Off the Beaten Path Travel เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ เลือกที่พักรักษ์โลก แล้วออกไปสำรวจที่เที่ยวลับๆ
- จากการสำรวจของ Booking.com พบว่า 69% ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกไม่ต้องการทำร้ายสถานที่หรือชุมชนที่ไปเยือน โดยหนึ่งในวิธีการที่พวกเขาทำได้คือการเลือกจุดหมายที่ไม่ได้มีนักท่องเที่ยวล้นจนเกิน เพื่อไม่ไปแย่งใช้ทรัพยากร น้ำ ไฟ หรือสร้างปัญหาขยะล้นเมือง
- Off the Beaten Path Travel การสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ จุดหมายปลายทางที่ไม่จำเป็นต้องเป็นแลนด์มาร์ก แต่มีเรื่องราวน่าสนใจ
หนึ่งในเทรนด์การท่องเที่ยวยั่งยืนที่นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ให้ความสนใจนั่นก็คือ Off the Beaten Path Travel การสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ จุดหมายปลายทางที่ไม่จำเป็นต้องเป็นแลนด์มาร์ก แต่มีเรื่องราวน่าสนใจ หรือเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นเกินไป รวมทั้งการไปเยือนเมืองเล็กๆ เมืองน่าเที่ยว หรือชุมชนท่องเที่ยวที่ยังไม่ถูกค้นพบ
ผลลัพธ์คือทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความหมายของการท่องเที่ยวที่มากกว่าการเช็คอินตามกระแสโซเชียลเท่านั้น แต่ยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตดั้งเดิม ได้พูดคุยกับผู้คนในพื้นที่ ได้มุมถ่ายรูปสวยๆ ได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่แบบที่เมืองใหญ่ให้ไม่ได้ โดย Off the Beaten Path Travel สอดคล้องกับแผนการท่องเที่ยวไทยในปี 2570 ที่ให้คุณค่าของการท่องเที่ยวมากขึ้น เปลี่ยนจากไล่ล่าจุดหมายสู่การสร้าง “คุณค่า” พร้อมตั้งเป้าขยับสัดส่วนนักท่องเที่ยวระหว่างเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวอยู่ที่ 60 ต่อ 40

ทั้งนี้จากการสำรวจของ Booking.com พบว่า 69% ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกไม่ต้องการทำร้ายสถานที่หรือชุมชนที่ไปเยือน โดยหนึ่งในวิธีการที่พวกเขาทำได้คือการเลือกจุดหมายที่ไม่ได้มีนักท่องเที่ยวล้นจนเกิน เพื่อไม่ไปแย่งใช้ทรัพยากร น้ำ ไฟ หรือสร้างปัญหาขยะล้นเมือง รวมทั้งต้องการกระจายรายได้สู่มือของชุมชนจริงๆ เพื่อเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน และนอกจากจะเลือกจุดหมายใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แลนด์มาร์กแล้ว แน่นอนว่าโรงแรม ที่พัก ที่อยู่ในจุดหมายใหม่เหล่านั้นจึงเป็นตัวเลือกสำหรับการเช็คอินเข้าพัก แล้วออกไปสำรวจประสบการณ์แบบ Off the Beaten Path Travel ต่อไป

Le Méridien Chiang Rai Resort เชื่อมต่อเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติและวิถีเชียงราย
Le Méridien Chiang Rai Resort ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 26 ไร่ ริมแม่น้ำกก พร้อมห้องพักในบรรยากาศสถาปัตยกรรมล้านนาโมเดิร์นใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ และด้วยทำเลที่ตั้งที่ไม่ไกลจากตัวเมืองและแหล่งท่องเที่ยวแลนด์มาร์ก ที่นี่จึงเหมาะกับการเข้าพักเพื่อพักผ่อนให้เต็มที่ แล้วออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ท้องถิ่นเพื่อให้รู้จักเชียงรายอย่างลึกซึ้ง เพราะเชียงรายยังมีแหล่งท่องเที่ยวลับๆ ให้ค้นหาอีกมากมายเช่น โปรแกรมล่องเรือแม่น้ำกก เรียนรู้วิถีคนทำชาแบบดั้งเดิม และ ตามรอยเส้นทางสล่าพื้นบ้าน เป็นต้น

