ถอดรหัสดีไซน์ Lucas Museum of Narrative Art พิพิธภัณฑ์สุดล้ำของ จอร์จ ลูคัส ที่หลอมรวมศิลปะ ภูมิทัศน์ เทคโนโลยี และความยั่งยืน
Brand Story

ถอดรหัสดีไซน์ Lucas Museum of Narrative Art พิพิธภัณฑ์สุดล้ำของ จอร์จ ลูคัส ที่หลอมรวมศิลปะ ภูมิทัศน์ เทคโนโลยี และความยั่งยืน

Focus
  • Lucas Museum of Narrative Art เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ก่อตั้งโดย จอร์จ ลูคัส ผู้สร้างภาพยนตร์มหากาพย์ Star Wars ด้วยเงินทุนส่วนตัวกว่า 1 พันล้านดอลลาร์
  • พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ใน Exposition Park ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา และจัดแสดงผลงานศิลปะกว่า 4 0,000 ชิ้น พร้อมด้วยโรงภาพยนตร์ ห้องสมุด และพื้นที่การเรียนรู้
  • อาคารในรูปแบบสถาปัตยกรรมแห่งอนาคตออกแบบโดย Ma Yansong จาก MAD ด้วยเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ทันสมัยพร้อมกับแนวคิดเรื่องความยั่งยืน

สมการรอคอยกับการเปิดพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ประจำปี 2026 กับ Lucas Museum of Narrative Art ของ จอร์จ ลูคัส (George Lucas) ผู้สร้างภาพยนตร์มหากาพย์ Star Wars และผู้ก่อตั้ง Lucasfilm เมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 2026 บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ใน Exposition Park ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ด้วยเงินทุนส่วนตัวกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 33 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงการด้านวัฒนธรรมครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ลูคัสตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อรวบรวมและเผยแพร่ศิลปะการเล่าเรื่องในหลายรูปแบบทั้งภาพประกอบ ภาพถ่าย จิตรกรรม หนังสือการ์ตูน ประติมากรรม สื่อดิจิทัลต่างๆ และแน่นอนว่ารวมถึงการรวบรวม archive จากภาพยนตร์ของเขาตั้งแต่ เรื่องแรก THX 1138 จนถึงผลงานคลาสสิกอย่าง Star Wars และ Indiana Jones

Lucas Museum
Courtesy Lucas Museum of Narrative Art/Photo by Hufton Crow

นอกจากคอลเลกชันมากกว่า 4 0,000 ชิ้น ที่มีจุดเริ่มต้นจากผลงานที่ลูคัสสะสมมานานกว่า 50 ปีที่น่าตื่นตาตื่นใจแล้ว สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ อาคารพิพิธภัณฑ์สูง 5 ชั้น ขนาด 300,000 ตารางฟุต ในรูปแบบสถาปัตยกรรมแห่งอนาคตราวกับหลุดมาจากหนังไซไฟของลูคัส เป็นผลงานออกแบบของ หม่าเหยียนซง (Ma Yansong) จากบริษัทสถาปนิก MAD ร่วมกับสตูดิโอ Stantec ที่รับผิดชอบในการพัฒนาแบบและรายละเอียดด้านเทคนิค อาคารประกอบด้วยพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ โรงภาพยนตร์ ร้านค้าพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด คาเฟ่ ร้านอาหาร และพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ ส่วนการออกแบบสวนและภูมิทัศน์เป็นผลงานของ มีอา เลห์เรอร์ (Mia Lehrer) จาก Studio-MLA และนับเป็นการสร้างพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เพิ่มให้กับเมือง

Lucas Museum
Courtesy Lucas Museum of Narrative Art/ Photo by Iwan Baan

ปรับพื้นที่ลานจอดรถเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของลอสแอนเจลิส

