Your Guide to a Sustainable Stay แค่พักก็รักโลกได้ คู่มือเข้าพักโรงแรมแบบยั่งยืน เปลี่ยนไลฟ์สไตล์การพักผ่อนเพื่อเปลี่ยนโลก
- การซักผ้าปูที่นอน ผ้านวม และเซ็ตผ้าเช็ดตัวสำหรับ 1 ห้องพัก ใช้น้ำประมาณ 30 – 50 ลิตรต่อครั้ง หากเราเข้าพักสัก 3 วัน 2 คืน และปฏิเสธการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและผ้าเช็ดตัวทุกวัน ก็จะสามารถช่วยประหยัดน้ำเทียบเท่ากับการน้ำดื่มขวดมาตรฐานประมาณกว่า 80 ขวด
- การดึงคีย์การ์ดห้องพักออกจะทำให้ระบบไฟในห้องพักถูกตัดอย่างอัตโนมัติ แต่นั่นสามารถช่วยประหยัดพลังงานต่อการเข้าพักหนึ่งครั้งได้มากถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์
แค่เข้าพัก ก็รักโลกได้ CF-Hotels ชวนเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การพักผ่อนใน โรงแรม ให้เราและโลกได้รีชาร์จไปพร้อมๆ กัน ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างเช็คอินเอนกายเพื่อให้โลกได้พักไปด้วยนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวทุกคน ทุกวัยสามารถเริ่มทำได้ทันที แค่เพียงลดการใช้พลังงาน ประหยัดน้ำ ลดปริมาณขยะ ก็สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทันตาเห็น ส่วนจะมีวิธีไหนบ้าง เซฟโพสต์นี้แล้วกดจองที่พักได้เลย

01 อย่าลืมแพ็คถุงผ้า กระบอกน้ำ
แพ็คกระเป๋าเดินทางทุกครั้ง อย่าลืมหยิบถุงผ้าหรือ Shopping Bag เล็กๆ ติดตัวเพื่อลดการใช้ถุงพลาสติกระหว่างท่องเที่ยว ซึ่งการพก Shopping Bag แค่ใบเดียวสามารถลดการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งได้ถึง 10 ใบต่อทริป โดยถุงพลาสติกหนึ่งใบต้องใช้เวลาหลายร้อยปีในการย่อยสลาย และหากถุงพลาสติกหลุดลอยไปในทะเลก็จะทำให้สัตว์ทะเลโดยเฉพาะเต่าเข้าใจผิดคิดว่าเป็นอาหาร หรือไม่ก็สลายเป็นไมโครพลาสติก ส่งผลย้อนกลับมาที่อาหารทะเลที่เรากินต้องปนเปื้อนไมโครพลาสติกไปด้วย
อ้อ! อย่าลืมพกกระบอกน้ำสำหรับรีฟิลน้ำดื่มแทนการซื้อน้ำขวดพลาสติก ซึ่งตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน โรงแรม หรือห้างสรรพสินค้าต่างก็มีจุดเติมน้ำดื่มฟรี! ให้บริการ ช่วยประหยัดเงินค่าน้ำดื่ม แถมบางโรงแรม ร้านอาหาร หรือคาเฟ่ยังให้ส่วนลดหากเรานำกระบอกน้ำส่วนตัวไปด้วย หรือใครจะอัพเลเวลสายท่องเที่ยวยั่งยืนยิ่งกว่าด้วยการพกหลอดสำหรับใช้ซ้ำแทนการใช้หลอดพลาสติกที่เป็นศัตรูตัวฉกาจของเต่าทะเล และจะดีกว่าไหมหากเราพกกล่องใบเล็กสำหรับใส่อาหารที่กินไม่หมด หรือการพกชุดช้อนส้อมเล็กๆ เพื่อปฏิเสธการใช้ช้อนส้อมพลาสติกหากต้องซื้ออาหารกล่องสำเร็จรูประหว่างทาง

