7 วัคซีน น่าลุ้น ความหวังพิชิตวิกฤตโรคโควิด-19
Better Living

7 วัคซีน น่าลุ้น ความหวังพิชิตวิกฤตโรคโควิด-19

Focus
  • ในขณะที่ โรคโควิด-19 ยังระบาดเป็นระลอกๆ ในทั่วโลก ฟากของนักวิจัยด้านยาและวัคซีนต่างก็ทำงานอย่างหนัก โดยวัคซีนทั้งหมดที่กำลังคิดค้นพัฒนามีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายให้สามารถต่อสู้เชื้อไวรัสได้
  • ปกติวัคซีนหนึ่งตัวต้องใช้เวลาพัฒนานาน10-15 ปี ขณะที่ระยะเวลาในผลิตวัคซีนที่สั้นที่สุดที่เคยผลิตได้ คือ วัคซีนสำหรับเชื้ออีโบลา ซึ่งต้องใช้เวลานับปี ส่วนวัคซีนป้องกันโรคคางทูม ที่ว่าเร็วก็ใช้เวลาทั้งหมด 4 ปี

วัคซีน ถือเป็นหนึ่งในความหวังของการเอาชนะไวรัสมรณะมาแรงประจำปี ค.ศ. 2020 อย่าง โควิด-19 ส่งผลให้ขณะนี้ นักวิจัยจากนานาประเทศทั่วโลกต่างเร่งเดินหน้าพัฒนาวัคซีนพิชิตไวรัสดังกล่าวมากมาย โดยมีรายงานว่ามีการพัฒนาวัคซีนมากกว่า 150 ประเภท

สำหรับวัคซีนทั้งหมดที่กำลังคิดค้นพัฒนานี้ล้วนมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายให้สามารถต่อสู้และเอาชนะเชื้อไวรัสได้ ทำให้บางครั้ง วัคซีนออกฤทธิ์รุนแรงกว่าการติดเชื้อไวรัสโดยธรรมชาติ และอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายตามมา ดังนั้น การที่จะผลิตวัคซีนตัวใหม่ออกมาแต่ละครั้งจึงต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน เพื่อทดสอบให้แน่ใจว่า จะไม่เกิดผลกระทบทางลบต่อร่างกายของมนุษย์

วัคซีน

ในส่วนของระยะเวลาการคิดค้นและผลิตวัคซีนที่ว่านี้ โดยปกติจะต้องใช้เวลานานถึง 10-15 ปี ขณะที่ระยะเวลาในผลิตวัคซีนที่สั้นที่สุดที่เคยผลิตได้ คือ วัคซีนสำหรับเชื้ออีโบลา (Ebola) ซึ่งยังต้องใช้เวลานับปี ส่วนวัคซีนป้องกันโรคคางทูม ที่ว่าเร็วก็ใช้ระยะเวลาทั้งหมด 4 ปี (คิดค้นในช่วงทศวรรษที่ 1960 )

อย่างไรก็ตาม ด้วยความจำเป็นเร่งด่วน บวกกับวิทยาการที่ก้าวหน้ามากขึ้น บรรดาผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายต่างคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ที่ประชากรทั่วโลกจะได้รับวัคซีนสู้ โควิด-19  ว่า อย่างเร็วที่สุดคือช่วงกลางปี ค.ศ. 2021 ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดหวังว่า ประชากรเกือบทุกประเทศทั่วโลก จะได้รับวัคซีนภายในช่วงสิ้นปี ค.ศ. 2021

แม้จะยังเร็วเกินไปที่จะระบุได้อย่างชัดเจนว่าวัคซีนตัวไหนคือวัคซีนพิชิต โควิด-19 กระนั้น อย่างน้อยจนถึงขณะนี้ ก็มีวัคซีนที่เข้าตาและมีโอกาสมากที่สุดที่จะประสบความสำเร็จอยู่ประมาณ 7 วัคซีนด้วยกัน

งานนี้ Sarakadee Lite จึงขอประมวลรวบรวม 7 วัคซีน 7 อัศวินแห่งความหวังในการกำราบไวรัส โควิด-19 มาให้รับทราบกัน

วัคซีน

ชื่อวัคซีน : mRNA-1273

ผู้คิดค้น : บริษัท Moderna Therapeutics

บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพในรัฐแมสซาชูเซตส์ ของสหรัฐอเมริการ่วมมือกับสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institutes of Health) โดยเป็นการฉีดยีนของไวรัส ซึ่งในกรณีนี้คือ mRNA เข้าไปในร่างกายมนุษย์เพื่อให้ร่างกายสร้างโปรตีนจำเป็นที่เลียนแบบไวรัสโคโรนา ฝึกให้ร่างกายสร้างระบบภูมิคุ้มกันในการจัดการกับไวรัสดังกล่าว

เทคโนโลยีชีวภาพ mRNA ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ใช้ในการรักษาโรคภัยใด ๆ มาก่อน ทำให้หากวัคซีนตัวนี้สำเร็จจะกลายเป็นวัคซีน mRNA ตัวแรกของโลกที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้กับมนุษย์