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อสร้างขึ้นบนพื้นที่ลานจอดรถเดิมใน Exposition Park ใจกลางลอสแอนเจลิสซึ่งเป็นย่านสำคัญด้านศิลปวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และกีฬา และเป็นที่ตั้งของสถาบันสำคัญหลายแห่ง เช่น California African American Museum, California Science Center, Los Angeles Memorial Coliseum, BMO Stadium และ Natural History Museum สถาปนิกออกแบบอาคารพิพิธภัณฑ์โดยได้แรงบันดาลใจมาจากรูปทรงของเรือนยอดต้นไม้เพื่อให้กลมกลืนกับพื้นที่โดยรอบ ขณะเดียวกันรูปทรงออร์แกนิกยังสะท้อนลักษณะทางภูมิศาสตร์ของเมืองลอสแอนเจลิสตั้งแต่เนินเขาและเทือกเขาไปจนถึงมหาสมุทรแปซิฟิก พร้อมยกระดับพิพิธภัณฑ์ให้เป็นแลนด์มาร์กทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของเมือง

Lucas Museum
Courtesy “Lucas Museum of Narrative Art” / Photo by Patrick Price

อาคารล้ำสมัยของพิพิธภัณฑ์จึงพัฒนามาจากแนวคิด floating tree canopy” หรือเรือนยอดต้นไม้ที่ลอยอยู่เหนือสวน ดังนั้นตัวอาคารจึงยกขึ้นจากระดับพื้นถนนเพื่อเปิดพื้นที่ด้านล่างเป็นพลาซาสาธารณะสำหรับการพบปะและทำกิจกรรมต่างๆ โดยมีคานเหล็กโค้งยาว 185 ฟุต รองรับโครงสร้างและทำหน้าที่เสมือนหลังคาลอยตัวที่ให้ร่มเงา บริเวณใจกลางอาคารมีช่องเปิดรูปวงรี (oculus) ช่วยนำแสงธรรมชาติเข้าสู่อาคารพร้อมกับสร้างบรรยากาศที่โปร่งโล่งสำหรับผู้มาเยือน

Lucas Museum
Courtesy “Lucas Museum of Narrative Art” / Photo by Hufton Crow

หม่าเหยียนซง ให้สัมภาษณ์กับ World-Architects สื่อออนไลน์ด้านสถาปัตยกรรมเมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2025 ถึงโครงการนี้ว่า สถาปัตยกรรมคือการหลอมรวมของศิลปะ ทัศนคติ และอารมณ์ความรู้สึกเข้าไว้ด้วยกัน อาคารจึงถูกออกแบบเพื่อนำผู้คนมาพบเจอกันและแชร์เรื่องราวกัน รูปทรงอาคารเป็นแบบล้ำสมัยเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่และกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น พื้นที่จัดแสดงถูกออกแบบให้เข้าถึงได้ง่ายและสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงถึงความรัก ครอบครัว มิตรภาพ และการผจญภัย เช่นเดียวกับภาพวาดของจิตรกรชาวจีน ฉีไป๋สือ (Qi Baishi) ที่มักหยิบเรื่องราวและสิ่งใกล้ตัวมาถ่ายทอดอย่างเรียบง่าย เข้าถึงได้ และเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้ใช้จินตนาการของตนเอง

Lucas Museum
Courtesy Lucas Museum of Narrative Art/ Photo by Hufton Crow

อาคารล้ำสมัยในรูปทรงเรือนยอดต้นไม้ที่ลอยอยู่เหนือสวน

รูปทรงออร์แกนิกของอาคารได้รับการออกแบบให้ยื่นออกไปไกลจากฐานเพื่อสร้างภาพเสมือนว่าอาคารกำลังลอยอยู่เหนือสวน ภายนอกอาคารหุ้มด้วยแผ่นวัสดุไฟเบอร์กลาสเสริมโพลิเมอร์ (FRP) มากกว่า 1,200 แผ่น ซึ่งมีน้ำหนักเบาและสามารถขึ้นรูปเป็นเส้นสายโค้งต่อเนื่องได้อย่างราบรื่น แผ่นวัสดุแต่ละชิ้นผลิตด้วยกระบวนการที่ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลและหุ่นยนต์เข้ากับการขึ้นรูปและเก็บรายละเอียดด้วยงานฝีมือเพื่อให้ได้พื้นผิวที่เรียบเนียนและสีสม่ำเสมอกัน เทคโนโลยีสำหรับการขึ้นรูปและประกอบแผ่น FRP รวมถึงวิธีการก่อสร้างขั้นสูงอื่นๆ เช่น ระบบสร้างแบบจำลองและทำงานร่วมกันบนระบบคลาวด์ เป็นเทคโนโลยีที่เพิ่งเริ่มพัฒนาขึ้นอย่างจริงจังในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาโดยมีสถาปนิก วิศวกร และนักออกแบบมากกว่า 150 คนร่วมกันพัฒนาโครงการนี้

