Slow & Low-Impact Travel เช็คอินเอนกายในบรรยากาศเนิบช้า แล้วออกไปเที่ยวแบบลุ่มลึกและใส่ใจโลก
Lite

Slow & Low-Impact Travel เช็คอินเอนกายในบรรยากาศเนิบช้า แล้วออกไปเที่ยวแบบลุ่มลึกและใส่ใจโลก

Focus
  • จากการสำรวจ Global Travel Trends Report & Industry Insights ของ American Express Travel ประจำปี 2026 พบว่า 87% ของนักท่องเที่ยวตั้งใจเว้นว่างตารางการเดินทางแบบไม่ต้องมีกิจกรรมแน่นทุกวัน เพื่อที่จะค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ
  • Slow & Low-Impact Travel ไม่ได้เชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำไม่ว่าจะเป็นการเดิน ปั่นจักรยาน หรือใช้รถสาธารณะที่ช้าลงเท่านั้น แต่ Slow Travel ยังก่อให้เกิดกระแสการเดินทางรูปแบบใหม่ ที่มุ่งเน้นการซึมซับประสบการณ์อันมีคุณค่า

ยกระดับการเดินทางให้มีคุณค่า มีความหมาย และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมฉบับ Slow & Low-Impact Travel ซึ่งนำไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์มาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวแบบเนิบช้า ที่หมายถึงการค่อยๆ ผ่อนคลายจังหวะการเดินทางให้ช้าลง เพื่อละเลียดกับประสบการณ์ที่จะได้พบเจอระหว่างสองข้างทาง ซึ่งเทรนด์ Slow Travel ไม่ได้เชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำไม่ว่าจะเป็นการเดิน ปั่นจักรยาน หรือใช้รถสาธารณะที่ช้าลงเท่านั้น แต่ Slow Travel ยังก่อให้เกิดกระแสการเดินทางรูปแบบใหม่ ที่มุ่งเน้นการซึมซับประสบการณ์อันมีคุณค่า ตามความชอบของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการเฝ้าชมแสงแรกของพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลหมอกบนยอดดอย การเฝ้ารอชมทางช้างเผือกในคืนฟ้ามืดสนิท ตลอดจนการใช้เวลากับแต่ละจุดหมายปลายทางให้ยาวนานยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดื่มด่ำกับการพักผ่อนในโรงแรม หรือการออกไปสำรวจแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ บริเวณโดยรอบให้ซึบซับบรรยากาศอย่างเต็มอิ่มกว่าที่เคย

Slow & Low-Impact

กระแสความนิยมในการท่องเที่ยวแบบเนิบช้า ยืนยันได้จากการสำรวจ Global Travel Trends Report & Industry Insights ของ American Express Travel ประจำปี 2026 พบว่า 87% ของนักท่องเที่ยวตั้งใจเว้นว่างตารางการเดินทางแบบไม่ต้องมีกิจกรรมแน่นทุกวัน เพื่อที่จะค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ แบบไม่คาดคิด ส่วน 82% ของนักเดินทางที่ไปทำงานหรือเจรจาธุรกิจ เริ่มจะพ่วงวันลาพักร้อนเพื่อท่องเที่ยวต่ออีก 3-4 วัน เหตุผลก็เพราะนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่กว่า 70% เริ่มมองหาคุณภาพของประสบการณ์เดินทางมากกว่าจำนวนของสถานที่หรือปริมาณของจุดหมาย เช่นเดียวกับโรงแรมที่พักที่เราขอชวนไปเช็คอินผ่อนคลายในบรรยากาศที่เนิบช้า แต่ลึกซึ้งด้วยประสบการณ์ แถมโรงแรมเหล่านี้ยังใส่ความห่วงใยต่อโลกและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