สถานะล่าสุดของการพัฒนาวัคซีนตัวนี้ ทาง Moderna Therapeutics เปิดเผยเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่า กำลังทดลองวัคซีนในระยะที่สาม ด้วยการฉีดวัคซีนให้อาสาสมัครจำนวน 30,000 คนในสหรัฐอเมริกาซึ่งหากเป็นไปตามการคาดการณ์ ทางบริษัทจะสามารถผลิตวัคซีนออกมาอย่างน้อย 500 ล้านโดสภายในต้นปี ค.ศ. 2021

ชื่อวัคซีน : BNT162b2

ผู้คิดค้น : บริษัท Pfizer

หนึ่งในบริษัทผู้คิดค้น พัฒนาและผลิตยาที่ใหญ่ที่สุดของโลก ในนิวยอร์กของสหรัฐอเมริกาได้ร่วมมือกับบริษัท BioNTech ด้านเทคโนโลยีชีวภาพสัญชาติเยอรมนี ในการพัฒนา mRNA โดยต่อยอดจากการทดลองของบริษัท BioNTech ที่กำลังศึกษาทดลองผลิตวัคซีนป้องกันมะเร็ง

ขณะนี้ ทั้ง Pfizer และ BioNTech ได้ควบรวมการทดลองวัคซีนในระยะที่สองและสามเข้าไว้ด้วยการ โดยฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มประชากรที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อไวรัส COVID-19 จำนวน 30,000 คน ใน 39 รัฐของสหรัฐอเมริการวมถึงประชากรในบราซิล อาร์เจนตินา และเยอรมนี

บริษัททั้งสองแห่งประเมินว่าจะสามารถติดตามตรวจสอบและพิสูจน์ผลลัพธ์ของวัคซีนได้ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ก่อนยื่นเรื่องให้กับทางการสหรัฐอเมริกาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในกำหนดในเดือนธันวาคม และหวังว่าจะสามารถผลิตวัคซีน 1,300 ล้านโดสออกแจกจ่ายภายในสิ้นปี ค.ศ. 2021 ซึ่งผลการทดสอบวัคซีนในระยะที่หนึ่งแสดงให้เห็นว่า วัคซีนกระตุ้นให้ร่างกายผลิตภูมิคุ้มกันที่ออกมาจัดการกับไวรัสโคโรนาโดยเฉพาะ

วัคซีน

ชื่อวัคซีน : ChAdOx1nCoV-19

ผู้คิดค้น : มหาวิทยาลัย University of Oxford

มหาวิทยาชั้นนำของอังกฤษ ได้ร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตยารายใหญ่อย่าง AstraZeneca ในการผลิตวัคซีนพาหะ หรือ “ม้าโทรจัน” เข้าไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยทางทีมวิจัยจะสกัดโปรตีนของไวรัสโคโรนา ที่ช่วยให้ไวรัสบุกรุกเข้าไปในเซลล์ของร่างกาย แล้วทำให้โปรตีนนี้อ่อนแอลงก่อนฉีดเข้าไปในร่างกายเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันออกมาตอบสนอง

สำหรับการทดสอบในระยะที่หนึ่งและสองในหมู่บรรดาอาสาสมัครพบว่า วัคซีนดังกล่าวทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันออกมาได้อย่างแข็งแกร่ง รวมถึงเพิ่มปริมาณภูมิต้านทาน (antibodies) จำนวนมากให้แก่ร่างกาย อีกทั้งยังมีผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อยคือ ปวดหัวและอ่อนเพลีย เท่านั้น

ขณะนี้ วัคซีนได้ก้าวเข้าสู่ขั้นตอนทดสอบระยะที่สาม ซึ่งทางทีมวิจัยตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้กับบรรดาอาสาสมัครจำนวน 50,000 คนจากบราซิล อังกฤษ สหรัฐอเมริกาและแอฟริกาใต้

ชื่อวัคซีน : Corona Vac

ผู้คิดค้น : บริษัท Sinovac

บริษัทผู้ผลิตคิดค้นและพัฒนาชีวเภสัชภัณฑ์สัญชาติจีนได้ร่วมมือกับศูนย์วิจัย Butantanของบราซิล ในการผลิตวัคซีนด้วยการใช้ไวรัสโคโรนาในส่วนที่ไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อหรือเจ็บป่วยแต่สามารถกระตุ้นร่างกายให้เกิดภูมิคุ้มกันมาใช้ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่

ทั้งนี้เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่่ผ่านมา ทางหน่วยงานของบราซิลได้อนุมัติให้ทีมวิจัยเดินหน้าทดสอบวัคซีน Corona Vac ในระยะที่สามแล้วระหว่างรอผลการทดสอบในระยะที่สอง ขณะที่ผลการทดลองในระยะที่หนึ่งพบว่า วัคซีนกระตุ้นให้ร่างกายผลิตภูมิคุ้มกันสู้กับไวรัสได้ดี โดยไม่มีผลข้างเคียงที่น่าวิตก

