ถอดประวัติศาสตร์ Perfect Crown จากโชซอนสู่ “รักนี้มงลง” ขององค์ชายซูยังแห่งศตวรรษที่ 21
- Perfect Crown รักนี้มงลง กับการโคจรมาพบกันของ 2 นักแสดงระดับออลสตาร์อย่างไอยู และ บยอนอูซอก พร้อมเรื่องราวความรักและสัญญาการแต่งงานกำมะลอสุดชุลมุนระหว่างองค์ชายรัชทายาทและคุณหนูทายาทมหาเศรษฐี
- แม้ Perfect Crown รักนี้มงลง จะพาผู้ชมท่องไปโลกสมมติ
ที่เกาหลีใต้ยังคงมีราชวงศ์ ปกครองอยู่ท่ามกลางสังคมยุคใหม่ ทว่าผู้เขียนบทกลับใส่เงาของประวัติศาสตร์ราชวงศ์โชซอนได้อย่างแนบเนนียน
แม้ราชวงศ์โชซอนที่เคยยืนหยัดมานานร่วม 600 ปีจะเสื่อมสลาย แต่จะเป็นอย่างไรหาก “ราชอำนาจ” อันมั่นคงของกษัตริย์ยังคงหยั่งรากอยู่ในยุคสมัยใหม่ของเกาหลีใต้ในศตวรรษที่ 21 ภายใต้ ระบอบรัฐธรรมนูญอันมีกษัตริย์เป็นประมุข และคำถามนี้กำลังรอทุกคนไปร่วมหาคำตอบใน Perfect Crown รักนี้มงลง ซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ 2026 จาก Disney+ ที่เสิร์ฟความหวานละมุนปนความเข้มข้นทางการเมือง ผลงานผู้กำกับชื่อดัง พัคจุนฮวา ซึ่งมีผลงานขึ้นหิ้งอย่าง Alchemy of Souls และ What’s Wrong with Secretary Kim พร้อมนักเขียนบท ยูจีวอน ซึ่งความน่าสนใจของซีรีส์ Perfect Crown ไม่ใช่แค่การโคจรมาเจอกันเป็นครั้งแรกของ 2 ซูเปอร์สตาร์แถวหน้าอย่าง ไอยู และ บยอนอูซอก เท่านั้น แต่เนื้อเรื่องที่แม้จะปักหลักอยู่ในศตวรรษที่ 21 แต่คนเขียนบทกลับพาเราย้อนสู่ประวัติศาสตร์ที่มีอยู่จริงแห่งราชวงศ์โชซอน คล้ายภาพซ้อนทับที่ชวนผู้ชมมาร่วมลุ้นว่าประวัติศาสตร์ราชวงศ์ที่ถูกเขียนขึ้นใหม่ครั้งนี้จะซ้ำรอยเดิมหรือไม่

เรื่องราวความรักใน Perfect Crown เริ่มต้นจากผลประโยชน์ เมื่อ องค์ชายอีอัน (แสดงโดย บยอนอูซอก) องค์ชายผู้เป็นขวัญใจมหาชนต้องเข้าไปพัวพันกับการชิงอำนาจภายในราชวงศ์ ท่ามกลางแรงกดดันที่บีบให้เขาต้องรีบอภิเษกสมรส องค์ชายจึงตัดสินใจตกลงทำสัญญาวิวาห์ลับกับ ฮีจู หรือ ซองฮีจู (แสดงโดย ไอยู) หญิงสาวผู้เป็นทายาท (นอกสมรส) ของตระกูลแชโบลหนึ่งในกลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ ซึ่งทั้งคู่ดูเป็นคู่ที่เหมาะสม แต่พล็อตของเรื่องยังโยงไปถึง เส้นแบ่งระหว่างชนชั้น ที่แม้เกาหลีใต้ในศตวรรษที่ 21 จะยกเลิกระบบแบ่งผู้คนเป็นชนชั้นทั้ง 4 แบบสมัยโชซอน แต่ลึกๆ แล้วกลุ่มเชื้อพระวงศ์ ชนชั้นสูงกลับยังคงยึดติดกับโครงสร้างอำนาจเดิม ซึ่งประเด็นนี้ได้เข้ามาเติมให้ซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้อย่าง Perfect Crown มีความเข้มข้นมากขึ้นกับการชิงไหวชิงพริบในโลกธุรกิจและราชสำนัก และทำให้ องค์ชายอีอัน และ ฮีจู กลายมาเป็นภาพสะท้อนของกันและกัน คนหนึ่งเปรียบเสมือนคนนอกของราชวงศ์ ส่วนอีกคนก็เป็นคนนอกของครอบครัวแชโบลผู้มั่งคั่ง

