เก็บประสบการณ์ต่างชีวิตใส่ไว้ ในครึ่งที่ยังว่างของกระเป๋าเดินทางสีฟ้า
Lite

เก็บประสบการณ์ต่างชีวิตใส่ไว้ ในครึ่งที่ยังว่างของกระเป๋าเดินทางสีฟ้า

Focus
  • ในครึ่งที่ยังว่างของกระเป๋าเดินทางสีฟ้า โดย ฟูมิเอะ คนโด คือนวนิยายแปลเล่มล่าสุดของสำนักพิมพ์ Sunday Afternoon หลังจากเคยมอบความละมุนละไมผ่านเรื่องราวใน คาเฟ่ลูส เมนูที่รักจากการเดินทาง มาแล้ว
  • หนังสือเล่มนี้บอกเล่าประสบการณ์ และเรื่องราวระหว่างทางของคนกลุ่มหนึ่งที่เชื่อมโยงไว้ด้วยกระเป๋าเดินทางสีฟ้าใบเดียวกัน ซึ่งเรื่องราวที่แตกต่างเหล่านี้ อาจส่งมอบพลังใจให้กับผู้อ่านได้ในวันหนึ่ง

ในครึ่งที่ยังว่างของกระเป๋าเดินทางสีฟ้า (SUITCASE NO HUNBAN WA) นวนิยายญี่ปุ่นโดย ฟูมิเอะ คนโด ที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยและจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Sunday Afternoon ต่อจาก คาเฟ่ลูส เมนูที่รักจากการเดินทาง นวนิยาย Cozy Mystery ที่ออกมาเรียกรอยยิ้มจากความละมุนละไม ชวนหิวจากเมนูขนมทั่วโลก และกระตุ้นความอยากออกเดินทางจากประสบการณ์ของเชฟสาวมาโดกะ 

ขอให้โชคดีจงมีแด่การเดินทางของคุณ 

ในครึ่งที่ยังว่างของกระเป๋าเดินทางสีฟ้า เล่มล่าสุดนี้เล่าถึงการเดินทางของตัวละครหลัก 4 สาวเพื่อนซี้ โดยมีจุดเริ่มต้นจาก มามิ ผู้ไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศ แต่มีความใฝ่ฝันอยากไปดูละครเพลงบอร์ดเวย์ที่นิวยอร์ก เธอตัดสินใจทำตามฝันด้วยการเดินทางคนเดียว หลังจากโดนผลัดวันจาก ทากาฟุมิ ผู้เป็นสามีมาตลอด 

มามิ ตัดสินใจเช่นนั้นหลังจากได้พบ กระเป๋าเดินทางสีฟ้าสไตล์คลาสสิกวางขายที่ตลาดฟลีมาร์เก็ตโดยบังเอิญ เธอตกลงซื้อมันในราคาสามพันเยน คล้ายกับมีพลังดึงดูดบางอย่าง ในที่สุดเธอก็ได้ใช้กระเป๋าใบนี้ไปนิวยอร์กจริงๆ รวมถึงเพื่อนอีกสามคนของเธอก็ได้ใช้มันไปยังประเทศต่างๆ ตั้งแต่ฮ่องกง อาบูดาบี จนถึงปารีส 

กระเป๋าเดินทางใบนี้เป็น “กระเป๋านำโชค” พวกเธอคิดเช่นนั้น

ต่างเส้นทาง ต่างมุมมอง ต่างความเว้าแหว่งในหัวใจ

ชีวิตกับความสมบูรณ์แบบดูจะเป็นคำที่ทาบกันไม่สนิทเสียทีเดียว มามิ ที่ดูชีวิตราบลื่นยังต้องสู้กับความหวาดหวั่นในใจเล็กๆ จากการตัดสินใจไปต่างประเทศคนเดียวครั้งแรก ทั้งยังต้องข่มใจให้กับความเป็นห่วงผ่านคำพูดแต้มความใจร้ายของสามี ที่ยกทั้งเรื่องการหลงทาง ภาษา อาหารการกินไปจนถึงคดีฆ่าข่มขืนออกมาพูดเพราะไม่อยากให้มามิไป จุดนี้จี้ปมความลับในใจของมามิเข้าอย่างจัง ทั้งยังเกิดคำถามที่เราเองก็ไม่รู้ว่าใครจะสามารถให้คำตอบได้ การไปต่างประเทศคนเดียวคือความประมาทอย่างนั้นหรือ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นมาจริงๆ มันเป็นความผิดของตัวเธอเองที่เลือกจะไปอยู่ตรงนั้นหรือ…ถึงจะรู้สึกเจ็บแปลบ แต่มามิก็ยังหวังจะพบความสุขในการเดินทางของตัวเอง  ไม่ล้มเลิกความตั้งใจ จนในที่สุดเธอก็หอบความสนุก ความตื่นเต้น ความเปิ่นของตัวเองจากที่ที่เธอใฝ่ฝันกลับมาเป็นเรื่องเล่าให้เพื่อนๆ ฟังจนได้