Slow & Low-Impact

The Motifs Eco Hotel ดีไซน์ต้นแบบที่พักหายใจได้

The Motifs Eco Hotel จังหวัดจันทบุรี เป็นโรงแรมบูติกสุดน่ารักริมแม่น้ำจันทบูรที่สะท้อนนิยามความเป็นเมืองฝน 8 แดด 4 ของจันทบุรี ผ่านการดีไซน์อาคารประหยัดพลังงานที่อยู่สบายแบบ Eco Living กลมกลืนเข้ากับสิ่งแวดล้อมของชุมชนริมแม่น้ำอย่างแท้จริง

Slow & Low-Impact

ด้วยความที่โรงแรมตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำจันทบูร การออกแบบโรงแรมจึงตั้งใจจะใช้ความเย็นจากริมน้ำให้เกิดประโยชน์มากที่สุด อาทิ การนำเทคนิคการระบายอากาศแบบไขว้ (Cross Ventilation) มาใช้เพื่อให้อากาศไหลเวียนได้สะดวก พร้อมช่องลมตามจุดต่างๆ สร้างความเย็นสบายให้ที่พักยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในห้องพักที่ออกแบบให้มีหน้าต่างถึง 3 ด้าน ช่วยระบายความร้อนและรับลมเย็นได้เป็นอย่างดี เรียกว่าเป็นแนวคิด “บ้านหายใจได้” ที่ลมพัดพาความสดชื่นให้คนอยู่สบาย แถมลดความอับชื้นทำให้สามารถรักษาอาคารได้ในระยะยาวอีกด้วย และถ้าสังเกตให้ดี ที่นี่เป็นโรงแรมโมเดิร์นที่ยังคงมีรางน้ำฝน แต่เป็นรางน้ำฝนแบบโซ่ที่ไม่ใช่แค่ความสวยงามกับอาคารสมัยใหม่ แต่ช่วยระบายน้ำฝนจากหลังคาลงมารดน้ำต้นไม้ ซึ่งจันทบุรีเป็นจังหวัดที่มีฝน 8 แดด 4  ไม่ต่างจากภาคใต้ การจัดการน้ำฝนที่ดีจึงช่วยลดการใช้น้ำไปได้มาก

Slow & Low-Impact

ในแง่ของโครงสร้างทางโรงแรมใช้แนวคิดเรื่องการรียูสด์ของเก่าให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างคุ้มค่า โดยไม้ที่ใช้สร้างโรงแรมมาจากบ้านไม้เก่าอายุกว่า 60 ปีของครอบครัวเจ้าของโรงแรม เมื่อรื้อบ้านออกก็นำไม้มาใช้ในการตกแต่งภายในโรงแรมราว 60-70% ของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนของตกแต่งอื่นๆ ก็เป็นงานคราฟท์จากชุมชนต่างๆ เสริมด้วยงานหัตถกรรมภาคอีสานและภาคเหนือ เช่น เสื่อจันทบูร งานสานขึ้นชื่อของจันทบุรีที่นำมาดัดแปลงเป็นโคมไฟ รองเท้าสลิปเปอร์ ตะกร้าผ้า เป็นต้น

Slow & Low-Impact

ส่วนในห้องพักก็งดใช้ขวดพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง เน้นวัสดุย่อยสลายได้ และวัตถุดิบจากชุมชนในพื้นที่จันทบุรีและตะวันออก อีกความใส่ใจสิ่งแวดล้อมคือการนำแนวคิด Eco Amenities สไตล์โรงแรมญี่ปุ่นมาปรับใช้ ให้แขกผู้เข้าพักสามารถ DIY เลือกหยิบ Amenities หรือเครื่องใช้ในห้องน้ำได้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนตั้งแต่ที่ล็อบบี้ แทนการจะวางของทุกอย่างไว้ในห้องน้ำ ซึ่งมักทำให้เกิดของเหลือใช้ และในหลายครั้งของบางอย่างก็เปียกน้ำไม่สามารถนำกลับมาใช้ต่อได้กลายเป็นขยะทั้งๆ ที่ยังไม่ถูกใช้ ซึ่งแม้จะดูเป็นไอเดียง่ายๆ แต่โรงแรมได้พิสูจน์แล้วว่าแนวคิดนี้ช่วยลดขยะจาก Amenities ที่ยังไม่ถูกใช้ได้ราว 10,000 ชิ้นต่อปีเลยทีเดียว 