แม้จะเป็นการวางผังราชวงศ์ใหม่ในโลกสมมติที่มีการรื้อฟื้นระบบกษัตริย์หลังสงครามโลก แต่สิ่งที่จะทำให้การดูซีรีส์ Perfect Crown สนุกยิ่งขึ้นก็คือการปูพื้นฐานประวัติศาสตร์ราชวงศ์โชซอนที่ดันมาซ้อนทับกับกษัตริย์ในศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวการปล้นอำนาจขององค์ชายซูยัง ตระกูลยุนผู้เกิดมาเป็นราชินีที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ หรือจะเป็นเหล่าขุนนางยังบันที่ยังคงซ่อนเงาอยู่ในวังหลวง Sarakadee Lite ชวนไปถอดเกร็ดประวัติศาสตร์เกาหลีที่ซ่อนอยู่ใน Perfect Crown รักนี้มงลง

องค์ชายซูยังแห่งศตวรรษที่ 21
ในซีรีส์ Perfect Crown แม้ องค์ชายอีอัน จะเป็นโอรสกษัตริย์และเป็นเลือดบริสุทธิ์ แต่การเกิดมาเป็นราชโอรสลำดับที่ 2 ทำให้พระองค์ไม่มีสิทธิ์ในราชบัลลังก์ แม้แต่สิทธิ์ที่จะเก่งหรือโดดเด่นกว่าพี่ชายผู้ถูกวางตัวให้เป็นกษัตริย์องค์ต่อไปของเกาหลีใต้ก็ไม่มี แต่แล้วชีวิตที่เหมือนจะไร้ตัวตนในรั้ววังหลวงขององค์ชายอีอันก็ถูกสปอร์ตไลต์จับจ้อง หลังจากพี่ชายผู้เป็นองค์รัชทายาทได้สวรรคตหลังจากขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน ทำให้ตำแหน่งกษัตริย์องค์ต่อไปตกเป็นของหลานซึ่งยังเด็กมากจนทำให้องค์ชายอีอันได้ก้าวขึ้นมาเป็น “ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน” ทำหน้าที่แทนกษัตริย์องค์น้อย ซึ่งจุดนี้นี่เองที่ทำให้หน้าหนังสือพิมพ์ต่างตั้งฉายาองค์ชายอีอันว่า “องค์ชายซูยังแห่งศตวรรษที่ 21” เหตุผลก็เพราะเรื่องราวขององค์ชายอีอันดันไปคลับคล้ายกับประวัติศาสตร์บางตอนของ องค์ชายซูยัง (หรือ องค์ชายซูยาง) ผู้แย่งชิงบัลลังก์มาจากหลาน โดยภายหลังองค์ชายซูยังได้ขึ้นครองราชย์และเปลี่ยนพระนามเป็น “พระเจ้าเซโจ” (ครองราชย์ ค.ศ.1455-1468)

ตามประวัติศาสตร์ราชวงศ์โชซอน องค์ชายซูยังเป็นพระอนุชาในพระเจ้ามุนจง (ครองราชย์ ค.ศ.1450-1452) พระราชโอรสของพระเจ้าเซจงมหาราช หลังจากพระเจ้ามุนจงครองราชเพียง 2 ปี พระองค์ก็ประชวรและสิ้นพระชนม์ ทำให้รัชทายาทคือ “พระเจ้าทันจง” (ครองราชย์ 1452-1455) ขึ้นครองราชย์ด้วยวัยเพียง 12 พรรษา และด้วยความที่ยังทรงพระเยาว์ ราชสำนักจึงต้องตั้งผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทน ทำให้องค์ชายซูยังกลับมามีพระราชอำนาจมากขึ้นจนสามารถปลดพระเจ้าทันจงและขึ้นครองราชย์แทน พร้อมเนรเทศพระเจ้าทันจงผู้เป็นหลานไปยังเมืองยองวอล และภายหลังก็ถูกลอบวางยาพิษในที่สุด