ชื่อวัคซีน : ยังไม่มีชื่อวัคซีน

ผู้คิดค้น : บริษัท Sinopharm

บริษัทผู้ผลิตคิดค้นและพัฒนาชีวเภสัชภัณฑ์ของรัฐบาลจีน ภายใต้ความร่วมมือกับสถาบัน Biological Products แห่งอู่ฮั่น โดยใช้ชิ้นส่วนของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ทำให้หมดฤทธิ์เรียบร้อยแล้ว ฉีดเข้าไปในร่างกายเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน

ทั้งนี้ ทาง Sinopharmได้พัฒนาวัคซีนจนถึงระยะที่สามแล้ว เมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยการฉีดวัคซีนให้กับบรรดาอาสาสมัครอายุระหว่าง 18-60 ปี จำนวน 15,000 คน ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายทางเชื้อชาติมากถึง 200 ชาติ พร้อมตั้งเป้าเตรียมผลิตวัคซีนออกมาแจกจ่ายสู่สาธารณะภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่การทดสอบในระยะที่หนึ่งและสองพบว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสได้ดี โดยไม่มีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงแต่อย่างใด

วัคซีน

ชื่อวัคซีน : Bacillus Calmette-Guérin BRACE trial

ผู้คิดค้น : สถาบัน Murdoch Children’s Research Institute       

สถาบันวิจัยสุขภาพเด็กที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น (University of Melbourne) ด้วยการทดลองนำวัคซีน Bacillus Calmette-Guérinหรือ BCG ซึ่งใช้ในการป้องกันวัณโรคมาใช้ หลังมีหลักฐานจากผลการศึกษาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพบว่า วัคซีนตัวนี้น่าจะมีผลในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย และช่วยให้ร่างกายมีพลังต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ มากมาย ทำให้ทีมนักวิจัยหันมาศึกษาความเป็นไปได้ที่ข้อดีของวัคซีน BCG จะครอบคลุมถึงการป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือไม่

ขณะนี้ ทีมวิจัยในออสเตรเลียได้เดินหน้าเข้าสู่การทดสอบวัคซีนในระยะที่สามแล้ว ซึ่งรวมถึงการเลือกทดสอบแบบสุ่มภายใต้การควบคุมสภาพแวดล้อม แม้องค์การอนามัยโลก (WHO) จะออกมาแย้งก่อนหน้านี้ในช่วงกลางเดือนเมษายนว่า ไม่มีหลักฐานที่วัคซีนBCG จะป้องกันผู้คนจากการติดเชื้อไวรัสCOVID-19 ได้

ชื่อวัคซีน : Ad5-nCoV

ผู้คิดค้น : บริษัท CanSino Biologics

บริษัทผู้ผลิตคิดค้นและพัฒนาชีวเภสัชภัณฑ์เอกชนของจีน ได้พัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรโนาสายพันธุ์ใหม่ด้วยการนำ Adenovirus ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่จะแพร่ระบาดด้วยการสัมผัสอย่างใกล้ชิด มาทำให้อ่อนกำลังลง เพื่อเป็นตัวพาหะนำชิ้นส่วนโปรตีนของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เข้าสู่ร่างกาย กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านไวรัสCOVID-19

ผลการทดลองในระยะที่หนึ่งและสองที่ตีพิมพ์เผยแพร่ออกมา แสดงให้เห็นว่า วัคซีนตัวนี้กระตุ้นให้ร่างกายของผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนส่วนใหญ่สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ และไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรงของการรับวัคซีน

จนถึงขณะนี้ บริษัทยังอยู่ในการทดสอบขั้นทดลองระยะที่สอง กระนั้น CanSino ก็ถือเป็นเอกชนรายแรกของจีนที่ได้รับอนุญาตให้ใช้วัคซีนกับประชาชน โดยรัฐบาลจีนอนุมัติให้ใช้วัคซีนดังกล่าวเป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดการใช้ให้อยู่แต่ในหมู่ของทหารเท่านั้น

ทั้งนี้ ในระหว่างที่นานาประเทศทั่วโลกฝากความหวังสูงสุดไว้ที่บรรดาวัคซีนทั้งหลาย มาตรการที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จึงยังมีเพียงการป้องกันร่างกายไม่ให้ติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการเว้นระยะห่างทางสังคม จำกัดการเดินทาง และสวมหน้ากากป้องกัน ตามที่ WHO ได้ออกมาเน้นย้ำและเตือนอยู่เสมอเท่านั้น

อ้างอิง


Author

นงลักษณ์ อัจนปัญญา
สาวหมวยตอนปลาย ผู้รักการอ่าน ชอบการเขียน สนใจเหตุบ้านการเมืองในต่างแดน และกำลังอยู่ในช่วงการฝึกฝนสายวีแกน