Location : ถนนท่าแฉลบ อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี

Contact : โทร. 093-465-5353 themotifsecohotel.com

Saikaew Beach Resort ชวนไปติดเกาะในจังหวะสโลว์ไลฟ์

ที่นี่คืออีกหนึ่งปลายทางที่ต้องเช็คอิน เพราะบรรยากาศห้องพักถูกโอบล้อมไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกัน อีกทั้งทางรีสอร์ตยังได้อนุรักษ์ต้นไม้ดั้งเดิมในพื้นที่ไว้ทั้งหมดแบบ 100% เสริมด้วยการปลูกต้นไม้ท้องถิ่นอื่นๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและฟื้นฟูความสมบูรณ์ของระบบนิเวศให้มีความยั่งยืนในระยะยาว จนทำให้ที่นี่กลายเป็นบ้านของคู่รักนกเงือกเจ้าถิ่นที่มักจะแวะมาเยือน ซึ่งการมาของนกเงือกยังเป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าบริเวณนี้และความสงบเงียบของรีสอร์ตได้เป็นอย่างดี 

Saikaew Beach Resort ยังได้รับการรับรองความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมจาก CF-Hotels ประจำปี 2568 ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อห้องต่อคืนเพียง 14.98 กิโลกรัมคาร์บอนได ออกไซด์เทียบเท่า พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกออกแบบให้เปิดโล่งเพื่อรับลมทะเลและแสงธรรมชาติ นอกจากนี้ยังรียูสด์ใช้เศษไม้จากเรือประมงเก่านำมาตกแต่ง เพิ่มบรรยากาศความสนุกสไตล์ชาวเกาะเสม็ด และยังเป็นไอเดียในการดัดแปลงวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นงานดีไซน์ชิ้นใหม่ 

ในห้องพักเลือกใช้เครื่องปรับอากาศรุ่นประหยัดไฟ ส่วนไฟเลือกใช้ที่ความสว่าง 100-130 ลักซ์ ซึ่งเป็นแสงไฟสีนวลถนอมสายตาเหมาะกับการพักผ่อน พร้อมควบคุมเสียงของเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องพักอย่างคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ให้ไม่เกิน 30 เดซิเบลเพื่อลดมลภาวะทางเสียง ส่วนผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว และกระดาษทิชชูเลือกใช้แบบไม่ฟอกสีจึงมั่นใจว่าปลอดสารเคมี ทั้งยังมีการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อนำไปใช้กับเครื่องทำน้ำอุ่นภายในห้องพัก เป็นการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้อีกทาง และ Amenity ในห้องพักก็ให้แขกได้เลือกตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนโดยไม่ก่อให้เกิดขยะจาก Amenity ที่ไม่ถูกหยิบใช้

นอกจากการตั้งถังขยะแบบคัดแยกขยะตั้งแต่ในห้องพักแล้วทางโรงแรมได้เดินหน้าลดการใช้พลาสติกอย่างจริงจังด้วยการใช้ขวดแก้วแทนขวดพลาสติก ด้าน Amenity ในห้องน้ำทั้งหมดทำจากวัสดุย่อยสลายง่ายเพื่อลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง อีกทั้งทางรีสอร์ตยังเข้าร่วม “โครงการธนาคารขยะ” เพื่อเปลี่ยนถุงพลาสติกเป็นน้ำมันดีเซลใช้สำหรับการฌาปนกิจ ส่วนแก้วพลาสติกก็นำไปเปลี่ยนเป็นน้ำมันเบนซินเพื่อแจกจ่ายให้ชาวชุมชนนำไปใช้กับเครื่องยนต์ต่างๆ ที่ขาดไม่ได้คือการจัดการขยะอินทรีย์จากเศษอาหาร ด้วยการนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้ในสวน บางส่วนส่งต่อไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลเพื่อผลิตเป็นก๊าซชีวภาพและใช้ประโยชน์ในชุมชนต่อไป

