตัวบ้านดั้งเดิมถูกรื้อไปเมื่อ ค.ศ. 1759 โดยในช่วง ค.ศ. 1847 มีกลุ่มผู้ต้องการรักษาสถานที่แห่งนี้ไว้เป็นอนุสรณ์สถานของเชกสเปียร์และมรดกแห่งชาติ ได้ร่วมกันระดมทุนสู้กับบรรดานักธุรกิจมหาเศรษฐีเพื่อซื้อบ้านหลังนี้จากเจ้าของใหม่ที่ซื้อไป ต่อมาคณะกรรมการฯ ได้จัดตั้งในชื่อ Shakespeare Birthplace Trust หรือ SBT เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร ดูแลกรรมสิทธิ์และบริหารจัดการสถานที่แห่งนี้ 

วิลเลียม เชกสเปียร์
ประติมากรรมจากศิลปินร่วมสมัยที่ได้แรงบันดาลใจจากบทละครของเชกสเปียร์

ในช่วง ค.ศ. 2010-2015  Shakespeare Birthplace Trust ได้มอบหมายให้ทางทีมนักโบราณคดีขุดค้นบริเวณที่ตั้งของตัวบ้านและพบร่องรอยตัวบ้านถูกดัดแปลงในส่วนด้านหน้าเป็นห้องโถงแนวลึกเพื่อจัดแสดงชิ้นงานศิลปะและความบันเทิง ส่วนตัวบ้านที่นักท่องเที่ยวเห็นในปัจจุบันถูกสร้างขึ้นใหม่ ส่วนบริเวณพิกัดบ้านหลังดั้งเดิมอยู่ด้านหลังอาคารถูกจัดเป็นสวนที่เรียกว่า Great Garden จัดแสดงงานประติมากรรมจากศิลปินร่วมสมัยที่ได้แรงบันดาลใจจากบทละครของเชกสเปียร์

พิกัด Shakespeare’s New Place : ถนน Chapel Street เมืองสแตรตฟอร์ด-อะพอน-เอวอน ประเทศอังกฤษ เปิดให้ชมตลอดปี ติดตามข้อมูลการเข้าชมและค่าบริการต่างๆ ได้ทางเว็บไซต์ shakespeare.org.uk 

Fact File

  • บ้านทั้ง 3 หลังของเชกสเปียร์ตั้งอยู่ในเมืองสแตรตฟอร์ด-อะพอน-เอวอน ประเทศอังกฤษ สามารถสร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงทั้งสามหลังได้ โดยบ้านทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลและบริหารจัดการโดย Shakespeare Birthplace Trust หรือ SBT องค์กรอิสระไม่แสวงผลกำไร รายละเอียดเพิ่มเติม www.shakespeare.org.uk
  • ภาพยนตร์ Hamnet อำนวยการสร้างโดย ลิซา มาร์แชลล์, พิปปา แฮร์ริส, นิโคลัส กอนดา, แซม เมนเดส และ สตีเวน สปีลเบิร์ก ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร ได้แก่ คริสตี มาโคสโก ครีเกอร์, ลอรี บอร์ก และ โคลอี เจา กำกับภาพโดย ลูคัส ชาล ออกแบบงานสร้างโดย ฟิโอนา ครอมบี ตัดต่อโดย โคลอี้ เจา และ อฟอนโซ กงซัลเวส ออกแบบเครื่องแต่งกายโดย มัลโกเซีย ทูร์ซานสกา ดนตรีประกอบโดย แม็กซ์ ริคเตอร์

Author

ทศพร กลิ่นหอม
นักเขียนสายบันเทิง สังคม ท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์ เคยประจำการอยู่ที่ เมเนจเจอร์ออนไลน์ นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และรายการ ET Thailand ปัจจุบันรับจ้างทั่วไป