ความจริงไม่ใช่อย่างที่เห็น : หนังสือชวนผจญภัยในสิ่งที่ยังไม่ประจักษ์โดย คาร์โล โรเวลลี
Lite

ความจริงไม่ใช่อย่างที่เห็น : หนังสือชวนผจญภัยในสิ่งที่ยังไม่ประจักษ์โดย คาร์โล โรเวลลี

Focus
  • ความจริงไม่ใช่อย่างที่เห็น (Reality is Not What It Seems) เขียนโดย คาร์โล โรเวลลี (Carlo Rovelli) นักทฤษฎีฟิสิกส์ชาวอิตาลีและเป็นหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเล่มแรกของสำนักพิมพ์ Sophia
  • คาร์โล โรเวลลีเป็นนักทฤษฎีวิทยาศาสตร์ที่มีความรู้หลากหลายด้านทั้งปรัชญา ประวัติศาสตร์และควอนตัมฟิสิกส์ ส่งผลต่อการมองความจริงที่มีอยู่และการตั้งคำถามกับความจริงที่อาจจะไม่ใช่อย่างที่ใคร ๆ เห็น

ความจริงไม่ใช่อย่างที่เห็น หรือ Reality is Not What It Seems หนังสือเล่มแรกของสำนักพิมพ์น้องใหม่ Sophia เขียนโดย คาร์โล โรเวลลี (Carlo Rovelli) นักทฤษฎีฟิสิกส์ชาวอิตาลีผู้มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ในแต่ละเล่มเขามักใส่ความเชื่อมโยงแนวคิดควอนตัมฟิสิกส์ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ และปรัชญาวิทยาศาสตร์ งานเขียนของโรเวลลีมีความโดดเด่นด้วยมุมมองหลายเหลี่ยมมุมจากความรู้ที่หลากหลาย และไม่ใช่เพียงการชวนมองความจริงในมุมใหม่ แต่เขายังมุ่งเสนอความคิดใหม่ ๆ เกี่ยวกับความจริงที่อาจจะยังไม่ประจักษ์

ที่ผ่านมาหนังสือของโรเวลลีได้รับการตีพิมพ์ฉบับแปลภาษาไทยไม่น้อยกว่า 3 เล่ม ได้แก่ ความลี้ลับของเวลา : ถอดปริศนาแห่งเวลาในสายตาควอนตัมฟิสิกส์ (The Order of Time) ตีพิมพ์ฉบับภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์ Salt โดยตัวหนังสือว่าด้วยกาลเวลาในเชิงควอนตัมฟิสิกส์ ส่วนอีกเล่มคือ ความงามแห่งฟิสิกส์ (Seven Brief Lessons on Physics) ตีพิมพ์ฉบับภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์ Open Worlds เป็นหนังสือเล่าเรื่องศาสตร์ความรู้ของฟิสิกส์ทั้งเชิงวิทยาศาสตร์และพาดเกี่ยวกับปรัชญา ซึ่งเรียกได้ว่าสำหรับผู้สนใจงานของโรเวลลีและกังวลการกล่าวถึงทฤษฎีต่างๆ เล่มนี้เป็นพื้นฐานความรู้ที่จะปูเข้าสู่จักรวาลความคิดของโรเวลลีได้พอสมควรทั้งเนื้อหาและการเขียนที่สั้นกระชับ

และสำหรับเล่มล่าสุดอย่าง ความจริงไม่ใช่อย่างที่เห็นนี้ เพิ่งออกจากโรงพิมพ์อุ่นๆ โดยสำนักพิมพ์ใหม่ล่าสุด Sophia ภายในเครืออมรินทร์ เรียกได้ว่าเป็นหนังสือเล่มแรกสำหรับเปิดตัวสำนักพิมพ์ที่มีความกล้าหาญพอสมควร เพราะเล่มแรกย่อมบอกถึงแนวทางของเล่มต่อ ๆ ไปที่จะตามมา แต่ก็ดูจะเหมาะเจาะอย่างยิ่งกับชื่อสำนักพิมพ์ Sophia ที่ไม่ใช่เพียงเป็นชื่อคนยอดนิยมเท่านั้นแต่ในภาษากรีกคำนี้ยังหมายความถึง ปัญญา(Wisdom) ซึ่งหากมองความหมายต่อมาของคำว่า ปัญญา ที่มีความหมายว่าความรู้ทั่ว ความรอบรู้ ความฉลาดเกิดแต่เรียนและคิด ตามพจนานุกรมไทยแล้วละก็ หนังสือ ความจริงไม่ใช่อย่างที่เห็น เล่มนี้ดูจะเข้าท่าเข้าทีมากเลยทีเดียวด้วยคุณสมบัติที่รู้รอบคิดทั่วของนักเขียนอย่างโรเวลลี