“Irworobongdo” ภาพวาดค้ำบัลลังก์กษัตริย์โชซอน
แม้ตอนเปิดเรื่อง องค์ชายอีอัน จะทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าพระองค์ไม่ได้อยากแย่งราชบัลลังก์จากพี่ชาย และต้องการเป็นเพียงผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์คอยดูแลหลานจนกว่าจะเติบโตสามารถทำหน้าที่กษัตริย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ใน EP.3 กลับมีประโยคที่ทำให้หลายคนอาจจะเปลี่ยนใจเมื่อ ซองฮีจู ตั้งคำถามกับองค์ชายอีอันว่าทำไมพระองค์ถึงเปลี่ยนใจมาทำสัญญาแต่งงานกับตน คำตอบที่ไม่คาดคิดจากองค์ชายอีอันก็คือ
“ถ้าเราบอกว่าอยากขึ้นครองราชย์ ทุกคนก็จะประณามแล้วก็ด่าทอเรา แต่เราเชื่อว่า คุณรุ่นน้องคงเข้าใจเรา”

จากคำตอบนี้ทำให้ผู้ชมเริ่มตั้งคำถามหรือว่าประวัติศาสตร์จะย้อนรอยไปในยุคองค์ชายซูยังแห่งโชซอนจริงๆ ซึ่งถ้าไปดูในโปสเตอร์โปรโมตซีรีส์ เราจะเห็นภาพเซ็ตหนึ่งที่เหมือนจะเป็นคำใบ้ กับการเซ็ตฉากหลังของโปสเตอร์เป็นภาพวาด 5 ภูเขา 1 พระอาทิตย์ 1 พระจันทร์ หรือที่เรียกว่าภาพ Irworobongdo หรือIlwol Obongdo ซึ่งเป็นภาพที่สื่อถึงกษัตริย์แห่งโชซอน และภาพนี้จะสมบูรณ์ไม่ได้เลยหากไม่มีราชบัลลังก์ของกษัตริย์อยู่เบื้องหน้าตรงกลางภาพ เช่นที่พระราชวังเคียงบก (Gyeongbokgung Palace) ซึ่งมีภาพนี้ตั้งอยู่หลังราชบัลลังก์ในท้องพระโรง หรือจะเป็นภาพ Irworobongdo ที่อยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกาหลี ส่วนในซีรีส์นั้นก็ยังไม่แน่ว่าภาพ Irworobongdo นี้จะเพียงแค่สื่อถึงอำนาจของกษัตริย์ที่ยังยืนหยัดในศตวรรษที่ 21 หรือจะสื่อถึงเจ้าของบัลลังก์ตัวจริงที่นั่งอยู่ข้างหน้าภาพนั่นก็คือ องค์ชายอีอัน

“หญิงสาวตระกูลยุน” พระมเหสีผู้สมบูรณ์แบบ
อีกตัวละครที่แม้จะอยู่ในยุคสมัยใหม่ ทว่ากลับพาเราย้อนไปยังยุคโซชอนได้อย่างแนบเนียนก็คือ พระพันปียุนอีรัง (แสดงโดย กงซึงยอน) หญิงสาวในตระกูลยุนซึ่งเป็นตระกูลที่ส่งพระมเหสีเข้าวังมาแล้วถึง 4 พระองค์ ดังนั้นตัวละครยุนอีรังจึงเป็นผู้หญิงที่รู้ตัวเองตั้งแต่เด็กว่าเธอจะต้องเรียนรู้ที่จะเป็นพระราชินีที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งการที่ซีรีส์ตั้งใจให้เธอเป็นราชนิกุลแห่ง “ตระกูลยุน” ก็ดูเหมือนจะโยงให้เข้ากับประวัติศาสตร์ในยุคโชซอนที่ตระกูลยุนเป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลในราชสำนัก และยังเป็นตระกูลที่มีพระมเหสีองค์สำคัญหลายพระองค์ ส่งผลทำให้ตระกูลยุนกลายเติบโตมีอิทธิพลในวงขุนนางทั้งยังเป็นผู้กำหนดชะตาของราชบัลลังก์

