ฝ่าป่าหนามไปพิชิต ยอดเขาเขียว ที่สุดของเส้นทางเดินป่าสายโหดใกล้กรุง
- เส้นทางศึกษาธรรมชาติเพื่อพิชิต ยอดเขาเขียว อยู่ในการดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่ ต้องขออนุญาตล่วงหน้าเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าไปศึกษาธรรมชาติได้
- สภาพป่าของที่นี่ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ สลับป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น โดยมียอดสูงสุดอยู่ที่ยอดเขาเขียว มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 789 เมตร
รู้ไหมว่าใกล้กรุงเทพฯ ไม่ถึง 100 กิโลเมตร มีเส้นทางเดินป่าสายโหดรอให้นักเดินป่ามือโปรไปพิชิต นั่นก็คือการฝ่าป่าหนามไปจนถึงป่าต้นน้ำ ยอดเขาเขียว ซึ่งอยู่ในการดูแลของ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่ ด้วยเส้นทางเดินป่าของที่นี่เป็นป่าสมบูรณ์ที่ไม่ได้มีการทำเส้นทางเดินป่าเฉพาะ เป็นทั้งเป็นแหล่งต้นน้ำที่ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำบางพระหล่อเลี้ยงผู้คนในจังหวัดชลบุรี รวมทั้งเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่านานา เช่น หมูป่า กวางป่า ชะมด นกเงือก ฯลฯ การจะเข้าไปเดินป่าศึกษาธรรมชาติทุกครั้งจึงต้องทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้า และมีเจ้าหน้าที่นำทางเท่านั้น


สภาพป่าของที่นี่ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ สลับป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น โดยมียอดสูงสุดอยู่ที่เขาเขียว มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 789 เมตร และยอดสูงสูงมีหินก้อนใหญ่ตั้งอยู่เรียกว่า “หินโหม่ง” รอให้ไปพิชิต หลายคนจึงเรียกเส้นทางนี้ว่าเส้นทางหินโหม่ง หรือไม่ก็ ยอดเขาเขียว นั่นเอง

หลังจากติดต่อทำหนังสือของอนุญาตเรียบร้อย เมื่อถึงวันนัดหมายเราก็ตรงไปยัง หน่วยพิทักษ์ป่าช่องมะเฟือง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่ เพื่อพบเจ้าหน้าผู้นำทาง ปูพื้นฐานความเข้าใจเบื้องต้นในเส้นทาง เตรียมอุปกรณ์สำหรับนอนกลางป่า 1 คืน นั่นแปลว่าเราต้องพกทั้งอาหาร น้ำ เปล อุปกรณ์การดำรงชีพในป่า แน่นนอว่าทั้งหมดเราต้องแบกขึ้นเป้ไปเอง แต่ถ้าใครมีอุปกรณ์กรองน้ำพกพาก็จะช่วยลดน้ำหนักการแบกน้ำสำหรับ 2 วันลงได้ และสิ่งที่จะขาดไม่ได้คือชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพราะตลอดเส้นทางเราต้องผ่านดงหนาม แม้ว่าจะเดินอย่างระวังแล้วแต่ก็ได้หนามฝากกลับมาทุกคน


วันแรกของการเดินทาง เป้าหมายคือเดินขึ้นเขาไล่ระดับความชันไปยัง หินโหม่ง ซึ่งดูจากแผนที่แล้วใจชื้นมากเพราะบอกระยะทางไว้ประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งสำหรับนักเดินป่าแล้ว ระยะทางนี้ถือว่าใกล้มาก แต่บอกเลยว่าสำหรับ 3 กิโลเมตรที่หินโหม่งนั้นไม่ง่าย เพราะแทบไม่มีร่องรอยของเส้นทาง เป็นการเดินที่ต้องบุกป่าฝ่าดง โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้ GPS ดูทิศนำทาง หลายจุดตัองฟันตัดพงไม้เปิดทาง พร้อมเก็บพิกัดตามจุดพักเป็นการลาดตระเวนไปในตัว

ถึงจะเดินลำบากก็ยังมีสิ่งดีอยู่คือ ป่านี้แม้จะเป็นฤดูร้อนกลางเดือนเมษายน แต่ในป่าก็ไม่ได้รู้สึกร้อนมาก อาจจะเพราะปกคลุมด้วยต้นไม้ แถมช่วงไหนที่มีลมพัดก็รู้สึกเย็นสบายทันที ระหว่างทางได้เห็นร่องรอยสัตว์ป่า เช่น กวางป่า หมูป่า ที่มาถูตัวกับต้นไม้ มีเขากวางป่าที่ผลัดทิ้งและมีรอยแทะกินจากเม่น รังอาศัยของหมูป่า นกกก หรือนกกาฮัง รวมทั้งนกเงือกตัวใหญ่ที่เฝ้ามองเราจากบนยอดไม้สูง และที่สำคัญแม้จะเป็นป่าตะวันออก แต่ป่านี้ก็ยังมีทากและเห็บซึ่งเป็นของแสลงของนักเดินป่าอย่างมาก