02 “คีย์การ์ด” ประหยัดพลังงาน
เพียงแค่เช็คอินเข้าพักใน โรงแรม รีสอร์ต คุณก็สามารถเป็นฮีโร่ช่วยลดโลกร้อน พร้อมประหยัดการใช้พลังงานได้ เริ่มจากเปิดม่านเพื่อรับแสงธรรมชาติแทนการเปิดไฟในเวลากลางวัน ถอดปลั๊กสำหรับการชาร์จโทรศัพท์ พาวเวอร์แบงก์ทุกครั้งหลังใช้งานเสร็จ และที่หลายคนมักจะละเลยแต่เป็นสิ่งสำคัญมากๆ คือ การไม่เสียบคีย์การ์ดห้องพักทิ้งไว้ในขณะที่ออกไปด้านนอก
นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งนิยมเสียบคีย์การ์ดทิ้งไว้ตลอดทั้งวัน เพียงเพื่อต้องการให้ห้องมีอุณหภูมิเย็นฉ่ำทันทีที่กลับเข้ามา เพราะการดึงคีย์การ์ดห้องพักออกจะทำให้ระบบไฟในห้องพักถูกตัดอย่างอัตโนมัติ แต่นั่นสามารถช่วยประหยัดพลังงานต่อการเข้าพักหนึ่งครั้งได้มากถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์ โดยพลังงานที่สูญเสียไปจากการเสียบคีย์การ์ดทิ้งไว้ 1 ห้อง อาจเท่ากับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มากกว่าการขับรถหลายกิโลเมตร แถมการถอดคีย์การ์ดออกทุกครั้งยังเป็นการลดความเสี่ยงจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีการเสียบปลั๊กหรือชาร์จทิ้งไว้นานจนอาจเกิดการระเบิดได้อีกด้วย

03 สนับสนุนโรงแรมที่ใช้ผลิตภัณฑ์ “Eco Amenity”
เดิมทีโรงแรมทั้งหลายจะแข่งขันเรื่องดีไซน์ของชุด Amenity ในห้องพักเพื่อให้แขกประทับใจ แต่เทรนด์ตอนนี้ได้เปลี่ยนสู่ Eco Amenity ที่แทบจะไม่มีการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งให้ได้เห็น บรรจุภัณฑ์ส่วนมากหันมาใช้กระดาษหรือพลาสติกแบบรีไซเคิลมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ยังมาพร้อมนวัตกรรมและงานดีไซน์ที่มีความพรีเมียมขึ้น เช่น แปรงสีฟัน หรือหวีก็เปลี่ยนมาใช้ดีไซน์จากไม้ที่พรีเมียมแทนการใช้แปรงสีฟันหรือหวีพลาสติกแบบเดิม บางที่ก็เปลี่ยนมาใช้ใยบวบธรรมชาติแทนที่ขัดตัวจากใยสังเคราะห์
นอกจากนี้หลายโรงแรมยังมีการใช้ขวดรีฟิลไซซ์ใหญ่สำหรับใส่แชมพู ครีมนวด สบู่เหลว แทนที่จะเป็นขวดพลาสติกไซซ์เล็กที่มีปริมาณน้อยกว่า พร้อมเปลี่ยนขวดน้ำดื่มภายในห้องพักเป็นการใช้ขวดแก้วรีไซเคิล หรือในต่างประเทศก็เริ่มมีเครื่องกรองน้ำ RO ขนาดเล็กในห้องพักสำหรับกรองน้ำประปามาเป็นน้ำสะอาดที่ดื่มได้ไม่จำกัด
บางโรงแรมก็เลือกที่จะไม่สร้างขยะส่วนเกินจากชุด Amenity ด้วยการไม่เตรียมชุด Amenity ไว้ในห้องพัก แต่เลือกที่จะให้ลูกค้าเป็นผู้แจ้งความประสงค์ว่าจะใช้อะไรบ้างเท่าที่จำเป็น หรือเลือกหยิบตามที่แต่ละคนต้องการใช้แบบ Customize เฉพาะบุคคล ซึ่ง Eco Amenity เหล่านี้สามารถช่วยลดปริมาณพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวได้มากถึง 20% หรือมากกว่า 10 ล้านชิ้น