“แล้วคุณคิดว่าอะไรคือธรรมชาติแท้จริงของสรรพสิ่ง”

ประโยคดังกล่าวคือคำถามสำคัญในบทนำอันเป็นที่มาของหนังสือเล่มนี้ในฐานะคำตอบส่วนตัวของโรเวลลี ซึ่งเป็นคำถามที่เป็นแกนหลักของคำอธิบายขนาดยาวเล่มนี้ โรเวลลีพาผู้อ่านเดินทางตั้งแต่รากทางความคิดของสิ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดที่เล็กที่สุดของสรรพสิ่งอย่าง อะตอม (Atom) ที่มีรากเหง้าทางความคิดยาวนานตั้งแต่ 450 ปีก่อนคริสต์ศักราช (BCE) โดยในช่วงนี้ของหนังสือโรเวลลีพยายามอธิบายให้เห็นถึงรากทางปัญญานั้นคือ ปรัชญา ที่มีมาตั้งแต่โบราณโดยเขาเริ่มที่การกล่าวถึง อเพรอน (Apeiron) ที่แปลว่า มองไม่เห็นและจำแนกแยกแยะไม่ได้ โรเวลลีชี้ให้เห็นว่าคุณสมบัติทางความคิดของการที่นักปรัชญายุคนั้นกล่าวถึงสิ่งที่เรียกว่า อเพรอน ทำให้เห็นว่าความคิดถึงสิ่งที่มีอยู่แต่สัมผัสของมนุษย์ไปไม่ถึงเป็นความคิดของมนุษย์มาอย่างยาวนานแล้ว

ทักษะที่โดดเด่นในการเล่าของโรเวลลีนั้นคือการผสานความรู้หลายแขนงเข้าสู่แกนหลักและหาคำอธิบายแม้ว่าในยุคนั้นจะยังไม่นิยามตรงไปตรงมาหรือใช้คำในความหมายเดียวกันกับยุคนี้แต่โรเวลลีทำให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ความคิดที่มีรากฐานและมีพลวัตมาสู่คำเรียกในปัจจุบัน

การทำให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ความคิดจึงสำคัญที่การนำเสนอว่าความรู้แบบหนึ่งไม่จำกัดภายในอาณาบริเวณของสาขาวิชาการพากลับไปสู่ข้อสงสัยและความหมายในยุคของปรัชญาที่ค้นหาความจริงในสรรพสิ่งนั้นแสดงออกถึงความรู้ที่มีจินตนาการนอกไปจากสาขาและวิทยาการเทคโนโลยีที่จะพิสูจน์ เพราะความคิดจินตนาการเป็นข้อเสนอที่มนุษย์ได้มีกับสิ่งต่างๆส่วนจะจริงขนาดไหนเป็นอีกเรื่องดังจะเห็นได้ว่าการพัฒนาทฤษฎีต่าง ๆ เมื่อผ่านเวลาสามารถมีจุดที่ถูกต้อง ถูกบางส่วนหรืออาจไม่ถูกเลยเมื่อได้รับการพิสูจน์แต่การแสดงถึงจินตนาการก็เป็นทักษะหนึ่งของมนุษย์ดั่งที่โรเวลลีได้กล่าวพาดไปถึงนักปรัชญาคนสำคัญอีกคนในโลกตะวันตกยุคก่อนโสเกรติสอย่าง เดโมคริตุส (Democritus) ที่ไม่ว่าเขาจะเคยเห็นเอกภพหรือไม่เขาก็ได้แสดงความรู้เป็นแนวคิดของตนในการนิยามว่า เอกภพทั้งมวลประกอบจากอวกาศอันไร้ขอบเขตที่ซึ่งอะตอมจำนวนนับไม่ถ้วนวิ่งอยู่ภายใน