จากที่ทำการฯ ใช้เวลาเดิน 6 – 7 ชั่วโมงก็ถึง หินโหม่ง บริเวณยอดสูงสุดของเขาเขียว บรรยากาศบนนี้เย็นสบาย มีลมพัดเป็นระยะ พักเหนื่อยแล้วก็หาทำเลผูกเปล ด้วยบนยอดเขามีพื้นที่ราบน้อย การผูกเปลนอนจึงเหมาะสมกว่าการตั้งเต็นท์บนพื้นราบ ที่สำคัญเปลควรเลือกใช้แบบที่เป็นเปลมุ้ง และต้องมีทาร์ปกางเป็นหลังคาคลุมเปลเพื่อป้องกันน้ำค้างหรือฝน เมื่อผูกเปลเรียบร้อยก็ล้อมวงประกอบอาหารง่ายๆ กินไปพูดคุยไปถึงสิ่งที่เจอระหว่างทาง ไม่นานนักก็แยกย้ายพักผ่อน พาพระอาทิตย์ตกบน ยอดเขาเขียว ซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ก็ถูกปกคลุมด้วยความมืดจนมองแทบไม่เห็นดาวบนฟ้า จะมีก็แต่แสงกระพริบวิบวับจากหิ่งห้อยในยามดึกที่ช่วยให้ป่ายามค่ำคืนมีสีสันขึ้นมา


ตื่นมากลางป่าในเช้าวันที่สอง จุดหมายคือทางออกที่เชื่อมกับ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว วันนี้ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ส่วนใหญ่เป็นทางเดินลงเขา มีขึ้นชันบ้างเล็กน้อย และบางช่วงก็เป็นทางลงชันจนหวาดเสียว แต่อุปสรรคใหญ่หลักของวันนี้คือ “ป่าหนาม” ที่ราวกับป่าติดอาวุธ จนทำให้เรารู้ซึ้งถึงคำว่า ตกระกำลำบาก เพราะตลอดทางมีแต่ดงหวาย ดงระกำ และดงเตยหนาม ซึ่งเป็นไม้ที่พร้อมทิ่มแทง แม้ว่าจะเดินระวังตัวอย่างไรก็ไม่พ้น บางคนหนามทิ้มเกือบทะลุรองเท้า เป็นการเดินป่าที่ต้องใช้สติและความระวังแบบสุดๆ


นอกจากดงหนามมหาศาล เส้นทางนี้ยังได้เจอต้นไม้โบราณหายาก นั่นก็คือ ต้นพระเจ้าห้าพระองค์ วัดวงรอบคร่าวๆ ได้ 7.24 เมตร นอกจากนี้ยังได้เจอโป่งดินตามธรรมชาติ เป็นเนินดินเตี้ยที่มีแร่ธาตุสะสม สัตว์ป่ามักจะแวะมาเลียกินเป็นแหล่งอาหารเสริม ขากลับเราใช้เวลาร่วม 10 ชั่วโมงก็ถึงจุดหมาย เส้นทางนี้ถือเป็นบทเรียนการเดินป่าที่ทำให้เห็นว่า การเดินป่าไม่ได้มีเพียงวิวสวย ความสนุก เขาสูงชัน แต่ยังมีอันตรายในพืชพรรณที่เราต้องพึงระวัง และเดินป่าอย่างมีสติอยู่ตลอด จบทริปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายทั้งเหนื่อย ทรมาน เจ็บตัว ตื่นเต้น สนุก และความภูมิใจที่ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ของตัวเอง ที่สำคัญได้เพิ่มพูนประสบการณ์เดินป่าในหลากหลายประเภทมากขึ้น

เตรียมตัวก่อนเดินป่า
- เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ยอดเขาเขียว ไม่มีลูกหาบ ผู้ที่เข้าไปศึกษาธรรมชาติต้องแบกเป้ อุปกรณ์เดินป่าทั้งหมดด้วยตัวเอง
- เตรียมอาหารน้ำดื่ม อุปกรณ์ทำอาหารสำหรับเดินป่าให้พร้อม โดยเฉพาะน้ำดื่มต้องเตรียมให้พอสำหรับ 2 วัน แต่ระหว่างทางมีแหลางน้ำธรรมชาติ หากมีที่กรอกน้ำพกพาก็จะช่วยลดน้ำหนักในการแบกสัมภาระได้
- ตลอดเส้นทางไม่มีบริการห้องสุขา การขับถ่ายต้องขุดหลุมและกลบให้เรียบร้อย
- เสื้อผ้าควรเป็นแขนขายาว แต่ระบายอากาศได้ดี รองเท้าสำหรับเดินป่าพื้นหนา เพราะป่ารกทึบ มีดงหนาม ทาก เห็บและแมลง
- อุปกรณ์ควรพกพา ได้แก่ เชือก ไฟฉายคาดหัว ยาป้องกันแมลง ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น มีดพก แผ่นปูรองนั่ง ไม้เท้าเดินป่า เครื่องกรอกน้ำพกพา(ถ้ามี)
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ผู้นำทางและดูแลอย่างเคร่งครัด เดินเกาะกลุ่ม ไม่ออกนอกเส้นทาง เพราะป่ารกทึบมีโอกาสพลัดหลงสูง

Fact File
- ติดต่อการเดินทางเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ยอดเขาเขียว ล่วงหน้าที่ หน่วยพิทักษ์ป่าช่องมะเฟือง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่ โทร 064-735-1024