“ระบบชนชั้น” ที่หยั่งรากลึกจากโชซอน
ใครเป็นสายประวัติศาสตร์เกาหลีจะต้องสนุกกับเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนไว้ตลอดเรื่อง และที่เด่นชัดคือ “ระบบชนชั้น” ที่ไม่ต่างจากยุคโชซอน เริ่มจากชนชั้นในระบบการศึกษาที่ “ซองกยุนกวาน” สถาบันการศึกษาซึ่งก่อตั้งโดยราชวงศ์ ที่นี่เปิดรับแต่ลูกหลานขุนนาง ทายาทแชโบลเข้าเรียน ทั้งยังเป็นสถาบันที่ให้การศึกษาแก่รัชทายาท ซึ่งถ้าย้อนไปในสมัยโชซอนก็มีการตั้งสถาบันการศึกษาที่ชื่อ “ซองกยุนกวาน” อยู่เช่นกัน

เรื่องชนชั้นนี้ชัดเจนตั้งแต่ตอนที่ ซองฮีจู ทำคะแนนผลการเรียนได้เป็นอันดับหนึ่งของซองกยุนกวาน แต่ด้วยความที่ซองฮีจูเป็นลูกนอกสมรสที่ถูกเปรียบกับสามัญชน ของขวัญที่เธอได้รับกลับเป็น “นาฬิกาแดด” สิ่งประดิษฐ์อันยอดเยี่ยมของ “จางยองชิล” ผู้ได้ฉายาว่า นักประดิษฐ์แห่งโชซอน สิ่งนี้ตอกย้ำให้ ซองฮีจู รู้ถึงชนชั้นของตนเองที่ไม่ต่างจาก จางยองชิล ซึ่งมีสถานะทาสหลวง มีเพียงความสามารถทางดาราศาสตร์และการประดิษฐ์เท่านั้นที่ทำให้เขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นขุนนาง

ทั้งนี้ในสมัยโชซอนได้มีการแบ่งผู้คนออกเป็นชนชั้นอย่างชัดเจน 4 ระดับ เรียกว่าทุกคนต่างมีหน้าที่ติดตัวมาตามชนชั้นต่างๆ ตั้งแต่เกิด ซึ่งกลุ่มที่มีอิทธิพลมากที่สุดคือ “ยังบัน” เป็นกลุ่มเชื้อพระวงศ์ ชนชั้นสูง ขุนนาง โดยในซีรีส์เราจะเห็นกลุ่มยังบันที่เปลี่ยนผ่านมาสู่ขุนนาง นักธุรกิจ และผู้ที่กุมอำนาจเบื้องหลังราชวงศ์อีกชั้น

กษัตริย์องค์สุดท้ายของจักรวรรดิเกาหลี
Perfect Crown ได้สร้างโลกคู่ขนานของเกาหลีใต้ในศตวรรษที่ 21 ภายใต้ระบอบรัฐธรรมนูญอันมีกษัตริย์เป็นประมุข และบริหารงานการเมืองผ่านนายกรัฐมนตรี (แสดงโดย โนซังฮยอน) แต่ในความเป็นจริงแล้วเกาหลีใต้ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐมีประธานาธิบดีเป็นประมุข และระบอบกษัตริย์ได้สิ้นสุดลงไปตั้งแต่สมัยพระเจ้าซุนจง (ครองราชย์ 1907-1910) ภายหลังการเปลี่ยนผ่านจากอาณาจักรโชซอนสู่จักรวรรดิเกาหลีได้ไม่นาน

อ้างอิง
- A History of Korea โดย ไพบูลย์ ปีตะเสน
- เกาหลี เล่มเดียวรู้เรื่อง โดย ธัญญ์พิศา จันทร์ธนะกุล
- www.imbc.com