ถอดรหัสจิตรกรรมฝาผนัง วัดพระแก้ววังหน้า ที่สุดผลงานครูช่างต้นกรุงรัตนโกสินทร์
- วัดพระแก้ววังหน้า เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในเขตพระราชวังบวรสถานมงคล หรือก็คือ “วังหน้า” ที่ประทับของพระมหาอุปราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1-5
- วัดแห่งนี้การวาดจิตรกรรมเต็มผนังทั้ง 4 ด้าน แถมยังเป็นการรวมผลงานของครูช่างชื่อดังแห่งยุค เช่น พระอาจารย์แดง นายมั่น
หากถามถึงจิตรกรรมฝาผนังที่สวยติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย แน่นอนว่าต้องมีชื่อของ วัดพระแก้ววังหน้า หรือ วัดบวรสถานสุทธาวาส วัดในพื้นที่วังหน้าแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ซึ่งโดดเด่นด้วยการวาดจิตรกรรมเต็มผนังทั้ง 4 ด้าน แถมยังเป็นการรวมผลงานของครูช่างชื่อดังแห่งยุค เช่น พระอาจารย์แดง นายมั่น แปลกตาด้วยการผสมผสานจิตรกรรมไทยในเทคนิคตะวันตก ใสเรื่องราวผสมผสานระหว่างภาพของอดีตพระพุทธเจ้าทั้ง 28 พระองค์ ภาพบันทึกประวัติศาสตร์ตำนานพระพุทธสิหิงค์ที่เกี่ยวเนื่องกับวังหน้าและเหตุการสร้างวัดโดยตรง รวมทั้งภาพเทพฮินดู ไปจนถึงอมนุษย์ของอินเดียที่ปรากฏในมหาภารตคัมภีร์

วัดพระแก้ววังหน้า เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในเขตพระราชวังบวรสถานมงคล หรือก็คือ “วังหน้า” ที่ประทับของพระมหาอุปราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีการตั้งตำแหน่งนี้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1-5 วัดแห่งนี้ที่ไม่มีพระภิกษุจำพรรษาเหมือนวัดพระแก้ว สร้างโดย สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ตำแหน่งวังหน้าในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยเริ่มแรกสร้างก็เพื่อแก้บนเมื่อครั้งได้เสด็จยกกองทัพไปปราบกบฏเวียงจันทน์ ใน พ.ศ.2368 ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่ พระองค์โปรดให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานในพระอุโบสถ ทำให้ที่นี่มีการเขียนจิตรกรรมเรื่องตำนานพระพุทธสิหิงค์ ส่วนการเขียนภาพเทพฮินดูนั้นมีต้นแบบมาจากวัดสุทัศน์เทพวราราม


แต่ด้วยเหตุที่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคตเสียก่อน ท้ายสุดวัดแห่งนี้จึงไม่ได้มีการประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ และต่อมาในสมัย ร. 5 ก็ทรงยกเลิกตำแหน่งวังหน้าไป ทำให้พระอุโบสถหลังนี้เปลี่ยนหน้าที่จากวัดประจำวังหน้ามาเป็น “พระเมรุพิมาน” สถานที่จัดงานพระศพเจ้านายองค์สำคัญ รวมทั้งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ส่วนปัจจุบันที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

จากวัดหลวงชี สู่สวนกระต่าย และวัดพระแก้ววังหน้า
อันที่จริงก่อนที่สร้าง วัดพระแก้ววังหน้า สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล หรือ วังหน้าในรัชกาลที่ 1 ทรงใช้พื้นที่บริเวณนี้สร้างวัดประทานให้ “หลวงชีนักนางแม้น” ผู้เป็นมารดาของ “นักองค์อี” และ “นักองค์ภา” พระสนมเอกของพระองค์ ธิดาของสมเด็จพระอุไทยราชา พระเจ้ากรุงกัมพูชา โดยคนส่วนใหญ่เรียกที่นี่ว่า “วัดหลวงชี” เพราะมีชีจำนวนมากจำพรรษา แต่มาในสมัยรัชกาลที่ 2 วัดหลวงชีทรุดโทรม ไม่มีชีจำพรรษา พื้นที่นี้ก็เปลี่ยนมาเป็นสนามสำหรับเลี้ยงกระต่าย ก่อนที่ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล หรือ วังหน้าในสมัยรัชกาลที่ 3 จะทรงสร้างวัดขึ้น เป็นวัดหนึ่งเดียวในพื้นที่วังหน้า




ยังไม่ทันที่ วัดพระแก้ววังหน้า จะสร้างเสร็จ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ กรมพระราชวังบวรสถานมงคลในรัชกาลที่ 3 ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่จึงทรงรับดูแลการสร้างต่อหวังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่มีการออกแบบสร้างฐานชุกชีสำหรับตั้งบุษบกกลางพระอุโบสถเพื่อหวังประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ และมีการเขียนเรื่องการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ลงบนฝาผนัง