ที่จะขาดไม่ได้คือการใส่รายละเอียดเรื่องความยั่งยืนรวมทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและชุมชน โดยใช้แพลตฟอร์ม CF-Hotels ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 ในการบันทึก คำนวณ และติดตามปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ รีสอร์ตมุ่งเน้นการลดการใช้พลังงาน น้ำ และวัสดุสิ้นเปลือง รวมถึงมีการจัดการของเสียอย่างเหมาะสม ทั้งยังให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนผู้ผลิตในท้องถิ่น

ส่วน Food Waste Management ดำเนินการตามแนวทางที่แบรนด์ได้วางไว้เพื่อลดปริมาณขยะอาหารในทุกขั้นตอน พร้อมระบบการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ส่งผลโดยตรงต่อการลดปริมาณขยะที่ต้องส่งไปยังหลุมฝังกลบ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาพบว่าสามารถลดการใช้น้ำไปได้ 7% ลดการใช้พลังงานไปได้ 3.7% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 8.2%

ห้องอาหารของรีสอร์ตเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นจากชุมชนต่างๆของเชียงรายเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน เช่น เมนูไข่มาจากแม่ไก่อารมณ์ดีเลี้ยงแบบอิสระจากชุมชนชาติพันธุ์ในพื้นที่สูง ชาออร์แกนิกที่เป็นเกษตรอินทรีย์และรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นในการปลูกชา และกาแฟออร์แกนิกจากโรงคั่วกาแฟท้องถิ่นที่ใส่ใจในกระบวนการผลิตที่ยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำ

รีสอร์ตยังชวนเที่ยวเชียงรายในแง่มุมและพิกัดใหม่ๆ อยู่เสมอ เช่น โปรแกรมท่องเที่ยว One Day Trip ที่จับมือกับชุมชนและโครงการต่างๆ ในท้องถิ่นอย่างโครงการพัฒนาดอยตุง พาออกไปสำรวจเชียงรายแบบเจาะลึก ครบทั้งวิถี วัฒนธรรม ธรรมชาติ เช่น ออกสำรวจต้นทางของกาแฟแต่ละแก้ว วิถีกาแฟรักษ์โลกคืออะไร ขั้นตอนการปลูกกาแฟที่ช่วยอนุรักษ์ผืนป่า ขั้นตอนการเก็บเกี่ยว เทคนิคการคั่ว รวมถึงทดลองชิมกาแฟและพูดคุยกับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟตัวจริง เรียกว่าไม่ได้มอบแค่ประสบการณ์เข้าพัก แต่ยังมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวท้องถิ่นแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมชวนสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ จุดหมายปลายทางที่คุณจะได้รู้จักเชียงรายมากกว่ามุมแลนด์มาร์ก
Location : ถนนแควหวาย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
Contact : www.marriott.com/ceimd โทร.053-603-333

Blu Monkey Hub & Hotel Krabi Town ครีเอทีฟโฮเทลที่ยกระดับที่พักสู่มิติความยั่งยืน
โรงแรม Blu Monkey Hub & Hotel Krabi Town ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองกระบี่ มาพร้อมคอนเซปต์ #CREATIVEHOTEL ยกระดับที่พักในย่านกลางเมืองให้มีความทันสมัย สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่ได้มาตรฐาน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ชอบเดินทางแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ และต้องการพักที่เมืองกระบี่ก่อนออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป

