Sheraton Samui Resort เบื้องหลังความยั่งยืนของรีสอร์ต 5 ดาว ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยพนักงาน
Better Living

Sheraton Samui Resort เบื้องหลังความยั่งยืนของรีสอร์ต 5 ดาว ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยพนักงาน

Focus
  • Sheraton Samui Resort มีการจัดตั้งทีม “Sustainability Champion” โดยมีตัวแทนของพนักงานในแผนกต่างๆ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมทั้งในเรื่องการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์
  • ทางรีสอร์ตยังเป็นโรงแรมเครือข่าย CF-Hotels ที่มุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และได้รับการรับรองในระดับสากลด้วย ASEAN Green Hotel

ชวนพูดคุยกับ CF Hero ประจำเกาะสมุย คุณวาสนา พุ่มสุวรรณ์ Director of Operations ของ Sheraton Samui Resort รีสอร์ตระดับ 5 ดาวในเครือ Marriott  International ที่ให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืนตามนโยบายหลักขององค์กรระดับโลกที่เรียกว่า Serve 360 ในการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG รวมทั้งยังได้รับรางวัล Thailand Tourism Awards ประเภทที่พักนักท่องเที่ยวดีเด่น เมื่อปี พ.ศ.2566 อีกด้วย 

Sheraton Samui Resort

Sustainability Highlight : Sheraton Samui Resort มีการจัดตั้งทีม “Sustainability Champion” โดยมีตัวแทนของพนักงานในแผนกต่างๆ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมทั้งในเรื่องการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ การลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำ รวมทั้งการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจากสถิติของปี 2025 ทางรีสอร์ตสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 16% ประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 7% และประหยัดน้ำได้ 6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมตั้งเป้าหมายให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ได้ภายในปี 2050

Sheraton Samui Resort
คุณวาสนา พุ่มสุวรรณ์ Director of Operations

Success key : คุณวาสนา พุ่มสุวรรณ์ Director of Operations ประธานของทีม “Sustainability Champion” ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนหรือแชมเปี้ยนของแผนกช่าง แม่บ้าน ครัว สวน และ ฟร้อนท์ ทำหน้าที่เก็บบันทึกข้อมูลในด้านต่างๆ ของแต่ละวัน เช่น การใช้น้ำและไฟ การคัดแยกขยะ ปริมาณขยะในห้องพัก ปริมาณการใช้วัตถุดิบและขยะอาหารในครัว และนำเสนอในการประชุมรายเดือนเพื่อร่วมกันหาแนวทางให้ทุกองคาพยพสามารถปฏิบัติตามนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

Sheraton Samui Resort

เช่นในปี 2025 ที่ผ่านมาได้มีการเปลี่ยนหลอดไฟทั้งหมดจากเดิมแบบ 8-18 วัตต์ เป็นหลอด LED 4 วัตต์ ติดตั้งอุปกรณ์ Aerator ในห้องน้ำของทุกห้องพัก ซึ่ง Aerator เป็นอุปกรณ์ที่ดึงอากาศจากภายนอกเข้าไปผสมกับน้ำ ทำให้น้ำที่ออกมามีฟองอากาศแทรกอยู่ ช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลผ่านลงประมาณ 30-50% ทำให้ลดปริมาณการใช้น้ำต่อการกดชักโครกหนึ่งครั้งจากเดิม 5 ลิตร เหลือเพียงแค่ 2.5 ลิตร ส่งผลให้ลดการใช้น้ำได้กว่า 5,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนเครื่องบำบัดน้ำเสีย 3 ตัวจากเดิมที่ใช้ขนาดมอเตอร์ 3.7 กิโลวัตต์เป็น 1.5 กิโลวัตต์ ทำให้ช่วยลดพลังงานไปได้ราว 24,000 กิโลวัตต์ต่อปี อีกทั้งยังนำน้ำที่บำบัดแล้วมาใช้งานได้ 100% เต็มในการรดน้ำต้นไม้ทั่วรีสอร์ตที่มีพื้นที่สีเขียวกว่า 50%