Lucas Museum
ภาพโดยLucas Museum of Narrative Art/ Photo by Iwan Baan

ภายใต้รูปทรงอาคารที่ล้ำสมัยคือระบบโครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวโดยเฉพาะ ตัวอาคารวางอยู่บนระบบแยกฐานรับแรงสั่นสะเทือน (seismic isolation system) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มักใช้กับอาคารสำคัญอย่างโรงพยาบาลเพื่อช่วยให้อาคารสามารถเคลื่อนตัวไปตามการขยับของพื้นดินได้ถึง 42 นิ้วในทุกทิศทางก่อนกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมเมื่อแรงสั่นสะเทือนสงบลง โครงสร้างทั้งหมดรองรับด้วยอุปกรณ์แยกฐานจำนวน 281 จุด แต่ละจุดประกอบด้วยฐานเหล็กรูปชามเว้าขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 ฟุต พร้อมลูกเหล็กขนาดใหญ่ที่ช่วยให้อาคารเคลื่อนตัวได้อย่างอิสระเหนือฐานรากเมื่อเกิดแผ่นดินไหว รอบชั้นล่างของอาคารยังออกแบบให้มีพื้นที่ว่างกว้างประมาณ 8 ฟุต ที่เรียกว่า “moat” เพื่อรองรับการเคลื่อนที่ของพื้นดินโดยรอบอาคารหากเกิดแผ่นดินไหว ระบบป้องกันนี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้มาเยือน บุคลากร และผลงานศิลปะภายในพิพิธภัณฑ์

Lucas Museum
ภาพโดยLucas Museum of Narrative Art/ Photo by Iwan Baan

จากพื้นที่เดิมซึ่งเป็นลานจอดรถปูยางมะตอย ได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นสวนที่ประกอบด้วยพืชพื้นถิ่นหลายร้อยชนิดรวมถึงต้นไม้กว่า 340 ต้น พร้อมสร้างเนินและภูมิทัศน์ที่สะท้อนลักษณะทางภูมิศาสตร์ของลอสแอนเจลิสซึ่งเป็นพื้นที่ราบโอบล้อมด้วยเทือกเขา ภายในสวนประกอบด้วยสวนแขวน อัฒจันทร์ ลานหญ้า ไปจนถึงน้ำพุที่ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายน้ำตกขนาดใหญ่เพื่อให้พื้นที่เหล่านี้รองรับทั้งการจัดกิจกรรมและการพักผ่อน บนหลังคาของอาคารยังมีสวนขนาดใหญ่อีกกว่า 6,000 ตารางเมตร องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมรูปทรงคล้ายริบบิ้นผลิตจากคอนกรีตเสริมใยแก้ว (GFRC) ที่มีความทนทานยังทอดตัวไปตามแนวขอบของสวนสอดคล้องกับรูปทรงออร์แกนิกของอาคาร

Lucas Museum
Courtesy Lucas Museum of Narrative Art/ Photo by Hufton Crow

ความยั่งยืน : อีกหนึ่งหัวใจของการออกแบบ

นอกจากเปลี่ยนพื้นที่ลานจอดรถเดิมให้กลายเป็นสวนและพื้นที่สีเขียวแห่งใหม่แล้ว การออกแบบอาคารและภูมิทัศน์ยังใส่ใจเรื่องความยั่งยืน ไฮไลต์คือน้ำพุขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายน้ำตกซึ่งไม่เพียงแต่สร้างบรรยากาศสดชื่นให้กับพื้นที่แล้ว น้ำที่ไหลลงมายังช่วยลดอุณหภูมิของอาคารโดยใช้พลังงานและน้ำน้อยกว่าระบบทำความเย็นทั่วไป และทำงานร่วมกับระบบใต้ดินที่ดึงความเย็นจากใต้พื้นดิน (geothermal system) ด้วยการขุดหลุมใต้ดินถึง 714 หลุม แต่ละหลุมลึกประมาณ 365 ฟุตและเชื่อมต่อด้วยท่อรวมระยะทางราว 98 ไมล์

บนหลังคายังติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 24,000 ตารางฟุต หรือราว 15 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่หลังคาทั้งหมด ส่วนฟาซาดใช้ระบบ rain screen ร่วมกับฉนวนประสิทธิภาพสูงช่วยลดการถ่ายเทความร้อนและควบคุมอุณหภูมิภายในอาคารพร้อมกับติดตั้งหลอดไฟ LED ทั่วทั้งอาคารเพื่อลดการใช้พลังงาน    

Courtesy Lucas Museum of Narrative Art/Photo by Iwan Baan

การออกแบบเพื่อเชื่อมพื้นที่ภายในกับภูมิทัศน์ภายนอก

ในส่วนการออกแบบพื้นที่ภายใน ชั้นล่างของอาคารเป็นพื้นที่สาธารณะประกอบด้วยโรงภาพยนตร์ 2 แห่ง รองรับแห่งละ 299 ที่นั่ง ห้องสมุดและพื้นที่การเรียนรู้รูปเกือกม้าพร้อมหน้าต่างสูงจากพื้นจดเพดาน ห้องสตูดิโอและห้องเรียน 10 ห้อง ร้านค้า คาเฟ่ และพื้นที่จัดแสดงประมาณ 100,000 ตารางฟุต โดยออกแบบให้พื้นที่เหล่านี้เชื่อมต่อกับสวนโดยรอบ

Courtesy “Lucas Museum of Narrative Art” / Photo by Hufton Crow

จากโถงทางเข้าด้านเหนือสามารถขึ้นสู่แกลเลอรีชั้น 4 ด้วยลิฟต์กระจกทรงกระบอก 3 ตัว บนชั้น 4 เป็นพื้นที่จัดแสดงขนาด 82,000 ตารางฟุตและวางผังเป็นเส้นทางต่อเนื่องแบบวงรอบ ส่วนชั้น 5 มีพื้นที่จัดแสดงเพิ่มเติมเกือบ 8,000 ตารางฟุต รวมถึงพื้นที่จัดกิจกรรม ร้านอาหาร และระเบียงกลางแจ้งที่มองเห็นทัศนียภาพโดยรอบ

Courtesy “Lucas Museum of Narrative Art” / Photo by Hufton Crow

โครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์เริ่มต้นขึ้นใน ค.ศ. 2014 โดยมีการประกวดออกแบบระดับนานาชาติและผู้คว้าโปรเจกต์นี้ไปครองคือ MAD ของ หม่าเหยียนซง ด้วยแนวคิดที่แปลกใหม่และการเชื่อมโยงสถาปัตยกรรมเข้ากับธรรมชาติและพื้นที่โดยรอบ ในเบื้องต้นลูคัสตั้งใจจะสร้างพิพิธภัณฑ์ที่ Treasure Island ในซานฟรานซิสโก แต่เมื่อมีการถกเถียงเกิดขึ้นจึงมีอีกทางเลือกหนึ่งคือ Exposition Park ในลอสแอนเจลิส โดยทาง MAD ได้พัฒนาแบบเฉพาะสำหรับทั้งสองพื้นที่

ภาพโดยLucas Museum of Narrative Art / Photo by Hufton Crow

จนกระทั่งใน ค.ศ. 2017 เจ้าของโครงการตัดสินใจเลือกที่ Exposition Park เนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ในชุมชนขนาดใหญ่และมีความหลากหลายโดยมีจำนวนประชากรมากกว่าครึ่งล้านคนภายในรัศมี 3 ไมล์ รวมทั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนมากกว่า 500 แห่งภายในรัศมี 5 ไมล์ การก่อสร้างจึงเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2018 และแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 2026

อ้างอิง
https://world-architects.com/en/architecture-news/insight/architecture-as-a-walk-in-a-park?utm_source=chatgpt.com#image-1

Fact File

  • Lucas Museum of Narrative Art ตั้งอยู่ใน Exposition Park ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร
  • รายละเอียดเพิ่มเติม : https://lucasmuseum.org/

Author

เกษศิรินทร์ ผลธรรมปาลิต
Feature Editor ประจำ Sarakadee Lite อดีต บรรณาธิการข่าวไลฟ์สไตล์ Nation ผู้นิยมคลุกวงในแวดวงศิลปวัฒนธรรมจนได้ขุดเรื่องซีฟๆ มาเล่าสู่กันฟังเสมอ