โรงแรมจัดเต็มเรื่องของความยั่งยืนทั้งมิติสิ่งแวดล้อมและชุมชน การันตีด้วยการรับรองมาตรฐาน Sustainable Tourism Acceleration Rating หรือ STAR โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในปี 2567 และจัดทำรายงานก๊าซเรือนกระจกและทำกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกโดยใช้แพลตฟอร์ม CF-Hotels โดยในปี 2568 โรงแรมปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง 17.11 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

โรงแรมมีห้องพักทั้งหมด 58 ห้อง และพื้นที่ส่วนกลางตกแต่งโดยใช้ภาพวาดคาแรคเตอร์ “พี่ลิงกระบี่” หรือ พี่ลิงสีเหลืองลายเสือที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก “เสือเขี้ยวดาบ” สัตว์ดึกดำบรรพ์อายุกว่า 40 ล้านปีที่มีการขุดพบเขี้ยวและกระดูกเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่จังหวัดกระบี่เมื่อ พ.ศ. 2533 มาเป็นผู้ถ่ายทอดวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของกระบี่ รวมทั้งต่อยอดไปสู่เส้นทางท่องเที่ยวในชุมชนแบบที่เรียกว่า Off-the-beaten-path tourism คือการเดินทางไปในสถานที่อื่นนอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของกระบี่เพื่อค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ ที่แตกต่างจากเดิม เช่น “ชุมชนบ้านเกาะกลาง” “เขาขนาบน้ำ” “คลองหรูด-คลองน้ำใส” และ “ท่าปอม คลองสองน้ำ” ซึ่งเป็นหนึ่งในโลเคชั่นถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Jurassic World

นโยบายความยั่งยืนดำเนินงานภายใต้แนวคิด “Blu Monkey Go Green” เช่น “Garbage Segregation” มีจุดแยกขยะประเภทต่างๆ พร้อมกับมีการใช้เครื่องย่อยสลายขยะอินทรีย์ให้เป็นปุ๋ย “Reduce the Waste of Travel Amenities” เป็นการลดการใช้พลาสติกโดยทางโรงแรมไม่มี Amenities เช่น หมวกคลุมอาบน้ำ สำลีแผ่น สำลีก้าน และ ถุงผ้าอนามัย วางไว้ภายในห้องพัก หากลูกค้าต้องการสามารถติดต่อรับได้ที่ล็อบบี และในห้องพักมีขวดรีฟิลแชมพูและสบู่ที่ได้รับการรับรองว่าเป็นฉลากเขียว รวมถึง “Earn and Give to Local” เป็นการสนับสนุนร้านอาหารและสินค้าท้องถิ่นเพื่อลดการขนส่งสินค้าระยะไกล และ “Environment Saving” เป็นการขอความร่วมมือใช้ผ้าเช็ดตัวซ้ำเพื่อช่วยลดการใช้พลังงานจากการซัก นอกจากนี้โรงแรมยังเป็นพาร์ทเนอร์กับผู้ให้บริการ EV Taxi สำหรับรับส่งผู้เข้าพักที่สนามบินหรือเดินทางไปยังที่ต่างๆ และมีจักรยานให้บริการสำหรับปั่นไปในพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนสุดท้ายคือ “Non Plastic” ด้วยบริการน้ำดื่มในห้องพักเป็นแบบขวดแก้วเพื่อลดการใช้พลาสติกและมีจุดเติมน้ำดื่มฟรีในโรงแรม ให้พร้อมเติมความสดชื่นแล้วออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ๆ นอกเส้นทางกันได้เลย
Location: ถนนมหาราช ซอย 10 ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
Contact: โทร 075- 623 789 หรือ www.blumonkeykrabitown.com