ปัจจุบันบุษบกกลางพระอุโบสถจึงเปลี่ยนมาประดิษฐานพระประธาน เป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ลงรักปิดทองปางประทานอภัย ด้านหลังประดับลายปูนปั้นลงรักปิดทองประดับกระจกสี พร้อมจารึกบนแผ่นหินอ่อนบทพุทธคุณ ลักษณะพระพุทธรูปสร้างตามแบบที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 3 ด้านหลังพระประธานเขียนจิตรกรรมเป็นเหล่าเทวดาเหาะมาสักการบูชา ซ้ายขวาพระอาทิตย์ทรงราชสีห์ในวงกลมสีแดง และพระจันทร์ทรงรถเทียมม้าในวงกลมสีอ่อน

จิตรกรรมไทยในเทคนิคตะวันตก
แม้ วัดพระแก้ววังหน้า จะเริ่มสร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่ก็มาเสร็จสิ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ดังนั้นจึงเริ่มเห็นการนำจิตรกรรมแบบไทยประเพณีเข้าไปผสมผสานกับเทคนิคตะวันตก เป็นการเขียนสีฝุ่นบนรองพื้นดินสอพอง ทั้งยังมีการเขียนภาพอาคารสถานที่แบบเปอร์สเปคทีฟ มีระยะใกล้ไกล มีการวาดชาวตะวันตกในชุดแต่งกายตะวันตกยืนผสมปนเปกับชาวบ้านชุดพื้นเมือง อีกทั้งการเขียนภาพทิวทัศน์ก็เป็นในลักษณะเสมือนจริง หรืออย่างการเขียนภาพอดีตพระพุทธเจ้าก็เริ่มมีมุมมองใหม่ นั่นคือการเขียนภาพพระพุทธเจ้าในฉากชีวิตที่มีความเป็นคนทั่วไปมากขึ้น แทนที่จะเขียนภาพพระพุทธเจ้าในท่าทางแสดงอิทธิปาฏิหาริย์อย่างในยุคก่อนหน้า


สำหรับการภาพของอดีตพระพุทธเจ้าทั้ง 28 พระองค์ สันนิษฐานว่ามีต้นแบบมาจากวัดสุทัศน์ฯ ซึ่งมีการเขียนภาพอดีตพระพุทธเจ้าเป็นตอนๆ เต็มฝาผนัง โดยเริ่มเขียนในสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งเป็นยุคใกล้เคียงกัน และมีหลายวัดในยุคนั้นที่นิยมเขียนภาพพระพุทธเจ้าทั้ง 28 พระองค์


ไฮไลต์ภาพก็เช่น ภาพจิตรกรรมฝาผนังฉากการรบยิ่งใหญ่ เล่าถึงตอนที่กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาททรงยกกองทัพหลวงขึ้นไปรบกับพม่าที่ปกครองเมืองเชียงใหม่ แล้วอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์กลับสู่เมืองหลวง ภาพการชนช้างระหว่างพระเจ้ามหาพรหมเจ้าเมืองเชียงรายกับพระเจ้าสิริราชบุตรวาดโดยพระอาจารย์แดงวัดหงส์รัตนารามซึ่งเป็นครูช่างงานจิตรกรรมฝาผนังผู้เลื่องลือแห่งยุค ภาพการทิ้งทานลูกกัลปพฤกษ์ ตอน พระร่วง เจ้าเมืองสุโขทัยสร้างวิหารประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ ภาพนี้เขียนโดยนายมั่น ซึ่งเป็นครูช่างด้านจิตรกรรมฝาผนังผู้โด่งดังเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีภาพเล่าเรื่องประวัติพระคเณศ วรรณคดีเรื่องอุณรุท รามเกียรติ์ นารายณ์ 10 ปาง ซึ่งแม้เทพฮินดูจะสร้างตามต้นแบบจิตรกรรมวัดสุทัศน์ฯ แต่บอกเลยว่ารายละเอียด การตีความ แตกต่างกันอย่างมาก แฟนจิตรกรรมไทยห้ามพลาด


อ้างอิง
- กลุ่มอนุรักษ์จิตรกรรมและประติมากรรม สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร
- การวิเคราะห์จิตรกรรมฝาผนังเรื่องอดีตพระพุทธเจ้าในพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส โดย อนันต์ เสนาะโสตร สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ มหาวิทยาลัยศิลปากร
Fact File
- ปัจจุบัน วัดพระแก้ววังหน้า ไม่ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม แต่จะเปิดให้เข้าชมในโอกาสพิเศษเท่านั้น