04 แขวนผ้าเช็ดตัวสำหรับใช้ซ้ำ
ทราบหรือไม่ว่าในโรงแรม รีสอร์ต มักจะมีบริการเปลี่ยนผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดมือ ชุดคลุมอาบ ผ้าเช็ดเท้าใหม่ทั้งหมดในทุกวัน ซึ่งนี่จะทำให้เกิดการใช้น้ำและพลังงานสำหรับการซักผ้าที่มากขึ้นโดยอาจจะไม่จำเป็น เพราะผ้าบางผืนอาจเพิ่งใช้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น หรืออย่างชุดคลุมอาบน้ำก็แทบจะไม่ได้ใช้เลยด้วยซ้ำ ทั้งนี้โดยเฉลี่ยแล้วห้องพักหนึ่งห้องสำหรับผู้เข้าพัก 2 คน ต้องใช้น้ำสำหรับชุดซักผ้าเช็ดตัวเหล่านี้ราว 15-20 ลิตรต่อการเข้าพักหนึ่งครั้ง คิดดูสิว่าถ้า 100 ห้องทำพร้อมกันก็จะสามารถลดการใช้น้ำได้ถึง 1,500 ลิตรเป็นอย่างน้อย เทียบเท่าน้ำดื่มสะอาดราว 2,500 ขวดเลยทีเดียว
ส่วนวิธีที่เราจะช่วยลดการใช้น้ำจากการซักผ้าเช็ดตัวเหล่านี้ คือ การส่งสัญญาณว่าเราต้องการใช้ผ้าเช็ดตัวซ้ำ ซึ่งบางโรงแรมอาจจะให้แขวนป้าย หรือทำสัญลักษณ์ด้วยการแขวนผ้าเช็ดตัวไว้กับที่แขวน ส่วนผืนไหนที่ต้องการเปลี่ยนใหม่ก็ใส่ตะกร้าหรือวางกองไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้พนักงานทำความสะอาดที่เข้ามาในห้องพักรู้ว่าผ้าเช็ดตัวเหล่านี้ต้องการเปลี่ยนใหม่ หรือยังใช้ต่อ

05 ปฏิเสธการทำความสะอาดห้องทุกวัน
อีกสิ่งที่สามารถช่วยประหยัดน้ำและลดการใช้พลังงานระหว่างการเช็คอินเข้าพักได้ก็คือ “การแขวนป้ายปฏิเสธการทำความสะอาดห้องพัก” เพราะตามปกติแล้วทุกโรงแรมจะมีพนักงานเข้ามาทำความสะอาดห้องพักในช่วงสายหรือบ่ายของทุกวัน บางแห่งก็ 2 ครั้งเพิ่มการดูแลห้องก่อนเข้านอน ซึ่งแต่ละครั้งที่ทีมแม่บ้านเข้ามาไม่ใช่แค่การดูดฝุ่น เช็ดโต๊ะเท่านั้น แต่หลายโรงแรมยังมีบริการเปลี่ยนชุดผ้าปูที่นอนใหม่ให้ในทุกวันที่ลูกค้าเช็คอิน ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วการซักผ้าปูที่นอน ผ้านวม และเซ็ตผ้าเช็ดตัวสำหรับ 1 ห้องพัก ใช้น้ำประมาณ 30 – 50 ลิตรต่อครั้ง หากเราเข้าพักสัก 3 วัน 2 คืน และปฏิเสธการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและผ้าเช็ดตัวทุกวัน ก็จะสามารถช่วยประหยัดน้ำเทียบเท่ากับการน้ำดื่มขวดมาตรฐานประมาณกว่า 80 ขวดเลยทีเดียว
ดังนั้นหนึ่งในวิธีที่จะลดการใช้น้ำและพลังงานที่เกิดขึ้นจากการทำความสะอาดได้ก็คือ ปฏิเสธการทำความสะอาดห้องพักทุกวัน หรือเลือกช่วงเวลาในการทำความสะอาด เช่น หากพัก 1-2 คืน ก็อาจจะเลือกทำความสะอาดตอนเช็คเอาต์ครั้งเดียว หรือให้เข้ามาทำความสะอาด แต่วางป้ายไม่เปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้เห็นเด่นชัดบนเตียง เป็นต้น อีกทั้งการงดเว้นการทำความสะอาดยังเป็นการเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับวันพักผ่อนได้อีกด้วย