TASÀLA cabana จุดหมายความผ่อนคลายของนครศรีธรรมราช
จากศูนย์ปฏิบัติการที่เคยรองรับนักบิน วิศวกร และบุคลากรผู้ปฏิบัติงานบนแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย สู่บทบาทใหม่ในฐานะจุดหมายของการพักผ่อนริมทะเล TASÀLA cabana (ท่าศาลาคาบานา) ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 12 ไร่ ริมชายฝั่งอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดต้อนรับนักเดินทางมากว่า 10 ปี ต่อยอดทรัพยากรเดิมนั่นก็คืออาคารปฏิบัติการหลังเก่าให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยการพัฒนาเป็นพื้นที่พักผ่อน ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น ทั้งยังเชื่อมการเดินทางท่องเที่ยวไปยังอำเภอสิชลและอำเภอขนอม และไม่ไกลจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช เป็น Hidden Place ที่เงียบสงบ แต่ก็สามารถออกไปเดินทางท่องเที่ยวนครศรีธรรมราชได้สะดวกมากๆ

สำหรับใครที่มองหาที่เที่ยวลับๆ ก็ยังมีหอชมฟ้า ที่ตั้งอยู่ภายในอุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นทางเดินลอยฟ้าชมธรรมชาติ หรือจะเป็นตลาดนัดท้องถิ่นที่ไม่ไกลจากโรงแรมก็มีอาหารถิ่นอร่อยๆ ให้ได้ลิ้มรส รวมทั้งโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำลำแรกและลำเดียวในประเทศไทยก็ได้รับการอนุรักษ์และเปิดให้เข้าชมอยู่ที่ขนอมนี่เอง

โรงแรมยังจริงจังเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เริ่มตั้งแต่การบริหารจัดการขยะเศษอาหารที่ตั้งเป้าสู่ Zero Food Waste นำขยะอินทรีย์อย่างเศษผัก เศษผลไม้ และเศษอาหารจากห้องอาหารโรงแรม ทำเป็นปุ๋ยหมักนำกลับมาบำรุงต้นไม้ภายในโรงแรม ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยได้เกือบ 100%

ในส่วนของห้องพักมีการจัดวางถังขยะคัดแยกประเภทก่อนส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบตามประเภทของขยะ เพื่อลดปริมาณขยะกำพร้าให้มากที่สุด และนำวัสดุที่ยังใช้ประโยชน์ได้กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ทางโรงแรมมีระบบบำบัดน้ำเสียตามมาตรฐานสากลที่ติดตั้งมาตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง อีกทั้งทุกอาคารยังมีบ่อบำบัดน้ำซ่อนอยู่ใต้ดิน พร้อมระบบเติมจุลินทรีย์และออกซิเจนแบบอัตโนมัติ ก่อนนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้รดต้นไม้ภายในพื้นที่ และปัจจุบันทางโรงแรมกำลังอยู่ระหว่างติดตั้งระบบไฟฟ้าแบบโซลาร์เซลล์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ราว 20–30% และมีแผนขยายการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้ครอบคลุมอาคารทั้งหมดในอนาคต
ที่สำคัญทางโรงแรมใช้แพลตฟอร์ม CF-Hotels เป็นเครื่องมือช่วยติดตามและจัดเก็บข้อมูลด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 ซึ่งช่วยให้โรงแรมสามารถเห็นแนวโน้มการใช้ทรัพยากรในแต่ละช่วงเวลา วิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลง และนำข้อมูลไปใช้วางแผนลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน
Location: ถนนโคกตะเคียน-ท่าสูง อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช
Contact: โทร. 081-894-0302 www.tasalacabana.com

สวนปาล์ม ฟาร์มนก รีสอร์ต จากบ้านนกแก้วมาคอว์ สู่การพักผ่อนพร้อมเรียนรู้ธรรมชาติ
จะดีไหมหากเราได้ไปเร้นกายเช็คอินพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่มีทั้งสัตว์หลากหลายสายพันธุ์และต้นไม้นานาชนิดให้ได้เรียนรู้ และพิกัดที่ว่าก็คือ “สวนปาล์ม ฟาร์มนก รีสอร์ต” ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 200 ไร่ ในอำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยรีสอร์ตเริ่มต้นจากความตั้งใจที่จะสร้างพื้นที่พักพิงของสัตว์และธรรมชาติ จากเคยเป็นเพียงฟาร์มเพาะขยายพันธุ์นกแก้วมาคอว์ ขยายมาเป็นหนึ่งในแหล่งรวบรวมนกสำคัญของประเทศไทย ก่อนจะเติบโตเป็นรีสอร์ตและสวนสัตว์ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวที่มีต้นปาล์มและแมกไม้นานาพันธุ์ กลายเป็นจุดหมายใหม่ของการพักผ่อนในจังหวะฉะเชิงเทรา

