เชฟชาอูน : เมืองโบราณสีฟ้า ต้นแบบความกรีนแห่ง โมร็อกโก
Pic Talks

เชฟชาอูน : เมืองโบราณสีฟ้า ต้นแบบความกรีนแห่ง โมร็อกโก

Focus
  • โมร็อกโก เป็นประเทศที่อยู่สุดขอบด้านตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา มีพื้นที่ทอดยาวตั้งแต่มหาสมุทรแอตแลนติกไปจนถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
  • เชฟชาอูน (Chefchaouen) เป็นเมืองท่องเที่ยวที่หันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และเป็นอีกไฮไลต์ของโมร็อกโก เหตุเพราะทั้งเมืองคุมโทนสีที่ไล่เฉดจากฟ้าไปน้ำเงิน โดยสีน้ำเงินคือสัญลักษณ์ของเทพเจ้า

โมร็อกโก ประเทศฝั่งทวีปแอฟริกาที่มีทั้งความหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และผู้คน ยิ่งบวกกับสีสันของเมืองที่ขึ้นกล้องเหลือเกินแล้ว ก็ยิ่งเพิ่มดีกรีความน่าไปเยือนเข้าไปอีกขั้น

โมร็อกโก

ในระหว่างที่รอโควิด-19 โบกมือลา Sarakadee Lite ขอชวนปักหมุดคิดถึงโมร็อกโกอีกครั้ง กับความสวยงามของเมืองสีน้ำเงิน ทะเลทราย ศิลปะแบบ Maroc Style รวมทั้งเมืองโบราณที่กลายเป็นต้นแบบของเมืองท่องเที่ยวยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแบบสุดๆ โมร็อกโก เป็นประเทศที่อยู่สุดขอบด้านตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา มีพื้นที่ทอดยาวตั้งแต่มหาสมุทรแอตแลนติกไปจนถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากทวีปยุโรปเพียง 5 กิโลเมตรตรงช่องแคบยิบรอลตาร์ นั่นทำให้โมร็อกโกเป็นเมืองท่าที่สำคัญมาตั้งแต่อดีต คึกคักด้วยผู้คนต่างถิ่นและดูมีพัฒนาการไกลกว่าประเทศอื่น ๆ ในทวีปเดียวกัน

โมร็อกโก
โมร็อกโก

หมุดแรกขอปักที่ เชฟชาอูน (Chefchaouen) ซึ่งถือเป็นมนต์เสน่ห์ของโมร็อกโกจากการคุมโทนสีที่ไล่เฉดจากฟ้าไปน้ำเงิน เมืองนี้ตั้งตัวอยู่ในหุบเขารีฟ (Rif) ล้อมรอบไว้ด้วยกำแพงเมืองและป้อม ซึ่งสีน้ำเงินที่ถูกทาไปทั้งเมืองนี้เกิดจากความเชื่อว่า “สีน้ำเงินคือสัญลักษณ์ของเทพเจ้า” เป็นสีของฟ้าและน้ำทะเล อีกทั้งยังเป็นสีที่มีความสมดุลกึ่งกลางระหว่างสีขาวกับสีดำ โดยนอกจากเชฟชาอูนแล้ว ยังมีเมืองเอสเซาอิรา (Essaouira) ทางริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกด้วยที่เน้นการทาสีฟ้าและสีน้ำเงิน

โมร็อกโก

เชฟชาอูน ยืนยันความเป็นเมืองสีน้ำเงินและสีฟ้าด้วยประตู หน้าต่างสีฟ้า แม้แต่ของที่ระลึกที่ก็เป็นรูปเมืองสีฟ้าเช่นกัน

นอกจะเป็นเมืองโบราณที่ทั่วทั้งเมืองเป็นสีฟ้าแล้ว เชฟชาอูน ยังกลายเป็นเมืองสีเขียว ที่ไม่ได้หมายถึงสีเมือง แต่หมายถึงระบบโครงสร้างของเมืองที่กำลังทำให้เป็นเมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ ทั้งเมืองวางระบบพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ การใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสุดท้ายคือความยั่งยืนที่ยากจะเกิดขึ้นในเมืองท่องเที่ยวนั่นเอง

เสน่ห์ของโมร็อกโก คือ สถาปัตยกรรมที่มีความพิถีพิถัน ด้วย Maroc Style ที่ออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยนิยมประดับด้วยกระเบื้องสีชิ้นเล็ก รูปทรงเรขาคณิต ลายฉลุ และลายโค้งอ่อนช้อย รวมไปถึงการเลือกคู่สีมาแมตซ์กันได้อย่างน่าสนใจ ตัวโครงสร้างนิยมแสดงให้เห็นถึงความอลังการ ซึ่งนอกจากความสวยงามโอ่อ่าแล้ว ผู้ออกแบบยังคำนึงไปถึงทิศทางของลมและการตกกระทบของแสง ความโดดเด่นแบบ Maroc Style นี้เลยนิยมนำไปปรับใช้กับทั่วโลก

อีกหนึ่งไฮไลต์คือ โมร็อกโกมีพื้นที่ครอบคลุมทะเลทรายสะฮารา (Sahara) บางส่วนจากการอยู่ติดขอบทางด้านตะวันตก ซึ่งเนินทรายหรือ Sand Dune แห่งนี้เป็นบริเวณที่เรียกว่า Erg Chebbi ตั้งอยู่ในเขตเมืองเมอร์ซูกา (Merzouga) ซึ่งส่วนมากแล้วนักท่องเที่ยวจะนิยมไปขี่อูฐและชมทิวทัศน์กันโดยเฉพาะบรรยากาศในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน

ต้นเรื่อง : นิตยสารสารคดี ฉบับเดือนมกราคม 2562

ภาพ : กิตติธัช โพธิวิจิตร