โรเวลลีได้ลากเส้นต่อจุดอย่างมากมายตั้งแต่นั้นเมื่อเขาเห็นว่าแนวคิดอะตอมคือความคิดที่พูดถึงส่วนที่เล็กมากเกินกว่าผัสสะมนุษย์แตะต้อง แต่มันมีอยู่และสามารถรวมกันจนเป็นสรรพสิ่งโรเวลลีได้สาวประวัติศาสตร์ความคิดมากมายที่พูดถึงสิ่งที่มีแต่ไม่เห็นไม่ว่าจะแนวคิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและสนาม แรงโน้มถ่วง แนวคิดที่ว่างและอวกาศและทฤษฎีสัมพัทธภาพแบบต่าง ๆ เป็นต้น โดยเขาได้อ้างอิงถึงนักปรัชญาและนักวิทยาศาสตร์มากมาย อาทิ อริสโตเติล (Aristotle) ไอแซก นิวตัน (Isaac Newton) ไมเคิล ฟาราเดย์ (Michael Faraday) เจมส์ เคลิร์ก แมกซ์เวลล์ (James Clerk Maxwell) สตีเฟน ฮอว์กิง (Stephen Hawking) และแน่นอนว่าย่อมมีมุมมองที่ชวนมองทฤษฎีของนักวิทยาศาสตร์ระบือนามอย่าง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein)

โรเวลลีกล่าวถึงข้อเสนอของไอน์สไตน์ที่ว่า เวลาปัจจุบันนั้นมีการยืดขยายได้ในทฤษฎีสร้างชื่อของเขาอย่าง ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ซึ่งเสนอแนวคิดที่เรียกว่า กาลอวกาศ (Spacetime) ที่ว่าด้วยเวลาที่มีพื้นที่ โรเวลลีชี้ให้เห็นสิ่งที่เรามีเครื่องวัดชัดเจนอย่างเวลาว่าก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีเวลาที่เราไม่อาจสัมผัสได้อยู่เช่นกันการคลี่ให้เห็นสมมติฐานมากมายของความคิดทางวิทยาศาสตร์ทั้งที่เกิดจากการคำนวณทางคณิตศาสตร์ การทดลอง และการสร้างทฤษฎีตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาโรเวลลีชี้ถึงสิ่งเดิมที่สำคัญมากในการคิดนั้นคือ การจินตนาการถึงความเป็นไปได้ที่แม้ยังไม่พบประจักษ์พิสูจน์จริงพร้อมก็ตาม

“นี่ไม่ใช่หนังสือเกี่ยวกับสิ่งที่แน่นอนตายตัวรู้ชัด มันเป็นหนังสือเกี่ยวกับการผจญภัยไปสู่สิ่งที่ยังไม่ประจักษ์”

คำกล่าวที่ปรากฏในบทบันทึกของผู้เขียนทำให้เข้าใจถึงความเป็นนักทฤษฎีของเขาและความเป็นนักคิดทางวิทยาศาสตร์ที่มุ่งหาสมมติฐานใหม่ๆ ของโรเวลลี ดังที่จะปรากฏสูตรทางวิทยาศาสตร์มากมายที่ยกมาเป็นตัวอย่างและการเสนอวิธีคิด การตีความและเชื่อมโยงศาสตร์ความรู้ของโรเวลลีที่ซับซ้อนเชิงควอนตัมฟิสิกส์ที่ท้ายที่สุดเขากำลังพาผู้อ่านเดินทางไปในความกว้างใหญ่ของจักรวาลทางความคิดพร้อมไปกับชวนให้คำนึงคิดถึงสิ่งที่เราเห็นหรือผัสสะต้องได้นั้นอาจไม่ครบถ้วนความจริงที่มีอยู่ดังชื่อหนังสือเล่มนี้

Fact File
ความจริงไม่ใช่อย่างที่เห็น (Reality is Not What It Seems)
คาร์โล โรเวลลี เขียน
ปิยบุตร บุรีคำ แปล
สำนักพิมพ์ Sophia
ราคา 265 บาท


Author

อชิตพนธิ์ เพียรสุขประเสริฐ
มนุษย์ผู้ตกหลุมรักในการสร้างสรรค์ ภาพ เสียง แสง การเคลื่อนไหว นามธรรม และ การขีดเขียน