ต่างจาก ฮานาเอะ ที่แม้ไปเที่ยวฮ่องกงคนเดียวทุกปี แต่กลับไม่กล้าเล่าให้ใครฟังเพราะเอาแต่คิดว่าการท่องเที่ยวของเธอไม่มีอะไรที่จะนำมาอวดได้ ไม่เหมือนชีวิตของ ยูริกะ ที่ชอบแบกเป้ไปเที่ยวในที่ที่ไม่รู้จัก หรือยูโกะที่ออกเดินทางเพื่อเก็บข้อมูลมาเขียนบทความ แถมฮานาเอะยังคิดว่าเธอเองไม่คู่ควรกับโรงแรมหรูที่เลือกพักเป็นประจำทุกครั้งที่ไปฮ่องกงเพราะดูเป็นเรื่องเกินตัวสำหรับเธอที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย แต่เมื่อได้พบกับ ชิโรอิ หนุ่มรุ่นน้องโดยบังเอิญ คำพูดของเขาก็ทำให้เธอตระหนักได้ว่าความสุขที่เธอรอคอย ความเอาใจใส่ที่เธอได้รับราวกับเวทมนตร์ในช่วงเวลาที่เธอเข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้  เธอเป็นคนเลือกจ่ายบางสิ่งจนได้รับบางอย่างกลับมา และเธอเองก็ไม่ได้ไปเรียกร้องมันมาจากใคร 

เรื่องราวไม่เพียงบอกเล่าการเดินทางของ 4 สาวที่ออกเดินทางไปยัง 4 ประเทศ แต่ยังเปิดให้เห็นชีวิต มุมมองและเรื่องราวในใจที่แตกต่างกัน ทั้งยังเชื่อมโยงกับชีวิตของผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระเป๋าเดินทางคนอื่นๆ เช่น การเดินทางของ ฮารุนะ ลูกสาวของ ยูมิ ผู้ตัดสินใจเอากระเป๋าเดินทางสีฟ้าไปขายที่ตลาดฟลีมาร์เก็ต

“การไม่สามารถกลมกลืนกับสังคมในต่างประเทศที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ก็ยังดีกว่าการไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในประเทศบ้านเกิดตัวเอง” นี่คือสิ่งที่ฮารุนะรู้สึกเมื่อไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศเยอรมนี

ฮารุนะ ไม่ใช่คนชอบแต่งตัว ไม่สนใจแฟชั่น ดารา หรือดนตรี ทั้งยังรู้สึกรำคาญทุกครั้งที่เพื่อนผู้หญิงร่วมชั้นเรียนมหาวิทยาลัยพยายามจับเธอแต่งตัว ฮารุนะสนใจวรรณกรรมเยอรมัน อยากไปใช้ชีวิตท่ามกลางคนแปลกหน้าที่ไม่คุ้นเคย จึงตั้งใจว่าจะต้องไปแลกเปลี่ยนให้ได้ด้วยความหวังว่าจะพบอิสระเสรี แต่เมื่อไปถึงกลับไม่เป็นเช่นนั้น ด้วยความแตกต่างทางภาษาและวัฒนธรรมที่เธอต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ 

การลิ้มรส Granatapfel หรือทับทิมแบบที่ไม่เห็นในญี่ปุ่นจากซูเปอร์มาร์เก็ตในเยอรมัน ทำให้เธอนึกเปรียบเทียบกับชีวิต ด้วยรสชาติเปรี้ยวหวานจากเมล็ดทับทิมในคำแรกที่ให้ความสดชื่น จึงเป็นประสบการณ์แสนวิเศษที่เธอชอบ แต่ความตื่นเต้นนั้นอยู่แค่เพียงชั่วคราว เพราะหลังจากนั้นเธอต้องพบเมล็ดขนาดเล็กมากมายที่นึกจะคายออกก็ขี้เกียจ แต่จะกลืนลงไปก็ติดคอ ฮารุนะมองว่าสถานการณ์ของเธอคล้ายกับการมีเมล็ดทับทิมมากมายอยู่ในปาก ไม่แน่ใจว่าทำไมเธอถึงมาเรียนที่เยอรมนี