Location: เกาะเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง

Contact:  โทร. 038-644-195 www.saikaewbeachresort.com

Thapwarin Resort พิกัดพักใจในอ้อมกอดอันดามัน

Thapwarin Resort ซ่อนตัวอยู่บนเกาะไหง ต้องนั่งเรือห่างออกมาจากเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ไปราว 40 นาที หรือจะเลือกนั่งเรือหางยาวจากท่าเรือปากเมง จังหวัดตรัง ก็ใช้เวลาราว 40 นาทีเช่นกัน บูติกรีสอร์ตแห่งนี้มาพร้อมกับห้องพักแบบวิลล่าหรูหราสไตล์ Cottage จำนวน 30 หลัง โอบล้อมไปด้วยสวนมะพร้าวและผืนป่าเขียวกว้างใหญ่กว่า 2,500 ไร่ของเกาะไหง ส่วนวิลล่าห้องพักก็สร้างอย่างเรียบง่ายจากวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นอย่างไม้ไผ่ หรืออย่างหลังคามุงก็มุงหญ้าคาที่สานโดยชาวชุมชน สนับสนุนทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นและการกระจายรายได้

Slow & Low-Impact Travel

ด้านหลังรีสอร์ตโอบล้อมด้วยภูเขาอันเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของเกาะ นอกจากจะร่วมกับชุมชนสนับสนุนกันสร้างฝายชะลอน้ำแล้ว ทางรีสอร์ตเองก็ได้สร้างบ่อน้ำเพื่อรองรับน้ำที่ไหลลงจากภูเขาสำหรับนำมาใช้ภายในรีสอร์ตผ่านระบบกรองน้ำที่มีประสิทธิภาพเพื่อความสะอาดและความปลอดภัยในการอุปโภคบริโภคตลอดทั้งปี 

รีสอร์ตยังเชิญชวนให้ลูกค้าเข้าร่วมแคมเปญ No More Plastic ตั้งแต่ตอนเช็คอิน โดยลูกค้าทุกคนจะได้รับขวดน้ำดื่มแบบรีฟีลฟรี! และภายในรีสอร์ตก็ได้จัดเตรียมจุดรีฟีลน้ำกระจายไว้ตามมุมต่างๆ ดังนั้นลูกค้าสามารถพกกระติกน้ำติดตัวและเติมน้ำได้ฟรีแบบไม่จำกัดตลอดทั้งวัน โดยแคมเปญ No More Plastic และการเปลี่ยนจากขวดพลาสติกเป็นขวดแก้วสามารถช่วยลดการใช้ขวดพลาสติกได้มากถึงเดือนละ 8,000 ขวด เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ใหญ่เพื่อดูดซับคาร์บอนถึงประมาณ 800 กว่าต้นต่อปี 

รีสอร์ตยังเลือกใช้พลังงานทางเลือกอื่นๆ เช่น นำขยะอินทรีย์จากเศษอาหารในห้องอาหารมาผลิตเป็นไบโอแก๊สใช้กับเรือโรงแรม ซึ่งสามารถกำจัดขยะเศษอาหารได้วันละ 15-20 กิโลกรัม ภายในรีสอร์ตมีโรงกลั่นขนาดย่อมที่ผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชเก่าจากในห้องครัวของโรงแรมเอง รวมทั้งจากร้านอาหารและชุมชนบนเกาะใกล้เคียง โดยสามารถผลิตได้มากถึง 300 ลิตรต่อวัน นำไปหมุนเวียนใช้กับเรือหางยาวของโรงแรมและเครื่องปั่นไฟ นอกจากนี้ยังจับมือกับผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยผลิตถ่านชีวภาพ (biochar) ที่สามารถดูดซับและชะล้างคราบน้ำมันปนเปื้อนในน้ำจากกระบวนการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล เป็นการจัดการกับน้ำเสียไม่ให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อไปอีกด้วย