06 ร่วม “แยกขยะ” ในห้องพัก
เดี๋ยวนี้ในห้องพักโรงแรมมักจะมีถังขยะที่พร้อมให้ผู้เข้าพักได้ช่วยแยกขยะประเภทต่างๆ กันแล้ว โดยเฉพาะกระดาษ ขวดพลาสติก ขวดแก้ว ซึ่งเป็นขยะที่พบได้มากภายในห้องพักโรงแรม เช็คอินครั้งต่อไปอย่าลืมแยกขยะเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการขยะตั้งแต่ใน โรงแรม ซึ่งเริ่มได้ทันทีตั้งแต่ในห้องพัก โดยการแยกขยะตั้งแต่ต้นทางไม่ได้เพียงช่วยลดต้นทุนการจัดการขยะเท่านั้น แต่ยังเพิ่มโอกาสในการรียูสด์ รีไซเคิล ลดทรัพยากรโลกในการผลิตใหม่
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าในทุกปีแต่ละท้องถิ่นต่างก็ต้องนำเงินงบประมาณไปลงกับการจัดการขยะจำนวนมหาศาล เฉพาะแค่ในเขตกรุงเทพฯ ใช้ต้นทุนในการจัดการขยะสูงถึงกว่า 7,000 ล้านบาทต่อปี ถ้าเราสามารถช่วยจัดการขยะด้วยการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ก็จะสามารถเปลี่ยนงบประมาณด้านการจัดการขยะไปสร้างคุณภาพชีวิตดีๆ ด้านอื่นได้มากขึ้น

07 ท่องเที่ยวชุมชนแบบ “คาร์บอนต่ำ”
พักผ่อนแบบรักโลกแล้วก็อย่าลืมออกไปท่องเที่ยวสนับสนุนชุมชนแบบคาร์บอนต่ำกันต่อ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดประสบการณ์ใช้รถสาธารณะประจำชุมชนทัวร์เมือง ปั่นจักรยานหรือการเดินเพื่อสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวรอบ โรงแรม ลองพายคายัก ล่องเรือชมธรรมชาติแบบคาร์บอนเป็นศูนย์ หรือแม้แต่เลือกกินอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาลที่ลดการขนส่งและลดการใช้เคมี ก็เป็นการท่องเที่ยวชุมชนแบบคาร์บอนต่ำได้ด้วย

08 เลือกพักรักโลกคลิก CF-Hotels
คิดจะเลือกที่พักแบบรักโลก ต้องไม่ลืมคลิก cf-hotels.com ผู้ช่วยวางแผนการเดินทางที่ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมั่นใจได้ว่าปลายทางที่เข้าพักมีระบบในการดูแลโลกและใส่ใจเรื่องความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลอย่างแท้จริง พักเท่านั้น แต่ยังมีฟังก์ชั่นให้นักเดินทางสายรักโลกได้เข้ามาเช็ค โรงแรม ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความยั่งยืน พร้อมโปรโมชั่นการจองห้องพักราคาพิเศษ เส้นทางท่องเที่ยวโลว์คาร์บอน ที่ออกแบบมาสำหรับนักเดินทางที่ห่วงใยสิ่งแวดล้อมเท่านั้น