Sheraton Samui Resort
Sheraton Samui Resort

“ในปีนี้เราให้ความสำคัญ 6 ด้าน เริ่มจาก Certification ให้ลูกค้ามั่นใจว่าเป็นรีสอร์ตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เราจึงผ่านการรับรองมาตรฐานว่าเป็น GREEN Health Hotel จากกรมอนามัย อีกทั้งยังเป็นโรงแรมเครือข่าย CF-Hotels ที่มุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และได้รับการรับรองในระดับสากลด้วย ASEAN Green Hotel เรายังโฟกัสในเรื่อง Energy Use Assessment ให้บริษัทภายนอกมาตรวจสอบเรื่องประสิทธิภาพการใช้น้ำและไฟเพื่อหาจุดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข เช่น พบว่ามีการใช้ไฟสำหรับระบบทำความเย็นถึง 60% จึงมีการปรับเปลี่ยนแอร์ที่ลดการใช้พลังงาน พร้อมติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ 8 จุดเพื่อใช้ในพื้นที่ส่วนกลาง นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับ Responsibility Sourcing หรือใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ใช้กระดาษรีไซเคิล หรือจัดซื้อวัตถุดิบอาหารจากชุมชนในท้องถิ่นเพื่อลดการใช้พลังงานในการขนส่งและคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ยังมีเรื่องของ Waste Management วางแผนลดขยะ สุดท้ายคือเรื่อง Water Action Planning ที่ต้องวางแผนทั้งระบบ”

นอกจากนี้ทางรีสอร์ตยังลดปริมาณการใช้กระดาษโดยให้ลูกค้าเช็คอินผ่านระบบ E-Register และหากเป็นสมาชิก Marriott Bonvoy ของเครือโรงแรม Marriott International ก็สามารถเช็คอินผ่านแอพพลิเคชั่น Marriott Bonvoy พร้อมรับกุญแจดิจิทัลเรียกว่า Mobile Key เพื่อสแกนเข้าห้องพักผ่านสมาร์ทโฟน เป็นการลดการใช้คีย์การ์ดพลาสติกอีกทางหนึ่ง ส่วนในห้องพักลดการใช้พลาสติกแบบ single-use เช่น ขวดครีมอาบน้ำและแชมพูเป็นแบบรีฟิลไซซ์ใหญ่แขวนติดผนัง สำหรับลูกค้าที่เข้าพักหลายคืนจะเปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุกวันที่ 3 หรือตามคำขอของลูกค้า ซึ่งจากสถิติพบว่ามีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยเฉพาะคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นจากการเข้าพัก 1 ห้อง ต่อ 1 คืน ลดลงจาก 51.67 กิโลกรัมในปี 2024 เป็น 38.60 กิโลกรัมในปี 2025

ความจริงจังด้านความยั่งยืนไม่ได้ส่งผลแค่การลดใช้พลังงานหรือทรัพยากรเท่านั้น คุณวาสนายังเสริมว่าทางพนักงานเองก็ค่อยๆ เรียนรู้และตระหนักถึงเรื่องความยั่งยืนไปพร้อมกัน “พอทำไปสักพักเราจะสังเกตได้ว่าพนักงานเองก็เริ่มตระหนักถึงการใช้น้ำและไฟอย่างประหยัดและคุ้มค่า เช่นเมื่อพบเห็นจุดน้ำรั่วจะรีบแจ้งฝ่ายช่างทันที หรือจุดไหนที่เปิดไฟทิ้งไว้โดยไม่จำเป็นจะช่วยกันปิด ซึ่งก็จะติดตัวกลับไปที่บ้านหรือที่อื่นๆ โดยที่เขาอาจจะไม่รู้ตัว แต่สิ่งเล็กๆ นี้ถ้าทำพร้อมกันก็ขยายผลได้จริงๆ”

ฟื้นฟูประชากรปูม้าที่ลดลงในเกาะสมุย

ไม่ใช่เพียงความยั่งยืนภายใน ทางรีสอร์ตยังจัดกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับชุมชนเป็นประจำอย่าง ธนาคารปูม้าของเกาะสมุย โดย ให้ผู้เข้าพักได้เรียนรู้ระบบนิเวศและการจัดการทรัพยากรประมง เข้าใจวงจรชีวิตปูม้าและร่วมอนุบาลตั้งแต่ระยะเก็บไข่จนถึงโตเต็มวัยและพร้อมที่จะปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ รวมทั้งกิจกรรมปลูกป่าโกงกางและทำความสะอาดชายหาดหน้าโรงแรมที่ทั้งพนักงาน และผู้เข้าพักสามารถมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ธรรมชาติร่วมกับชุมชนได้ และทำให้ชุมชนได้เห็นว่าการท่องเที่ยวสามารถสร้างความยั่งยืนให้ชุมชนได้เช่นกัน

Fact File

  • Sheraton Samui Resort หาดเฉวงน้อย บ่อผุด เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โทร. 077-422-020 www.marriott.com/en-us/hotels/usmss-sheraton-samui-resort
  • ติตามรายละเอียดที่พักรักษ์โลกคลิก cf-hotels.com

Author

เกษศิรินทร์ ผลธรรมปาลิต
Feature Editor ประจำ Sarakadee Lite อดีต บรรณาธิการข่าวไลฟ์สไตล์ Nation ผู้นิยมคลุกวงในแวดวงศิลปวัฒนธรรมจนได้ขุดเรื่องซีฟๆ มาเล่าสู่กันฟังเสมอ