Location: เกาะไหง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่

Contact: โทร 081-894-3585 thapwarin.com

Raya Heritage โอบรับพลังธรรมชาติในวิถีแห่งความยั่งยืน

Raya Heritage คือบูติกรีสอร์ตขนาด 38 ห้อง ในเครือ Raya Collection ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติริมแม่น้ำปิง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในพื้นที่เดิมของ “สวนป่าริมน้ำแม่ปิง” ซึ่งเป็นสวนป่าที่ร่มรื่นด้วยไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ และแน่นอนว่าเมื่อเปลี่ยนมาเป็นที่พัก ทางรีสอร์ตได้เก็บรักษาต้นไม้ใหญ่ดั้งเดิมไว้ทั้งหมดภายใต้การดูแลของรุกขกร

การพักผ่อนแบบ Slow & Low-Impact Travel เริ่มต้นได้ทันทีตั้งแต่เช็คอินเข้าห้องพัก กับอาคารที่พักออกแบบให้ทุกห้องหันหน้าไปทางทิศตะวันออกรับความสดชื่นของแม่น้ำปิง ทั้งยังมีพื้นที่ชานระเบียงแบบบ้านไทยสมัยก่อน และเพิ่มช่องแสงเพื่อให้รับลมและแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ เป็นการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าทางอ้อม

Slow & Low-Impact Travel

โรงแรมมีการเลือกใช้อุปกรณ์ช่วยประหยัดน้ำ เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน รวมทั้งการใช้เครื่องปรับอากาศแบบ VRV (Variable Refrigerant Volume) ซึ่งเป็นเป็นระบบที่สามารถปรับปริมาณน้ำยาแอร์และรอบคอมเพรสเซอร์ให้พอดีกับการใช้งานจริงในแต่ละห้อง ไม่ต้องเปิด-ปิดคอมเพรสเซอร์บ่อย ๆ และสามารถแยกควบคุมอุณหภูมิอิสระได้  ช่วยให้ประหยัดไฟมากขึ้น พร้อมติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อนำน้ำจากห้องพักมาบำบัดและหมุนเวียนมาใช้รดน้ำต้นไม้และแปลงผักสมุนไพร โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทางรีสอร์ตประสบความสำเร็จในการลดใช้ไฟฟ้าได้มากถึง 9% (จากเป้าที่ตั้งไว้แค่ 3%) แถมยังจัดการทรัพยากรน้ำได้อย่างยอดเยี่ยมจนประหยัดทรัพยากรไปได้ถึง 9.3% ถือเป็นอีกหนึ่งเดสติเนชันที่นักเดินทางสายรักษ์โลกจะต้องตกหลุมรัก

Slow & Low-Impact Travel

มาถึงห้องพักกันบ้าง ทางรีสอร์ตงดการใช้ขวดพลาสติก เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น รองเท้าสลิปเปอร์สานจากฟางข้าว เสื้อคลุมผ้าสาลูไม่ฟอกสี เสื้อคลุมผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ รวมถึงการจัดวางถังแยกขยะ โรงแรมใช้อุปกรณ์จักสาน งานไม้แทนพลาสติก พร้อมชักชวนผู้เข้าพักร่วมประหยัดน้ำและพลังงานด้วยการวางป้ายรณรงค์ไม่เปลี่ยนผ้าปูที่นอนหรือผ้าเช็ดตัวทุกวัน และที่จะขาดไม่ได้คือความยั่งยืน ซึ่งที่นี่ใช้แพลตฟอร์ม CF-Hotels ช่วยคำนวนปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม  สำหรับใครที่อยากหยุดจังหวะความผ่อนคลายให้เนิบช้า ทางรีสอร์ตมีเส้นทางชมสวนศึกษาธรรมชาติ ซึ่งสามารถเดินเองได้หรือหากจองล่วงหน้า ทางรีสอร์ตจะจัดคนนำชมที่จัดเต็มความรู้เรื่องต้นไม้ โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 

Location: อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

Contact: โทร. 053-111-670 – 73 www.rayaheritage.com


Author

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ Sarakadee Lite