เธอเริ่มเข้าใจตัวเองมากขึ้นอีกครั้ง เมื่อบังเอิญได้ช่วยเหลือนกแสกที่บินหนีมาจากคณะแสดงโชว์ เจ้าของเล่าว่าช่วงก่อนการแสดงเขาจะลดอาหารให้นกตัวนี้ท้องว่าง มันจะไม่มีทางหนี เพราะรู้ดีว่าจบโชว์เมื่อไหร่จะต้องได้กินอาหารแน่ๆ แต่หลังจากโชว์ครั้งล่าสุดเธอปล่อยนกแสกตัวนี้ให้กินอิ่ม มันเลยบินออกจากกรงหนีไปราวกับเพิ่งตระหนักได้ว่ามีฟ้ากว้างรออยู่ แต่เมื่อได้เจอเจ้าของอีกครั้ง นกแสกตัวนั้นก็ยังตาวาวยอมกลับเข้ากรงอย่างว่าง่าย เป็นไปได้ว่าจริงๆ แล้วนกตัวนี้ไม่ได้รังเกียจโลกที่ตัวเองอยู่ เธอคิด และเห็นตัวเองในนกแสกตัวนั้น

เราออกเดินทางครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ และทำไมเราถึงออกเดินทาง ไม่ว่าจะเพื่อสถานที่ที่ใฝ่ฝันเหมือนมามิ เพื่อพักผ่อนราวกับเจ้าหญิงเหมือนฮานาเอะ เพื่อสัมผัสกับวิถีชีวิตที่แตกต่างเหมือนยูริกะ หรือเพื่อความหลงใหลและมิตรภาพเหมือนยูโกะ แต่ไม่ว่าจะที่ไหนและเพื่ออะไรการเดินทางมักจะมอบบางสิ่งให้กับเราเสมอ และไม่มีเส้นทางไหนที่ดีกว่าใคร

เช่นเดียวกับการเดินทางไปกับหนังสือเล่มนี้ แม้เรื่องราวจะเรียบง่ายไม่ได้พิสดารหรือหักมุม แต่บางเศษเสี้ยวจากประสบการณ์ของตัวละครคือเรื่องที่คนอ่านอาจจะพบเจอได้จริง หรือไม่ก็เป็นเหมือนการสะกิดผงเล็กๆ ออกจากตา ให้เราได้เห็นตัวเองมากขึ้น บางแรงผลักดันของตัวละครอาจกลายเป็นก้อนกำลังใจที่ช่วยเติมเต็มวันเหนื่อยล้าหรือวันใดที่รู้สึกแปลกแยกขึ้นมาในใจ 

ไม่แน่ว่าเรื่องราวเหล่านี้อาจจะปลุกฝันให้เราเริ่มเก็บกระเป๋าเดินทางของตัวเองสักครั้ง และไม่ว่าการเดินทางครั้งหน้าของทุกคนจะเกิดขึ้นเมื่อไร ถึงแม้ ‘จะแก่แค่ไหน การเดินทางก็เป็นเรื่องสนุกอยู่ดี’ และถึงแม้บางเส้นทาง ‘จะตื่นตระหนกตลอดเวลาเหมือนสัตว์กินพืช แต่บางครั้งกระต่ายขี้กลัวก็ออกเดินทางเหมือนกัน’

Fact File

  • ในครึ่งที่ยังว่างของกระเป๋าเดินทางสีฟ้า ฟูมิเอะ คนโดะ เขียน กนกวรรณ เกตุชัยมาศ แปล 
  • สำนักพิมพ์ซันเดย์ อาฟเตอร์นูน ราคา 320 บาท 
  • สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ Facebook: Sunday Afternoon Page

Author

สุกฤตา โชติรัตน์
มนุษย์ผู้ค้นพบพลังงานพิเศษจากประโยคในหนังสือ อาหารจานโปรดและเพลงที่ฟัง อยากเลี้ยงแมวและตั้งใจว่าจะออกไปมองท้องฟ้าบ่อยๆ