รีสอร์ตมีโซนกิจกรรมกลางแจ้งรองรับทั้งนักเดินทางที่มาคนเดียว หรือมาเป็นก๊วนใหญ่ โดยเฉพาะคนที่กำลังมองหาพิกัดที่พักพร้อมกิจกรรม Team Building มีให้เลือกทั้งไต่สะพานเชือก โหนสลิง ปั่นจักรยาน หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศมากางเต็นท์นับดาวตกก็ได้เช่นกัน รวมทั้งสนามฟุตบอลมาตรฐานขนาดใหญ่ รองรับทั้งการแข่งขันและการแสดงฝูงนกแก้วที่มีให้ชมที่สวนปาล์ม ฟาร์มนกเท่านั้น อีกทั้งยังเปิดพื้นที่เป็น Pet Friendly ให้พาเจ้านายผู้แสนน่ารักมาท่องเที่ยวเช็คอินเก็บโมเมนต์ไปพร้อมกัน

ในด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม รีสอร์ตให้ความสำคัญกับการจัดการขยะเพราะในแต่ละวันจะมีขยะอินทรีย์จำนวนมากจากเศษอาหารสัตว์ กิ่งไม้และใบไม้จึงได้เตรียมพื้นที่ซึ่งแยกจากส่วนของรีสอร์ตราว 40 ไร่ สำหรับใช้หมุนเวียนฝังกลบขยะอินทรีย์ตามมาตรฐานซึ่งทำต่อเนื่องมากว่า 30 ปี เมื่อเวลาผ่านไป 1–2 ปี ขยะจะย่อยสลายเป็นปุ๋ยธรรมชาติและสามารถนำพื้นที่นั้นกลับมาใช้ปลูกต้นไม้ได้อีกครั้ง
ขณะที่ขยะรีไซเคิล เช่น ขวดพลาสติก จะถูกคัดแยกเพื่อนำไปส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล และในส่วนของการจัดการน้ำ รีสอร์ตได้ขุดบ่อและคลองภายในพื้นที่เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้รดต้นไม้ในฤดูแล้ง ส่วนน้ำเสียจากอาคาร ห้องพัก และส่วนจัดแสดงสัตว์ จะผ่านระบบบำบัดชีวภาพก่อนนำน้ำกลับมาใช้รดต้นไม้อีกครั้ง รวมทั้งได้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมด 3 จุด

สำหรับเป้าหมายสูงสุดของรีสอร์ตคือการพัฒนาพื้นที่ทั้งหมดให้เป็น Blue Zone หรือพื้นที่ที่ส่งเสริมการมีสุขภาพดีและอายุยืน เพราะเชื่อว่าคุณภาพชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารหรือการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการได้ใช้ชีวิตท่ามกลางอากาศสะอาด พื้นที่สีเขียว แหล่งน้ำ ธรรมชาติ และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพักผ่อน
ปัจจุบันทางรีสอร์ตได้นำแพลตฟอร์ม CF-Hotels มาใช้ในการทำข้อมูลด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมพัฒนาระบบจัดการขยะอินทรีย์โดยทดลองการติดตั้งเครื่องย่อยกิ่งไม้และใบไม้ และเศษอาหารมาแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ลดการนำขยะไปกำจัดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน
Location : ตำบลบางตลาด อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา
Contact : โทร. 080-587-1911 FB : Suanpalmfarmnok