Oh! Vacoda คาเฟ่และบาร์ของคนเหงาที่ให้กลิ่นอายปกเพลง City Pop
Brand Story

Oh! Vacoda คาเฟ่และบาร์ของคนเหงาที่ให้กลิ่นอายปกเพลง City Pop

Focus
  • Oh! Vacoda ปรับโฉมใหม่ฉลอง 5 ปี ปรับลุคให้ดูโตขึ้นด้วยกลิ่นอายของปกเพลง City Pop เพิ่มเมนูใหม่แบบ All-Day Brunch สไตล์ลูกครึ่งญี่ปุ่น-ฮาวาย
  • กลับมาครั้งนี้เพิ่มเมนู non-avocado เข้ากับชื่อร้านที่มีคำว่า The Fruit Bar Club ต่อท้าย พร้อมซิกเนเจอร์ค็อกเทล 4 แก้วใหม่ที่ล้วนได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง Japanese City Pop

คนรักอาโวคาโดยกมือขึ้น  ตอนนี้ Oh! Vacoda คาเฟ่อาโวคาโดประจำซอยอารีย์สัมพันธ์ 4 กลับมาเปิดอย่างเป็นทางการแล้ว  แต่อย่างที่ทุกคนรู้ว่าที่นี่ไม่ได้ต้อนรับแค่หมู่มวลคนรักอาโวคาโดเท่านั้น เห็นได้จากลิสต์เมนูยอดฮิตที่เขาสื่อสารเจ้าลูกเนยออกมาแบบเข้าถึงง่ายแถมยังชวนกินอีกด้วย

Oh! Vacoda and The Fruit Bar Club

กลับมาคราวนี้ Oh! Vacoda มาพร้อมรูปลักษณ์โฉมใหม่ที่เติบโตขึ้น ตั้งแต่หน้าร้านสีส้มพีชที่ตอนนี้ถูกย้อมด้วยสีเขียว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง Oh! Vacoda and The Fruit Bar Club ในปัจจุบันเป็นผลพวงมาจากสิ่งที่สะสมมาตลอดระยะเวลา 5 ปีของการเปิดร้านที่เกิดจากความหลงใหลของ เพียงพลอย–รุจิยาทร โชคสิริวรรณ และ บอม–วัชรพงษ์ ทองยาน คู่รักเจ้าของร้านที่ชัดเจนขึ้นมากกว่า

Oh! Vacoda and The Fruit Bar Club
Oh! Vacoda and The Fruit Bar Club

“มันเริ่มมาจากการที่เราเห็นร้านตัวเองทุกวันแล้วรู้สึกว่าร้านเราเหมือนปกเพลง City Pop จังเลย เราเลยอยากทำให้ออกมามีกลิ่นอายแบบ City Pop จริงๆ ในทุกอย่าง มีเมนูแบบตรงยุคออกมาอย่างครีมโซดาหรือแกงกะหรี่ก็มีความลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกัน  เหมือนร้านก็โตตามตัวเราไปด้วย  เมื่อก่อนอาหารเรามีแค่สองอย่าง คือ กะเพราอาโวคาโดทอดที่ฮิตตลอดกาล (ตอนนี้ก็ยังอยู่นะ) แล้วก็แพนเค้กอาโวคาโดเบคอน  ตอนนี้เรามีพี่ที่เป็นเชฟมาช่วย มีเมนูแฮมเบิร์กที่พี่เจมส์ (พงษกร บุญรักษา Jamie’s Burgers) สอน มีซอสแกงกะหรี่ มี Poke Bowl แบบฮาวาย แล้วก็มีข้าวหน้าเนื้อของพี่บอมที่เป็นข้าวหน้าเนื้ออาโวคาโดเบคอนเพิ่มเข้ามาด้วย” เพียงพลอยเล่าถึงดีไซน์และเมนูใหม่ ทั้งยังย้ำว่า Oh! Vacoda ยังคงเป็นอาโวคาโดสเปเชียลตีเหมือนเดิม แต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็ถนัดผลไม้อย่างอื่นด้วย

Oh! Vacoda and The Fruit Bar Club
Oh! Vacoda and The Fruit Bar Club

เอกลักษณ์ของ Oh! Vacoda ยังคงถูกสื่อสารสนุกๆ ผ่านองค์ประกอบภายในร้าน  สีส้มที่เคยเป็นภาพแทนของร้านยังคงแทรกซึมอยู่ในสิ่งของต่างๆ อย่างโคมไฟหรือสีของหลอดที่เลือกใช้  ฝั่งเมนูใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามาก็ยังคงมีอาโวคาโดพระเอกของร้านแทรกตัวอยู่แบบที่คนกินไม่ได้รู้สึกว่าถูกบังคับแต่อย่างใด อย่างเช่น Oh! Vacoda Fav Set เมนูอาหารเช้าที่เจ้าของร้านชื่นชอบก็ประกอบไปด้วย ไส้กรอก ไข่ดาว อาโวคาโด กาแฟ และไอศกรีม โดยที่สองอย่างหลังเราสามารถเลือกรสชาติได้ตามใจ Avocado Pesto Rice With Hamburg & Curry ก็เสิร์ฟมาอย่างน่ารักด้วยการโปะไข่แดงลงบนข้าวผัดเพสโตคล้ายกับหน้าตาของอาโวคาโดจริงๆ โดยที่ทั้งหมดล้วนเป็นเมนูกินง่ายแบบที่เจ้าของร้านตั้งใจให้ที่นี่เป็น Everyday Cafe สำหรับทุกคน

เพลงแนว City Pop ที่เปิดคลออยู่ตลอดทั้งวันเป็นอีกหนึ่งตัวเชื่อมสำคัญกับพาร์ตกลางคืน ที่เพียงพลอยขมวดความหมายของคำว่า City Pop เข้ากับบรรยากาศความเหงาของคนเมือง  มูดของร้านในตอนกลางคืนเลยมีความเหงาๆ ด้วยแสงไฟนัวๆ จากเมื่อก่อนที่ Fruit Bar เคยได้ชื่อว่าเป็นบาร์ลับ ตอนนี้จริงจังกว่าเดิมด้วยการพ่วงชื่อต่อท้ายมาเสียเลย พร้อมกับเมนูเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมหลักเป็นผลไม้ที่ถูกเติมมาเป็นสีสันให้ดื่มได้สนุกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอูเมะชู ไวน์ หรือซิกเนเจอร์ค็อกเทลที่ล้วนได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง Japanese City Pop ยุค 80’s อย่าง “Plastic Love”, “Shyness Boy”, “Last Summer Whisper” และ “Midnight Pretenders”  งานนี้ไม่ว่าใครก็ตามที่เหงาก็สามารถไปนั่งคนเดียวด้วยกันได้ แต่เชื่อเถอะไปแล้วไม่มีคำว่าเหงาหรอก

ภาพ : Oh! Vacoda

Fact File 

  • Oh! Vacoda and The Fruit Bar Club ตั้งอยู่หัวมุมซอยอารีย์สัมพันธ์ 4 เปิดทำการตั้งแต่เวลา 10.00-01.00 น.
  • ช่องทางติดตาม : www.facebook.com/ohvacodabkk และ www.instagram.com/ohvacoda

Author

สุกฤตา โชติรัตน์
มนุษย์ผู้ค้นพบพลังงานพิเศษจากประโยคในหนังสือ อาหารจานโปรดและเพลงที่ฟัง อยากเลี้ยงแมวและตั้งใจว่าจะออกไปมองท้องฟ้าบ่อยๆ